“ทำความสะอาด-ผักปลอดสาร” ธุรกิจดาวรุ่ง ยุคโควิด

คอลัมน์ Market Move

คำกล่าวที่ว่าในทุกวิกฤติ…ย่อมมีโอกาสนั้นยังคงใช้ได้เสมอ เพราะแม้ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายธุรกิจที่ถูกมองว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงต้องสะดุดและวุ่นปรับตัวรับนิวนอร์มอลนั้น อีกด้านหนึ่งหลายธุรกิจที่เดิมอยู่ในกลุ่มนิช(niche) และเปรียบเสมือนอยู่ในเงามืดไม่เป็นที่รู้จักของสาธารณชน กลับกำลังเติบโตก้าวกระโดดจากดีมานด์ใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับการระบาดของโรค

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งได้รายงานถึงปรากฏการณ์การเติบโตสวนตลาด-สภาพเศรษฐกิจของหลายธุรกิจ อาทิ “โรงงานปลูกผัก” หรือการปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์ พร้อมระบบจัดการแบบโรงงานอุตสาหกรรม “บริการทำความสะอาดแบบเฉพาะทาง” ที่เดิมมักจะรับงานทำความสะอาดที่เกิดเหตุอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุ รวมไปถึง “การผลิตอุปกรณ์ฉีดพ่นสารเคมี” ซึ่งนิยมใช้กันเฉพาะในโรงงานเบเกอรี่เพื่อฆ่าเชื้อพื้นผิวต่าง ๆ โดยธุรกิจเหล่านี้ต่างได้รับความสนใจและดีมานด์ที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

โดยในประเทศญี่ปุ่นความกังวลเรื่องโรคระบาด กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาหาซื้อผักอนามัยที่ปลูกในระบบปิด และบรรจุหีบห่อเรียบร้อยก่อนวางขายกันมากขึ้นแบบก้าวกระโดด แม้ราคาจะสูงกว่าผักปกติหลายเท่าก็ตาม เช่นเดียวกับดีมานด์จากธุรกิจอาหารที่ต้องการซัพพลายมาทดแทนการนำเข้าจากจีน ซึ่งโควิด-19 เริ่มมีการระบาดรอบ 2 และฟาร์มในญี่ปุ่นที่การผลิตชะงักเพราะแรงงานต่างชาติยังไม่กลับมา ดีมานด์นี้ทำให้โรงงานผักที่มีเพียง 386 แห่งทั่วญี่ปุ่น และในจำนวนนี้ 40% อยู่ในภาวะขาดทุน เริ่มเห็นโอกาสมีกำไรบ้างแล้ว

“คิดายะ โชเท็น” (Kidaya Shoten) บริษัทเจ้าของโรงงานผัก 3 แห่ง มีกำลังการผลิตผักกาดหอม 3.4 หมื่นหัวต่อวันระบุว่า ยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซช่วงเมษายน-พฤษภาคมสูงขึ้นถึงเท่าตัว และยอดส่งสินค้าให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้น 20% แม้ว่าราคาปลีกจะสูงกว่าแบบธรรมดาประมาณ 6 เท่าก็ตาม เชื่อว่าเป็นเพราะผู้บริโภคสนใจความสะอาดของสินค้ามากขึ้น ซึ่งผักของบริษัทบรรจุห่อแยกแต่ละหัวจึงน่าจะตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ บริษัทวิจัยฟูจิเคไซระบุว่า ปัจจุบันผักกาดหอมจากโรงงานมีสัดส่วนประมาณ 3% ของการบริโภคในญี่ปุ่น และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 10% ในปี 2573

ด้านสหรัฐอเมริกาบริการทำความสะอาดแบบเฉพาะทางมีดีมานด์สูงขึ้นเช่นกัน โดย “อาฟเตอร์แมท” (aftermath) บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านทำความสะอาดที่เกิดเหตุอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุอย่างคราบเลือดหรือชิ้นส่วนอวัยวะ เปิดเผยว่า ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาจำนวนงานเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่เป็นการทำความสะอาด-ฆ่าเชื้อสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อหรือต้องสงสัยว่าจะติดโควิด-19

“ไวคาส โชปรา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของอาฟเตอร์แมทกล่าวว่า บริษัทผ่านช่วงโรคระบาดมาหลายครั้ง แต่ปีนี้มีงานชุกที่สุดโดยมีลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาแบบไม่หยุด

ไปในทิศทางเดียวกับ “เซิร์ฟโปรอินดัสทรี” (servpro industries) ผู้ประกอบการอีกราย ซึ่งคาดว่าปี 2563 นี้รายได้จากงานที่เกี่ยวกับโควิด-19 อาจจะสูงถึง 250-300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้วที่งานเกี่ยวกับโรคติดต่อสร้างรายได้ประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ช่วงที่รัฐต่าง ๆ เริ่มคลายล็อกทำให้มีธุรกิจรับทำความสะอาด-ฆ่าเชื้อผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วสหรัฐไปพร้อมกัน โดยมีทั้งที่มาจากธุรกิจทำความสะอาดทั่วไป ไปจนถึงธุรกิจบูรณะอาคาร และอื่น ๆ

สาเหตุที่ดีมานด์พุ่งสูงขึ้นนี้ เป็นเพราะนอกจากความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของลูกค้า-พนักงานแล้ว หลายธุรกิจต้องการป้องกันการถูกพนักงานฟ้องร้องเรื่องอันตรายในที่ทำงาน ซึ่งหากแพ้อาจต้องจ่ายเงินมหาศาลอีกด้วย

ความตื่นตัวนี้นำไปสู่ดีมานด์อุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งขนาดเล็ก-ใหญ่ “ทิโมธี เคน” ซีอีโอของกู้ดเวย์ เทคโนโลยี บริษัทผู้ผลิตเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้ออธิบายว่า เดิมบริษัทมีลูกค้าเป็นโรงงานเบเกอรี่ที่ต้องฆ่าเชื้อพื้นผิวต่าง ๆ เป็นประจำ

แต่ตั้งแต่เดือนเมษายนยอดสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 50 เท่าจากลูกค้าหลากหลายธุรกิจ ทั้งโรงแรม, กาสิโน, ฟิตเนส, ก่อสร้าง ฯลฯ เช่นเดียวกับ “วิคทอรี อินโนเวชั่น” ผู้ผลิตเครื่องฉีดพ่นอีกรายที่เปิดเผยว่า ยอดจองสินค้ายาวไปจนถึงเดือนกันยายนแล้ว แม้จะสามารถผลิตได้ถึง 1 แสนเครื่องต่อเดือนก็ตาม

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นระหว่างวิกฤตโรคระบาด และตราบเท่าที่สถานการณ์โควิด-19 คงอยู่ ก็น่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมต่อไปได้อีกนาน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ