“อินเด็กซ์” ทุ่ม 40 ล้าน โหมจัดงานอีเวนต์ปลายปี 

“อินเด็กซ์” มั่นใจไตรมาส 4 เปิดประเทศ อีเวนต์เริ่มฟื้น เดินหน้าทุ่มงบฯ 40 ล้าน โหมอีเวนต์ 11 งานยิงยาวถึงปีหน้า หวังดึงรายได้โต 60% 

วันที่ 14 กันยายน 2564 นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง เห็นได้จากตัวเลขคนไทยวันนี้ฉีดวัคซีนไปมากกว่า 40 ล้านโดส ควรถึงเวลาเปิดประเทศ โดยบริษัทได้ประเมินว่าในไตรมาส 4 ไทยจะกลับมาเปิดประเทศได้ แต่ในทางกลับกันก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าภาพรวมอีเวนต์ไตรมาส 4 ปีนี้ จะกลับมาได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าจะเริ่มทยอยกลับมา ซึ่งอีเวนต์ในรูปแบบเอาต์ดอร์จะกลับมาก่อน พร้อมๆกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จากนั้นกลุ่มอีเวนท์งานแฟร์จะค่อย ๆ ตามมา ทั้งนี้การจัดงานอีเวนต์ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ซึ่งอยากให้มีการปลดล็อกมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามเดิม ไม่ใช่ยังต้องปฏิบัติตนเหมือนตอนยังไม่มีวัคซีน ซึ่งต้องออกจาก นิว นอร์มอล เพื่อที่จะไปสู่ แบ็ก ทูนอร์มอล


เช่นเดียวกับ อินเด็กซ์ ได้ทุ่มงบลงทุน 40 ล้านบาท เตรียมจัดงานอีเวนต์รวมๆ 11 งาน โดยรวมทั้งปลายปีนี้และปีหน้า ซึ่งจริงๆแล้ว เราเตรียมโปรเจ็กต์มาตั้งแต่ต้นปี2564 แต่ต้องเลื่อนออกมา เพื่อรอให้สถานการณ์โควิดคลี่คลาย และขณะนี้เริ่มมั่นใจจึงเตรียมเริ่มจัดอีเวนต์ทุกงานในเดือนพฤศจิกายน นี้เป็นต้นไป

สำหรับงานอีเวนต์ จะอยู่ในรูปแบบเอาต์ดอร์ประเภท SPORT AND LIFESTYLE เริ่มจากการจัดงานที่แรก ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ที่อินเด็กซ์ฯได้เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ และได้มีการเติม creativity เข้าไปผสมผสานกับสถาปัตยกรรม ที่มีทั้งลานกิจกรรม และอีเวนต์ ในส่วนของกิจกรรมมีทั้งลานกิจกรรมบนบกและในน้ำ เช่น การเปิดลานสเก็ต และ กิจกรรมพายเรือคายัก หรือซับบอร์ด


ตามด้วยงานเฟสติวัล FOREST OF ILLUMINATION ที่คีรีมายา เขาใหญ่ โดยจัดระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 – 16 มกราคม 2565 และ ส่งท้ายปลายปีด้วยงาน Thailand International Lantern & Food Festival เทศกาลโคมไฟและอาหารนานาชาติ จัดระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2564 ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และงาน เมืองโบราณ ไลท์ เฟส 2565 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2565 ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว รายได้หลักๆมาจากการจอยต์เวนเจอร์กับเจ้าของสถานที่ ถือเป็นการไม่รอสปอนเซอร์ เพราะเชื่อว่าตอนนี้หลายๆธุรกิจยังไม่กล้าลงทุน

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า หัวใจหลักของอินเด็กซ์วันนี้ ยังคงให้ความสำคัญในการเปิดมิติใหม่ของการจัดงานอีเวนต์ โดยได้พยายามสร้างโอว์น โปรเจ็กต์มากขึ้น และปีนี้ SPORT AND LIFESTYLE ก็จะเข้ามาเป็นอีกส่วนของธุรกิจ ซึ่งเรามองไปที่กลยุทธ์แบบLong term และในอนาคตคาดว่าจะมีงานเฟสติวัลต่างๆที่จัดขึ้นกับภาคการท่องเที่ยวไทย เพื่อให้เข้ากับฤดูท่องเที่ยวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจัดงานอีเวนต์ในครั้งนี้จะช่วยสร้างรายได้ในปี2564เติบโตไม่ต่ำกว่า 60% ขึ้นไป หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 669 ล้านบาท โดยหลักๆมาจากกลุ่มธุรกิจที่ประกอบด้วย มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส ตามด้วยครีเอทีฟ บิสซิเนส ดีเวลลอปเมนต์ และโอว์น โปรเจ็กต์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ