ต่อเวลาห้ามขาย “เหล้า-เบียร์” ดันราคาตลาดใต้ดินพุ่งเท่าตัว

รายงานข่าวว่าจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อาศัยอำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ออกข้อกำหนด ฉบับที่ 4 ให้บรรดาประกาศหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนหน้านี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าจะมีข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป

ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการตามข้อกำหนด หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด รวมถึง “คำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ซึ่งเดิมจะหมดอายุวันที่ 30 เม.ย.2563 ด้วย ส่งผลให้คำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ต่อไปถึง 31 พ.ค. 2563 ตามการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และขายเคอร์ฟิวออกไปอีก 1 เดือนด้วย เว้นแต่จะมีคำสั่งเป็นเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ ประเด็นคำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกจับตาจากประชาชนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต เอเย่นต์ ร้านค้า รวมทั้งกลุ่มนักดื่ม ส่วนใหญ่คาดหมายว่ารัฐบาลจะทยอยปลดล็อกยกเลิกคำสั่งห้ามขายเหล้า เบียร์  ประกอบกับมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า หลังคำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สิ้นสุดลงวันที่ 30 เม.ย.2563 จะมีช่องว่างให้สามารถซื้อขายได้วันที่ 1-2 พ.ค. 63 แต่ผลที่ออกมาไม่ได้เปิดช่องว่างให้ ซื้อ-ขาย

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวเปิดช่องให้เอเย่นต์ ร้านค้าทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ที่แอบขายเหล้า เบียร์ ในช่วงที่รัฐบาลมีคำสั่งห้าม มีการโก่งราคาขายเหล้าเบียร์ให้กับกลุ่มนักดื่มคอทองแดง “เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว”

ล่าสุด มีผู้ร้องเรียนว่าราคาขายเบียร์ช้างขวดแก้วขนาดลังละ 1 โหล จากก่อนหน้านี้ลังละ 700 บาท พุ่งขึ้นเป็น 950 บาท เบียร์ลีโอ ลังละ 700 บาท พุ่งขึ้นเป็น 1,150 บาท ส่วนเบียร์สิงห์ ราคาพุ่งขึ้นเป็นลังละ 1,250 บาท

Advertisment