“หนองโพ” รุกแฟรนไชส์ปั๊มยอด แตกโมเดล “คาเฟ่” ปูพรมพรวด 20 สาขา

“นมหนองโพ” เพิ่มดีกรีบุกแฟรนไชส์ร้านนม “หนองโพ คาเฟ่” ชี้ตลาดใหญ่-มีโอกาสเติบโตสูง คู่แข่งน้อย ประกาศปูพรมเบาะ ๆ อีก 20 สาขา เน้นเปิดเกาะห้าง-ศูนย์การค้า เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ล่าสุดลอนช์โปรดักต์นมอัดเม็ดเสริมทัพนมพาสเจอไรซ์ พร้อมทยอยเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งเทรดิชั่นนอลเทรด และโมเดิร์นเทรด เผยศึกษาเตรียมเจาะตลาดจีน สิ้นปีตั้งเป้ากวาดยอดขาย 2.7 พันล้าน

นายธงชัย ดำคำ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี ผู้ผลิตและจำหน่ายนมภายใต้แบรนด์ “หนองโพ” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมนมพร้อมดื่ม ที่มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท ติดลบประมาณ 4% โดยปัจจัยหลักเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคในภาพรวม แต่ในทางกลับกันตลาดนมพาสเจอไรซ์ชนิดถุงมีแนวโน้มเติบโตขึ้น และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูง และมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ กระโดดเข้ามาในตลาดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับการแข่งขัน หนองโพจึงต้องเน้นจุดขายคือ ใช้วัตถุดิบนมโคแท้ 100%

สำหรับสหกรณ์โคนมหนองโพเอง ปีที่ผ่านมามีผลประกอบการ 2,600 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้หลักจากผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีและนมพาสเจอไรซ์ 1,300 ล้านบาท

ส่วนที่เหลือมาจากร้านหนองโพ คาเฟ่ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต เป็นต้น โดยภาพรวมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น หลัก ๆ มาจากการขยายช่องทางจำหน่ายนมพาสเจอไรซ์ไปยังทุก ๆ ช่องทางขายทั้งเทรดิชั่นนอลเทรด และโมเดิร์นเทรด เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่วางขายเฉพาะร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น โดยปีนี้ตั้งเป้าจะสร้างยอดขายกว่า 2,700 ล้านบาท

รุกขายแฟรนไชส์หนองโพ คาเฟ่

นายธงชัยกล่าวว่า จากนี้ไปนอกจากหนองโพจะมุ่งโฟกัสผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ชนิดถุง เพราะเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อย และมีโอกาสการเติบโตดี บวกกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ชอบการบริโภคนมรสชาติใหม่ ๆ จากนี้จะต้องชูขายเรื่องรสชาติให้หลากหลาย และสดใหม่ทุกวันแล้ว นโยบายสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเพิ่มน้ำหนักกับธุรกิจใหม่ “หนองโพ คาเฟ่” ที่เพิ่งเริ่มเปิดเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นร้านที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ โดยเมนูต่าง ๆ อาทิ นมพาสเจอไรซ์, นมสด, ไอศกรีม โยเกิร์ต, สมูทตี้, มิลค์เชค และโยเกิร์ต รวมถึงเมนูฟิวชั่น ราคาเริ่มต้น 19 บาท โดยจะเป็นลักษณะของการขายแฟรนไชส์ให้กับนักลงทุนที่สนใจ เน้นเปิดในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ที่ทราฟฟิกสูง เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ตลอดจนสถานีบริการน้ำมัน มหาวิทยาลัย หรืออื่น ๆ โดยจากนี้ไปจะเริ่มเน้นการขยายสาขาออกไปตามหัวเมืองหลักและเมืองรองในต่างจังหวัด เบื้องต้นตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 50 สาขาภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันหนองโพ คาเฟ่ มีทั้งหมดประมาณ 30 สาขา

พร้อมกันนี้ นายธงชัยยังกล่าวถึงเงื่อนไขการเป็นแฟรนไชส์ว่า เบื้องต้นผู้ลงทุนหรือแฟรนไชส์ จะมีค่าใช้จ่ายปีละ 120,000 บาท สัญญามีระยะ 3 ปี

โดยสหกรณ์โคนมหนองโพจะเป็นผู้ซัพพอร์ตผลิตภัณฑ์นมสำหรับใช้ในร้านได้ ตลอดจนเมนู และระบบรีพอร์ตเชื่อมโยงข้อมูลการขายต่าง ๆ นอกจากนี้ สหกรณ์ยังจะสนับสนุนในแง่ของการสร้างแบรนด์ ทำคอนเทนต์ สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ รวมทั้งมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ณ จุดขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“ตอนนี้แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกระทบกับหลาย ๆ ธุรกิจ แต่เรามองว่าเป็นโอกาสของธุรกิจนมคาเฟ่ ซึ่งเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่และมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ที่สำคัญคือ ตลาดนี้ยังมีผู้เล่นไม่มากนัก ปัจจุบันมีเพียง 2 ราย ได้แก่ หนองโพ และมิลค์แลนด์ ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จึงเชื่อว่าตลาดจะสามารถขยายตัวได้อีกมาก เรามีสาขาต้นแบบ เพื่อให้สาขาแฟรนไชส์ เข้ามาศึกษาวิธีการทำงาน ที่สหกรณ์โคนมหนองโพ จังหวัดราชบุรี อย่างไรก็ตาม ในแง่ของสถานที่สำหรับเปิดร้านผู้ลงทุนจะเป็นผู้หาและจ่ายค่าเช่าสถานที่เอง โดยสาขาที่เปิดในสถานที่ที่มีทราฟฟิกสูงหรือในแหล่งชุมชนหนาแน่นจะสามารถสร้างยอดขายได้ 2 แสนบาท/เดือน”

บุกออนไลน์-เล็งบุกตลาดจีน

นายธงชัยกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยังได้ลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ นมอัดเม็ด ตราหนองโพ ออกวางจำหน่าย ในราคา 10-12 บาท/ซอง ปัจจุบันวางขายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, 108 ช็อป, ร้านซีเจ เอ็กซ์เพรส, ลอว์สัน และจิฟฟี่ ในปั๊ม ปตท. หลังจากนี้มีแผนจะขยายเข้าไปวางขายในเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาและร่วมกันพัฒนาโปรดักต์ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเป้าหมาย ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 1 แสนซอง/เดือน ขณะเดียวกัน สหกรณ์ยังหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ดีลิเวอรี่ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่าน www.nongpho.com มีบริการส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งของเคอรี่ และไปรษณีย์ไทย

พร้อมกันนี้ นายธงชัยยังกล่าวถึงตลาดต่างประเทศว่า ปัจจุบันมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในประเทศแถบซีแอลเอ็มวี (CLMV) อาทิ ลาว กัมพูชา เมียนมา โดยเน้นโปรดักต์ที่เป็นยูเอชทีวางขายผ่านดิสทริบิวเตอร์ในแต่ละประเทศ เพื่อกระจายสินค้าไปในเทรดิชั่นนอลเทรด และโมเดิร์นเทรด มีสัดส่วนรายได้กว่า 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปสหกรณ์วางเป้าหมายที่จะบุกตลาดเข้าไปในประเทศจีน โดยอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด เบื้องต้นมีแผนจะนำผลิตภัณฑ์นมยูเอชที นมเปรี้ยว และนมอัดเม็ด เข้าไปจำหน่าย ชูจุดแข็งเรื่องความสดใหม่ ราคามาตรฐาน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่นิยมสินค้าแบรนด์ไทยและเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันสหกรณ์โคนมหนองโพมีสมาชิกประมาณ 4,000 ครัวเรือน กระจายอยู่ในจังหวัดราชบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี ในจำนวนนี้มีที่เลี้ยงโคนมประมาณ 2,000 ครอบครัว ผลิตนมได้เฉลี่ยประมาณ 200 ตัน/วัน และมีโรงงานเครื่องจักรสำหรับแปรรูปเอง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ