เชนไดร้ท์บุกหนักตลาดยาฆ่าแมลงเวียดนาม-เมียนมา ตั้งเป้าโกยรายได้ 1 พันล้าน

เชนไดร้ท์รุกเวียดนาม-เมียนมา เพิ่มตัวแทนจำหน่าย เจาะค้าปลีกสมัยใหม่ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ CLMV เพิ่ม 10% ขณะที่ตลาดในประเทศเร่งเพิ่มดิสทริบิวเตอร์กระจายสินค้าเสริมแกร่ง พร้อมดึงกลยุทธ์ Brand identity ตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภท ชูการตลาด 360 องศา พร้อมทุ่ม 100 ล้านบาท รีแบรนดิ้ง รอบ 5 ปี คว้า หมาก ปริญ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ทันสมัย-ผู้เชี่ยวชาญกำจัดแมลงเบอร์ 1 คาดกวาดยอดขายรวมทะลุ 1 พันล้านบาท กินมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 35%

วันที่ 20 กันยายน 2564 นายธนากร วัฒนวิจารณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง “เชนไดร้ท์” เปิดเผยว่า ปัจจุบันแบรนด์เชนไดร้ท์ถือเป็นอีก 1 พอร์ต รายได้หลักที่สำคัญของบริษัท โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ของรายได้ทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันและกำจัดปลวก-แมลงในไทยมานานกว่า 20 ปี

ดังนั้น ในปีนี้จึงได้ทุ่มงบฯ 100 ล้านบาท รีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปี เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าให้ดูทันสมัยและตอกย้ำผู้เชี่ยวชาญเรื่องการกำจัดปลวก ยุง แมลงสาป มด และมอด ที่ยกระดับผลิตภัณฑ์ทุกมิติทั้งดีไซน์บรรจุภัณฑ์และปรับสูตรใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชนไดร้ท์ น็อกไว ยุง มด แมลงสาป ตายครบจบทุกแมลง”

“ข้อมูลจากนีลเส็นล่าสุด (ม.ค.-ก.ค. 64) เชนไดร้ท์มีส่วนแบ่งตลาดสเปรย์กำจัดปลวกอยู่ที่ 90% การนำแคมเปญดังกล่าวมาใช้ เชื่อว่าจะจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สเปรย์กำจัดแมลงสาบ และยุงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

สำหรับแผนการตลาดแบรนด์ “เชนไดร้ท์” มุ่งสร้างการเติบโตของกลุ่มสินค้าสเปรย์กำจัดแมลง โดยการปรับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้เข้าใจง่ายต่อการเลือกใช้ มีการใช้คัลเลอร์โค้ดเข้ามาบ่งชี้ ประเภทของผลิตภัณฑ์ ภายใต้สัญลักษณ์สีส้ม เขียว เหลือง ตอบโจทย์ทุกปัญหาแมลงเพื่อสื่อสารคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันและสร้างการจดจำให้แก่ผู้บริโภค

โดยผลิตภัณฑ์ที่สามารถกำจัดแมลงสาป ยุง มด ใช้สัญลักษณ์สีเขียว ส่วนผลิตภัณฑ์กำจัดยุง ใช้สัญลักษณ์สีเหลือง และผลิตภัณฑ์กำจัดปลวก มอด มด และแมลงคลานใช้ลัญลักษณ์สีส้ม เป็นสูตรที่ขายดีที่สุดจาก “เชนไดร้ท์”

“การแบ่งกลุ่มตามประเภทแมลงที่กำจัดได้โดยมีสีของกระป๋องมาบ่งชื้ จะช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ได้ดี และช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ เชนไดร้ท์ดำเนินการสื่อสารการตลาดครบ 360 องศา เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ สื่อโฆษณากลางแจ้งและสื่อออนไลน์ พร้อมดึง “หมาก-ปริญ สุภารัตน์” เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรก

เนื่องจากมีภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์แบบคนรุ่นใหม่ที่ฉลาดเลือก ได้ปล่อยโฆษณาชุดแรก สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มกำจัดแมลงสาป ยุง มด ภายใต้คอนเซ็ปต์ สมาร์ท ไฟต์เตอร์ น็อกไว ยุง มด แมลงสาป ตายครบจบทุกแมลง และจะมีการปล่อยโฆษณา สำหรับผลิตภัณฑ์กำจัดยุง และกำจัดปลวก ตามลำดับ คาดหวังส่วนแบ่งการตลาด 35% ซึ่งจะทำให้ยอดขายรวมทุกช่องทางแตะ 1,000 ล้านบาทในปีนี้


ด้านนายอนุศาสตร์ สระทองเวียน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งระบบจัดจำหน่ายสินค้า (Route to Market) บริษัทได้เพิ่มผู้แทนจำหน่าย (Distributor) จาก 6 ราย เป็น 14 ราย เพื่อกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ดีขึ้น

พร้อมเดินหน้าสร้าง Partnership กับคู่ค้าทางธุรกิจ ในการร่วมมือกันทำการตลาดและการขายในลักษณะพันธมิตร เติบโตร่วมกันไม่ว่าจะเป็นร้านค้าใหญ่ใน Traditional Trade หรือกลุ่มร้านค้า Modern Trade เพื่อสร้างอิมแพ็กต์ไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างเข้าถึงและถูกต้องตามกลยุทธ์รายช่องทาง ซึ่งจะผลักดันให้สินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศในเชิงรุกให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศ CLMV หลังได้เข้าไปทำตลาดในประเทศลาวและกัมพูชาแล้ว ล่าสุดได้นำ “เชนไดร้ท์” ทำตลาดเวียดนามและเมียนมา ผ่านเทรดเดอร์และตัวแทนจัดจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4 ภายใต้การดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดรับกับตลาดท้องถิ่น  (Local Market)

โดยมุ่งพัฒนาและกระจายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ พร้อมสื่อสารการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้แบรนด์ วางเป้าหมายการขายกลุ่มประเทศ CLMV เพิ่มเป็น 10% ของรายได้รวมต่างประเทศ จากรายได้ครึ่งปีแรกที่มีสัดส่วน 5% ของรายได้รวมต่างประเทศทั้งหมด

ส่วนภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย (Fast Moving Consumer Goods) ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบ COVID-19 ส่งผลพฤติกรรมผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยตลาดสเปรย์กำจัดแมลงได้รับผลกระทบ -3.4% อย่างไรก็ตาม แบรนด์ “เชนไดร้ท์” ยังทำยอดขายเติบโต 6% และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 23% เป็น 26% (ข้อมูลนีลเส็นเดือน ม.ค.-ก.ค. 2564) โดยบริษัทตั้งเป้าสิ้นปีจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 35%


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ