เอสแอนด์พี เปิดโมเดลใหม่ ปูพรม “เดลโก้” หนุนดีลิเวอรี่

“เอสแอนด์พี” จัดทัพสู้พิษโควิด-19 เร่งปรับตัวรับพฤติกรรมคอนซูเมอร์เปลี่ยน ประกาศโฟกัสแบรนด์หลัก เพิ่มโปรดักต์อาหารไทย-เบเกอรี่ ส่งแพลตฟอร์ม “คอนวีเนี่ยนเบเกอรี่ช็อป” เร่งขยายโมเดลเดลโก้กว่า 31 แห่ง ปูพรมทั่วกรุงเทพฯ มุ่งเสริมทัพดีลิเวอรี่ พร้อมกระหน่ำโปรโมชั่นดึงลูกค้า

นายวิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่ “เอสแอนด์พี” เปิดเผยว่า จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมาเป็นตัวเร่งให้องค์กรต้องปรับตัวด้านการบริหารงานทั้งหมด ทั้งในแง่การผลิต และการทำกำไร โดยจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ลีน (lean) ที่สุด และมีความยืดหยุ่นภายใต้กระบวนการทำงานเป็นทีม ซึ่งได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับความท้าทายของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว จากการมีทางเลือกในการสั่งซื้อสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้จำนวนคนเดินห้างลดลง และสาขาที่อยู่ในศูนย์การค้าต้องปรับตัวอย่างหนัก ต้องจัดการการส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นลดราคาในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน

โดยทิศทางการดำเนินงานจากนี้ไป บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับเอสแอนด์พีที่เป็นแบรนด์หลัก ภายใต้โจทย์สำคัญที่จะต้องตามเทรนด์ลูกค้าและต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เริ่มจากหน้าร้าน ปีที่ผ่านมาได้ลอนช์เมนูใหม่ และทำมาร์เก็ตแทร็กกิ้ง ซึ่งพบว่า เมนูอาหารไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้น ทำให้ปีนี้จะเน้นเพิ่มเมนูอาหารไทยมากขึ้น อาทิ ข้าวแช่ เมนูซิกเนเจอร์ ส่วนด้านเบเกอรี่ที่มีสินค้าใหม่หลายรายการไม่ว่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ขนมขาไก่ จากนี้ไปสินค้าปกติ และสินค้าตามเทศกาล จะมีสินค้าออกใหม่เป็นระยะ ๆ และมีการปรับปรุงคุณภาสินค้า ชูจุดขาย สดใหม่ และราคาเข้าถึงง่าย รวมถึงกลุ่มเค้กปอนด์ หลังจากปีที่ผ่านมายอดขายลดลงอย่างมาก ปีนี้จึงต้องสร้างจุดเด่นให้กลับมาเป็นที่ต้องการลูกค้าได้ ผ่านโปรดักต์ใหม่ และเอสเคยูที่หลากหลาย ควบคู่กับการพยายามเพิ่มแวลูให้ลูกค้า



อีกทั้งสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การเพิ่มน้ำหนักดีลิเวอรี่มากขึ้น ซึ่งต่อไปช่องทางนี้จะช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัท โดยเร็ว ๆ นี้ จะลอนช์แพลตฟอร์มใหม่ “คอนวีเนี่ยนเบเกอรี่ช็อป” เสริมระบบการสั่งสินค้าให้แข็งแกร่งขึ้น ทั้งเรื่องระบบการชำระเงินที่สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังจะมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายดีลิเวอรี่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ เป็นแอมบาสซาเดอร์

นอกจากนี้ เตรียมขยายร้านโมเดลใหม่ ภายใต้ชื่อเดลโก้ (DELCO) เน้นบริการส่งดีลิเวอรี่ และซื้อกลับบ้าน ปีนี้เตรียมเปิด 31 แห่ง ล่าสุดเพิ่งเปิดไป 2 สาขา ที่สถานีบริการน้ำมันคลองหลวง และถนนราชพฤกษ์ และจะทยอยเปิดเพิ่มตามลำดับ สาขาทั้งหมดจะเข้าครอบคลุมพื้นที่การส่งดีลิเวอรี่ ที่จะเริ่มในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน

อีกหนึ่งธุรกิจที่จะให้น้ำหนักมากขึ้นคือ กลุ่มธุรกิจขายส่งอาหาร ขนมสำเร็จรูปแช่แข็ง อาทิ อาหารแช่แข็งตรา S&P ควิกมีล (Quick Meal) ไส้กรอกตรา S&P Premo ขนมคุกกี้และกลุ่มขนมขบเคี้ยวตรา S&P Delio ซึ่งปีที่ผ่านมาตัวเลขลดลงไปมาก โดยจากนี้ไปจะมีการจัดกลุ่มสินค้าวางโชว์ให้เป็นหมวดหมู่ เพิ่มความสะดวกในการซื้อ โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้นำตู้จำหน่ายสินค้า หรือเวนดิ้งแมชีนมาทดลองวางจำหน่ายสินค้าที่บริษัทก่อน หากได้รับการตอบรับดีจะเดินหน้าขยายต่อไป

นอกจากนี้ยังได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่อยู่ติดกับโรงงานที่ถนนบางนา กิโลเมตรที่ 23 ซึ่งต่อไปจะรวมสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน วัตถุดิบ และโกรเซอรี่ต่าง ๆ ที่ต้องกระจายไปร้านอาหาร หรือเบเกอรี่ช็อป รวมทั้งสินค้าที่ต้องส่งไปที่ศูนย์กระจายสินค้าของโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าแล้วยังจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ด้วย


สำหรับผลประกอบการสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 5,199 ล้านบาท ลดลง 28.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากการปิดร้านอาหารชั่วคราวตามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ทำให้ร้านเดิมของร้านอาหารและร้านเบเกอรี่เอสแอนด์พีในประเทศมียอดขาย 1,649 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.2 ส่วนธุรกิจขายส่งอาหารและเบเกอรี่มีรายได้ 193 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25.2 ส่วนธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศมีรายได้จากการขายและการบริการลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 257 ล้าน ลดลงร้อยละ 56.5 สาเหตุหลักมาจากการปิดร้านอาหารของสาขาในต่างประเทศชั่วคราว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ