รสนาจี้กรมบัญชีกลางชี้แจงดีล ATK 8.5 ล้านชิ้น

รสนา โตสิตระกูล ใช้สิทธิ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ ขอทราบการวินิจฉัยกรมบัญชีกลางเห็นชอบให้ อภ.ทำสัญญากับบริษัทที่ไม่ได้เข้าเสนอราคา ได้หรือไม่

วันที่ 13 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงเรื่องดีลจัดซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชิ้น ที่ อภ.ทำสัญญากับบริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯ โดยระบุว่า 

ดิฉันส่งหนังสือขอให้อธิบดีกรมบัญชีกลางตอบสาธารณชนให้ชัดเจนว่าที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) อ้างว่าได้สอบถามกรมบัญชีกลางเรื่องจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชิ้นแล้ว ได้รับคำตอบว่า “เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย” นั้นคือประเด็นใด รวมถึงการที่ อภ.ทำสัญญากับบริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯที่ไม่ได้รับเชิญเข้าเสนอราคา ตามข้อบังคับของ อภ.ข้อ 11 (1) ด้วยหรือไม่ 

หากอธิบดีไม่ออกมาแถลงประเด็นนี้ภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือจากดิฉันแล้ว ก็ถือว่าท่านยอมรับว่ากรมบัญชีกลางเห็นชอบว่า อภ.สามารถทำสัญญาจัดซื้อกับบริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามข้อ 11 (1) ซึ่งดิฉันจะได้ดำเนินการเพื่อความถูกต้องต่อไป

เนื้อหาในหนังสือมีดังนี้

“ตามที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Test Self-Test Kits หรือ ATK) จำนวน 8.5 ล้านชิ้น ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยโรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้จัดหาเพื่อให้แก่หน่วยบริการในเครือข่ายและประชาชน ดำเนินการภายใต้ข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ. 2561 ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 มาบังคับใช้ ”

และในคำแถลงระบุว่า “4.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ได้ตอบหนังสือหารือจากองค์การ ลงวันที่ 8 กันยายน 2564 ความว่า องค์การเภสัชกรรม สามารถดำเนินการจัดซื้อATK 8.5 ล้านชุด ตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรม ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ จึงเรียนให้ทราบว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ดำเนินการจัดซื้อ ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยโรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้จัดหาเพื่อให้แก่หน่วยบริการในเครือข่ายและประชาชน เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย” นั้น

ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ขอทราบว่าคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางนั้นได้วินิจฉัยการจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชิ้นนั้นในประเด็นใด

ตามที่ อภ.ได้จัดซื้อด้วยวิธีคัดเลือกตาม “ข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ. 2561” ได้ระบุให้ปฏิบัติตามข้อ 11 การซื้อโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่การซื้อครั้งหนึ่ง


ให้กระทําได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (1) เป็นพัสดุเพื่อการผลิตและจําหน่ายที่ต้องซื้อจากผู้ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชีไว้

และในกระบวนการคัดเลือกเพื่อจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชิ้นนั้น อภ.ได้เชิญผู้ขายที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ 24 ราย บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัดเป็น 1 ใน 24 รายที่ได้เข้าร่วมคัดเลือกเสนอราคาและเป็น 1 ใน 16 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติของคณะกรรมการคัดเลือก และเป็นบริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุดจึงเป็นผู้ชนะในการเสนอราคา 

“หลังจากนั้น อภ.ได้ทำสัญญากับบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แทนบริษัทออสแลนด์ฯ โดยที่บริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯมิได้เป็นบริษัทที่ได้รับเชิญเข้าเสนอราคา มิได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และมิได้เป็นบริษัทที่ชนะการเสนอราคา องค์การเภสัชฯ อ้างว่ากรมบัญชีกลางได้ตอบข้อหารือว่าองค์การเภสัชกรรม สามารถดำเนินการจัดซื้อATK 8.5 ล้านชุด ตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรม ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ จึงเรียนให้ทราบว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ดำเนินการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย” นั่นหมายรวมถึงการที่องค์การเภสัชกรรมสามารถทำสัญญากับบริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ 11 (1) ด้วยหรือไม่

“ข้าพเจ้าขอให้อธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะองค์กรตรวจสอบภายในเพื่อป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงานของรัฐโปรดออกมาแถลงให้สาธารณชนรับทราบอย่างชัดแจ้งว่า องค์การเภสัชกรรมสามารถทำสัญญากับบริษัทเวิลด์ เมดิคอลฯที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามข้อ 11 (1) ได้หรือไม่

หากท่านอธิบดีกรมบัญชีกลางไม่ออกมาแถลงภายใน 7 วันนับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับเอกสารตอบรับการรับทราบหนังสือฉบับนี้ของข้าพเจ้าแล้ว  ข้าพเจ้าถือว่าท่านยอมรับว่าท่านได้ยอมรับให้องค์การเภสัชกรรมสามารถทำสัญญากับบริษัทที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามข้อ 11 (1)”


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ