“เมกาบางนา” ลงทุนตามแผน ผุด 2 โปรเจ็กต์ใหม่ครึ่งปีหลัง

เมกาบางนา

ไม่หวั่นโควิด-19 “เมกาบางนา” เดินหน้าลงทุนตามแผน เล็งประกาศ 2 โปรเจ็กต์ใหม่ครึ่งปีหลัง รับการเติบโตระยะยาว ก่อนทุ่มงบฯ 1.8 พันล้าน รีโนเวตศูนย์-ฟู้ดวอล์ก สร้างอาคารจอดรถ พร้อมเข้มมาตรการรับ new normal ชี้ฟีดแบ็กหลังเปิดห้าง 1 อาทิตย์ ทราฟฟิกกลับมากว่า 85% ร้านค้าในศูนย์เปิดพรึ่บเกือบเต็มร้อย ขาดแค่ธุรกิจที่รอปลดล็อก วอนรัฐขยายเวลาเปิดทำการถึง 4 ทุ่ม-คลายมาตรการร้านอาหาร จัดโซนที่นั่งครอบครัว

นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกา บางนา กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับในธุรกิจค้าปลีก และเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เข้าสู่ new normal อย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมกา บางนา ยังคงเดินหน้าตามแผนลงทุนระยะยาวสำหรับโครงการ “เมกาซิตี้” มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่รองรับการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งโรงเรียน สวนสาธารณะ โครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อต่อยอดจากศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยที่มีแผนที่จะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังร่วมกับพาร์ตเนอร์

ต่อเนื่องจากการรีโนเวตศูนย์ การปรับภูมิทัศน์เมกาฟู้ดวอล์ก ในคอนเซ็ปต์ใหม่ รองรับการใช้เวลาของคนในครอบครัวร่วมกัน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ ตลอดจนการสร้างอาคารจอดรถ 8 ชั้น ที่รองรับที่จอดได้กว่า 1,200 คัน ที่จะแล้วเสร็จปลายปี รวมทั้งสิ้นเป็นงบฯประมาณกว่า 1,800 ล้านบาท

“โจทย์ของการทำศูนย์การค้าของเมกาบางนา คือ การเป็นมากกว่าสถานที่ช็อปปิ้ง โดยทำหน้าที่ในการเป็น meeting place สถานที่พบปะของครอบครัวและเพื่อนฝูง รองรับการใช้ชีวิตของทุกคน ซึ่งในระยะยาวเราเชื่อว่าลูกค้ายังต้องการพื้นที่เช่นนี้ แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้เกิดพฤติกรรมที่เป็น new normal หลายอย่าง เช่น การเติบโตของช่องทางออนไลน์ แต่เมื่อศูนย์กลับมาเปิดอีกครั้งจะเห็นว่าลูกค้ายังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดี”

โดยในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่เมกาบางนา กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 17 พ.ค. พบว่าทราฟฟิกของลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่ที่ 85% จากช่วงปกติ และมียอดขายบางร้านเติบโตขึ้นมากกว่า 100% เช่น อิเกีย และโฮมโปร ตลอดจนมีร้านค้าในศูนย์เปิดให้บริการเกือบครบ 100% ยกเว้นร้านค้าที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิด เช่น ฟิตเนส โรงหนัง ฯลฯ

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของเมกาบางนา กว่า 95% เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย อีก 5% เป็นกลุ่ม expat หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ไม่ได้เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยว และมาตรการต่าง ๆ ที่จัดทำทั้งก่อนและหลังเปิดศูนย์ได้สร้างความมั่นใจเรื่องความสะอาดปลอดภัย ทราฟฟิกจึงกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว แต่กว่าสถานการณ์จะเป็นปกติยังคาดเดาได้ยาก ขึ้นอยู่กับการมีวัคซีน

“เราได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานภายในศูนย์หลายส่วนเพื่อให้สอดรับการใช้ชีวิตแบบใหม่ มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐเรื่องสุขอนามัย รวมถึงการขอให้มีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะขยับเวลาปิดศูนย์การค้าเป็น 4 ทุ่ม การขอให้ร้านอาหารสามารถจัดโซนที่นั่งแบบครอบครัว แต่ยังคงรักษาระยะห่างจากโต๊ะ หรือโซนอื่น ๆ ตามมาตรการ so-cial distancing เป็นต้น คาดว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ ส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับลูกค้าต่อไป” นางสาวปพิตชญากล่าวสรุป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ