‘เซนต์เมด’รุกเทเลเมดิซีน-ATKดันรายได้

โควิด-สูงวัย-กฎหมาย มท. บังคับติดตั้งเครื่อง AED ดันตลาดนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ 8 หมื่นล้านแรงไม่หยุด “เซนต์เมด” เปิดเกมรุกเทเลเมดิซีนแก้ปมผู้บริโภคเลี่ยง รพ.-โดดร่วมวงชิงเค้กน่านน้ำใหม่ตลาด ATK 2,000 ล้าน ตั้งเป้าชิงมาร์เก็ตแชร์ 2% กวาดยอดขาย 100 ล้าน มั่นใจปี’64 รายได้ทะลุ 1,200 ล้าน โต 90%

ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือ-อุปกรณ์ทางการแพทย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศไทยมูลค่ากว่า 230,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 150,000 ล้านบาท

อาทิ วัสดุการแพทย์อย่างเข็ม ถุงมือยาง และการนำเข้า 80,000 ล้านบาท เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ พวกใช้เทคโนโลยีสูง เป็นต้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10% และเป็นเมกะเทรนด์ทั้งจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในประเทศไทยภายในปี 2565 เทรนด์รักสุขภาพ การต่อสู้กับปัญหาโควิด-19

ตลอดจนยุทธศาสตร์ของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแห่งอาเซียน และการส่งเสริมสุขภาพประชาชนตามนโยบายของ สปสช. เพื่อเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ยิ่งหนุนปัจจัยการขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านระบบหายใจและช่วยชีวิต ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วย เช่น เครื่องช่วยปั๊มหัวใจระบบอัตโนมัติ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า

ซีอีโอบริษัท เซนต์เมด ยังระบุด้วยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เซนต์เมด ที่เน้นการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ด้านระบบการหายใจและการช่วยชีวิต อาทิ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องวัดค่าออกซิเจนในเลือด ได้รับปัจจัยบวก โดยมีการเติบโตขึ้นในระดับดับเบิลดิจิตในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาโควิด ทั้งผู้ป่วยสีเขียว เหลือง และแดง

ผนวกกับปัจจัยหนุนการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงควบคุมอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นอาคารสาธารณะต้องจัดให้มีพื้นที่หรือตำแหน่งเพื่อติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ หรือ AED (automated external defibrillator) ภายใน 2 ธ.ค. 2564 ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ผลประกอบการเป็นในทางบวกมากขึ้น แม้จะเป็นในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป

“ที่ผ่านมาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิดมีการสั่งซื้อเพิ่มสูงขึ้น เช่น เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดมีการทำสัญญาซื้อขายแล้วกว่า 100,000 เครื่อง ส่งผลให้งานในมือที่รอส่งมอบ (backlog) เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท”

พร้อมกันนี้ ดร.วิโรจน์ยังกล่าวถึงกลยุทธ์การทำตลาดของเซนต์เมดว่า นอกจากการนำเข้าสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานได้รับการยอมรับในราคาที่เหมาะสม พร้อมทำบริการหลังการขายให้ดีแล้ว ทั้งในแง่การดูแลและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ อีกประการสำคัญคือการมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สอดรับกับระบบสุขภาพในปัจจุบัน

ซึ่งขณะนี้เซนต์เมดเริ่มเข้ามาทำการตลาดเทเลเมดิซีน (telemedicine) หรือการแพทย์ทางไกลมากขึ้น เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดปริมาณน้ำตาล และเครื่องมือทางการแพทย์อื่น ๆ ที่่สามารถตรวจวัดและเก็บข้อมูลโดยดึงระบบคลาวด์ (cloud) มาใช้เป็นคลังขนาดใหญ่ในการจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมากให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ไม่อยากเดินทางไปโรงพยาบาล และต้องการเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มมีกลุ่มลูกค้าติดต่อเข้ามาแล้วจำนวนมาก

ควบคู่กับการเดินหน้ามองหาน่านน้ำที่ยังมีโอกาส โดยที่ผ่านมาได้เริ่มบุกตลาดการนำเข้า Antigen Test Kit (ATK) เนื่องจากมองเห็นโอกาสการใช้ ATK ตรวจหาเชื้อโควิดในกลุ่มผู้บริโภคและองค์กรที่มีสูงขึ้น เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ โดยเฉลี่ยจะมีผู้ที่ต้องใช้ ATK ราว 5 ล้านคน ตรวจทุก ๆ 1 สัปดาห์ หรือคิดยอดขายต่อเดือนของทั้งตลาด ATK เฉลี่ยเป็น 2,000 ล้านบาท/เดือน (market cap)

Advertisement

ประกอบกับเซนต์เมดมีความแข็งแกร่งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีเครือข่ายพันธมิตรสูงจากการดำเนินงานกว่า 22 ปี โดยแต่เดิมตลาด ATK มีผู้เล่นราว 5-10 ราย แต่ปัจจุบันด้วยโอกาสที่มีมาก ทำให้มีผู้เล่นเพิ่มจำนวนเป็น 80 ราย ทั้งนี้ เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้ากินส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวราว 2% หรือคิดเป็น 100 ล้านบาท

“สำหรับการตั้งเป้าการเติบโตของเซนต์เมดในปี 2564 จากปัจจัยบวกตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านระบบการหายใจและการช่วยชีวิต โดยมีโควิดเป็นตัวแปรหลัก คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้กว่า 90% มีรายได้ทะลุ 1,200 ล้านบาท จากเดิมในปี’63 เติบโตราว 10-15% มียอดขายรวมอยู่ที่ 660 ล้านบาท แบ่งเป็นภาครัฐ 60% และภาคเอกชน 40%” ดร.วิโรจน์กล่าว