สังคมไร้เงินสด

ผมเชื่อว่า “ความเชื่อ” เป็น “พลังงาน” รูปแบบหนึ่ง

เป็นแรงขับดันที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้กลายเป็น “ความจริง”

ของดีแค่ไหน ถ้าคนไม่เชื่อว่า “ดี”ของชิ้นนั้นก็ขายไม่ได้หรือขายได้แต่ไม่ดีนัก

ในขณะที่ของบางอย่างไม่ค่อยดีนัก เทียบกับอีกยี่ห้อหนึ่งแล้วสู้ไม่ได้

แต่คนเชื่อว่าของชิ้นแรกดีกว่าของชิ้นแรกก็จะขายดีกว่าชิ้นที่สอง

เห็นโฆษณา “ซัมซุง” ไหมครับ ที่เล่นงาน

จุดอ่อนของ “ไอโฟน” แบบตรง ๆ

ชกเต็มหมัดไปเลยว่าเทคโนโลยีของ “ซัมซุง” เหนือชั้นกว่า

นำหน้า “ไอโฟน” ตลอด

เหตุผลหนึ่งที่ “ซัมซุง” ต้องทำแบบนี้

เพราะต้องการทลาย “ความเชื่อ” ของสาวก “ไอโฟน”

เพราะตอนนี้คนกลุ่มใหญ่ก็ยัง “เชื่อมั่น” ใน “ไอโฟน” อยู่

“ความเชื่อ” จึงเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง

เหมือนกับเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า

วันนี้ปริมาณรถไฟฟ้าในโลกยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมัน

แต่ถามว่าวันนี้คุณเชื่อไหมว่ารถไฟฟ้าจะมาแทนที่รถน้ำมัน

ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่จะตอบว่า “เชื่อ”

และความเชื่อนี้ก็ระบาดจากประเทศในแถบยุโรป จนแต่ละประเทศประกาศเลยว่าอีกกี่ปีจะมีแต่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของเขา

ขนาดประเทศผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางก็เชื่อแบบนั้นเช่นกัน

เขาจึงหนีตายด้วยการไปลงทุนด้านอื่น

รีบเปลี่ยนทิศตั้งแต่ตอนที่มีเงิน

ไม่เช่นนั้นถ้าโลกพลิกเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเมื่อไร เขาจะกลับตัวไม่ทัน

อีกเรื่องหนึ่งที่พลังงาน “ความเชื่อ” กำลังทำงาน

“สังคมไร้เงินสด” ครับ

คุณตัน ภาสกรนที เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน

เขาบอกว่าตอนแรกไม่เชื่อว่าคนจีนจะไม่ใช้เงินสดเยอะขนาดนี้

ลำพังแค่คนจีนซื้อของธุรกิจโดยการใช้ระบบ “ตื๊ด-ตื๊ด” ผ่านโทรศัพท์มือถือและคิวอาร์โค้ด โอนเงินซื้อของผ่านอาลีเพย์และวีแชท

เขาก็ยังเฉย ๆ

แต่พอเจอคนกลุ่มหนึ่งที่เคยวางขันไว้ข้างหน้า

เปลี่ยนมาเป็นการถือมือถือหรือชูป้ายคิวอาร์โค้ดแทน

คุณตันบอกเลยว่า “สังคมไร้เงินสด” มาแน่

เพราะคนกลุ่มนี้คือ “ขอทาน” ครับ

ธนาคารพาณิชย์ของไทยตอนนี้ก็เปิดตัวเรื่องการซื้อของผ่านแอปบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดกันหลายแห่ง

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ก็เปิดตัว “แม่มณี”nนางกวักยุคไฮเทค

โหมโฆษณาแรงมาก

ผมว่าร้านค้าพร้อมที่จะเล่นเกมนี้แล้ว เพราะดูเหตุผลมุมไหน ซื้อขายแบบนี้ดีกว่าใช้เงินสดแน่นอน

ลูกจ้างอุ๊บอิ๊บไม่ได้

ไม่ต้องหาตังค์ทอน

ไม่ต้องเก็บเงินสดไว้ในร้านเยอะ ๆ ฯลฯ

และร้านค้าที่ต้องรับรองนักท่องเที่ยวจีน เขาก็คุ้นเคยกับพฤติกรรมลูกค้า

คนจีนซื้อของผ่านอาลีเพย์และวีแชท

ระดับที่ถ้าร้านไหนไม่มี นักท่องเที่ยวจีนแทบไม่อยากเข้า

ฝั่งร้านค้า ผมว่าไม่ยาก

ตอนนี้ก็เหลือแต่ผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการใช้เงินสด หรือบัตรเครดิต

ด้วยเหตุผลแล้วการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดดีกว่า

เพียงแต่คนยังไม่คุ้นชินกับระบบแบบใหม่เท่านั้นเอง

แต่เชื่อเถอะครับตั้งแต่วันนี้แบงก์ทุกแห่งจะโหมประโคมเรื่องนี้อย่างจริงจังแน่นอน

เพราะเขา “เชื่อ” แล้วว่าสังคมไร้เงินสดมาแน่

วงการเอเยนซี่บอกแล้วว่า ปีหน้าแบงก์ใหญ่ ๆ ทุกแห่งจะใช้งบฯโฆษณามหาศาล

แบงก์ไหนยังไม่ขยับต้องคิดใหม่แล้ว

ส่วนฝั่งผู้บริโภคผมว่า “ความเชื่อ” ยังเพิ่งเริ่มต้น

ยังไม่ถึงระดับ “รถยนต์ไฟฟ้า”

แต่ถ้าได้ลองเมื่อไร เขาจะติดใจ

เหมือนกับการโอนเงินผ่านแอป ใครใช้เมื่อไรก็ติดใจทุกคน

และตอนนี้การโอนเงินผ่านแอปเริ่มเป็นที่คุ้นเคยแล้ว

ซื้อของผ่านคิวอาร์โค้ดและหักเงินทางแอปก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขยับนิดเดียวเอง

และถ้าวันใด “ความเชื่อ” เรื่องนี้ “จุดติด”

ซึ่งน่าจะไม่เกิน 1-2 ปีนี้

กราฟของผู้ใช้ ณ วันนั้นจะพุ่งแบบจรวดเลย

เพราะ “ความเชื่อ” เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งครับ