บิ๊กมูฟช่อง 3 ลดพึ่งพิงธุรกิจทีวี เพิ่มดีกรีผลิตคอนเทนต์-โฮมช็อปปิ้งหนีขาดทุน

บิ๊กมูฟช่อง 3 ลดพึ่งพิงธุรกิจทีวี เพิ่มดีกรีผลิตคอนเทนต์-โฮมช็อปปิ้งหนีขาดทุน

ช่อง 3 เขย่ารอบใหม่ ฉีกภาพเจ้าของช่องทีวี สู่ผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิงรายใหญ่ ลดพึ่งพารายได้โฆษณา ชู 6 กลยุทธ์ไม้ตาย พร้อมยกเครื่องคอนเทนต์ “ละคร วาไรตี้ ข่าว” เกลี่ยเวลาให้โฮมช็อปปิ้งเช่า คาดพลิกกลับมามีกำไรแน่สิ้นปี

พลิกตัวทุกมิติ สำหรับบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารช่อง 3 (ช่อง 33 เอชดี) เพราะแม้จะกำใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เพียง 1 ช่อง แต่สถานการณ์การแข่งขันของสมรภูมิทีวีดิจิทัลโดยรวมไม่ได้ลดดีกรีลง ขณะที่ศึกในของช่อง 3 ก็ยังแก้ไม่ตก

ล่าสุด แม่ทัพใหญ่ นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้ว่า บริษัทต้องปรับทิศทางธุรกิจใหม่ โดยแบ่งเป็น 6 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ กลยุทธ์แรก new media การเจาะเข้าถึงผู้ชมโดยตรง พร้อมปิดการขายให้แก่ลูกค้า (สินค้า) ซึ่งก่อนหน้านี้ ร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น ด้วยการขึ้น QR code หน้าจอทีวี และช่องทางออนไลน์ของบริษัท เพื่อดึงคนไปที่ร้านค้า

ตามด้วยกลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนาข้อมูล (data) เพื่อต่อยอด new media โดยอนาคตบริษัทอาจจะทำหน้าที่การส่งสินค้าตัวอย่าง คูปองส่วนลดจากแบรนด์ไปสู่ผู้ชมด้วยดาต้าที่เตรียมพัฒนาขึ้น ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 การนำคอนเทนต์ที่มีอยู่กระจายออกไปทุกแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งที่่ผ่านมาก็ร่วมกับเทนเซ็นต์ ขายลิขสิทธิ์ละครให้ตลาดจีน ถัดมากลยุทธ์ที่ 4 นำนักแสดงกว่า 300 คน ต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ เช่น คอนเสิร์ต อีเวนต์ต่าง ๆ

ต่อด้วยกลยุทธ์ที่ 5 ธุรกิจดิจิทัล เตรียมยกเครื่องแพลตฟอร์มออนไลน์ เปลี่ยนชื่อแอปพลิเคชั่น Mello เป็น 3+ (three plus) เปิดตัวกุมภาพันธ์นี้ และกลยุทธ์สุดท้าย พัฒนาคอนเทนต์ ปรับโฉมรายการ 2 คอนเทนต์แม่เหล็ก คือ รายการวาไรตี้ เตรียมเพิ่ม 3 รายการใหม่ และละคร

โดยจะเปิดตัวละครครึ่งปีแรกรวม 12 เรื่อง เช่น ฟ้าฝากรัก ดั่งดวงหฤทัย ความจำสีจาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มโฟกัสช่วงเวลาไพรมไทม์ตั้งแต่ 18.00-22.30 น.ใหม่ ให้สอดรับกับกลุ่มคนดูมากขึ้น

นายอริยะกล่าวว่า มีการจัดเวลาโฆษณาใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ให้ทีวีโฮมช็อปปิ้งเข้ามาออกอากาศมากขึ้น เช่น ทีวี ไดเร็ค เป็นต้น และเดือนกุมภาพันธ์นี้เตรียมเปิดตัวพันธมิตรอีกหลายราย
คาดว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการสิ้นปีนี้กลับมามีกำไรอีกครั้ง ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย. 62) ขาดทุน 138 ล้านบาท

“ปีนี้บริษัทปรับวิสัยทัศน์ใหม่ ลดการพึ่งพาธุรกิจทีวี สู่การเป็นผู้นำทางด้านคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย”

ขณะที่สัดส่วนรายได้อีก 3 ปีข้างหน้า จะเน้นกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจทีวีไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ ๆ โดยตั้งเป้ามีรายได้จากธุรกิจทีวี (การขายโฆษณา) 65% และธุรกิจอื่น ๆ 35% จากปัจจุบันที่มีรายได้จากธุรกิจทีวี 83% และอื่น ๆ เพียง 17%

นายอริยะเข้ามานั่งกุมบังเหียนช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2562 ก็เจอโจทย์ยากทันที กับตัวเลขขาดทุนที่หนักถึง 311 ล้านบาทมากสุดในรอบ 48 ปี พร้อมกับเป้าหมายใหญ่ในการพลิกฟื้นรายได้ของช่อง 3 โดยแบ่งออกเป็น 2 แผนใหญ่ คือ แผนระยะสั้น ฟื้นรายได้ให้กลับมา และแผนระยะยาว ในการสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ ๆ เช่น การใช้ทรัพยากรและศักยภาพที่บริษัทมี ทั้งดารา นักแสดง ละครมาต่อยอดธุรกิจ การขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน และมีแผนจะพัฒนาตัวเองเป็นโอทีที (over the top) หรือการจ่ายเงินเพื่อรับชมคอนเทนต์ชั้นนำของไทยด้วย

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ