รถ “ผักชี”

บทความ โดย หนุ่มเมืองจันท์
Market-think
สรกล อดุลยานนท์

 

ช่วงนี้เจอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วมี “ความหวัง” ในชีวิตขึ้นมาเยอะเลยครับ

เริ่มตั้งแต่เรื่องการแก้ปัญหา “ผักชี” ราคาแพง

แทนที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป เพราะรู้ว่าต้นเหตุปัญหามาจากพื้นที่ปลูกผักชีเจอน้ำท่วม และค่าขนส่งแพง

ที่สำคัญ “ผักชี” ไม่ใช่ “ต้นทุนหลัก” ของอาหารส่วนใหญ่

ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ หรือน้ำมันพืช ยังสะเทือนต่อราคาอาหารมากกว่า

คนเป็น “ผู้นำ” ต้องโฟกัสปัญหาให้ถูกต้อง

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับให้ความสำคัญกับปัญหา “ผักชี” มาก

ถึงขั้นให้ทหารใช้พื้นที่ในกองทัพปลูกผักชี

เอาจริงเอาจังมาก

อย่าลืมว่า “ผักชี” เป็นพืชที่ใช้เวลาปลูกประมาณ 45 วัน

หมายความว่ากว่าปัญหานี้จะคลี่คลาย ต้องใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกนโยบายแก้ปัญหา “ผักชี” แบบโรยหน้าในกองทัพ

ถามว่ามีใครพูดถึงเรื่อง “ผักชีแพง” อีกไหม

ไม่มีเลย

เพราะมันเป็นปัญหาชั่วคราว เหมือนมะนาวแพงช่วงหน้าแล้ง

อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการประท้วงของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

เขาเรียกร้องให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 25 บาทต่อลิตร

และยื่นเงื่อนไขว่า ถ้ารัฐบาลไม่ทำตาม จะหยุดวิ่งรถ

ตอนนี้เริ่มต้นที่ 80,000 คัน หรือ 20% ของทั้งหมด

และจะเพิ่มจำนวนที่หยุดวิ่งอีก

ปัญหานี้คือ เรื่องใหญ่ของภาคธุรกิจ


เพราะถ้าหยุดวิ่งจริง การขนส่งสินค้าจะเป็นอัมพาต

แน่นอน มาตรการหยุดวิ่งนั้นเป็นการต่อรอง

ทำจริงหรือไม่ทำจริงก็ได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องโฟกัส

เพราะค่าขนส่งเป็นต้นทุนสำคัญของทุกสินค้า

น้ำมันขึ้นราคา ค่าขนส่งแพง ก็ทำให้ต้นทุนสินค้าทุกตัวเพิ่มขึ้น

แต่รถบรรทุกประท้วงหยุดวิ่งจริง จะหนักยิ่งกว่า

การแก้ปัญหา คือ ต้องตั้งโต๊ะเจรจากันเพื่อหาทางออก

นโยบายพลังงานต้องปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

อาจไม่ต้องยอมตามสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยทั้งหมด

ไม่ต้องตรึงดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาทก็ได้

แต่รัฐต้องไม่ยืนกรานว่า ลิตรละ 30 บาท โดยไม่เจรจา

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้วิธีการแก้ปัญหาว่าจะให้รถทหารทั้งหมดมาช่วยขนส่งสินค้าแทน

ถ้ามีการหยุดวิ่งจริง

ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์หยุดวิ่งจริงจะเกิดอะไรขึ้น

ระบบที่รถทหารจะไปรับ-ส่งสินค้าจะเป็นอย่างไร

ถ้าภาคเอกชนต้องการรถขนส่งสินค้าพร้อม ๆ กันหมด รถคันไหนจะวิ่งไปรับของ และจะส่งของที่ไหน

มั่นใจใช่ไหมครับว่าจะส่งถูกที่

พล.อ.ประยุทธ์คงคิดว่า นี่คือกลยุทธ์ในการต่อรอง

หยุดวิ่งใช่ไหม เรามีรถของกองทัพมาแก้ปัญหา

ตอนนี้รถทั้งหมดของกองทัพบกมีอยู่ 3,400 คัน

แต่รถบรรทุกทั้งหมดของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ คือ 400,000 คัน

มันทดแทนกันไม่ได้เลย

ที่สำคัญ ทั้งเรื่องผักชีและเรื่องรถขนของ ได้ก่อให้เกิดคำถามใหม่ขึ้นมา

ถ้าเอาพื้นที่ว่างปลูกผักชีได้

แสดงว่ากองทัพมีพื้นที่ว่างเปล่าเหลือเยอะมาก ที่ไม่ได้ทำประโยชน์

มีทหารเกณฑ์ที่ว่างงานมาก จนสามารถมาปลูกผักชีได้

มีรถที่ว่างงานจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ขนสินค้าได้

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ นี่คือ ความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ

เพราะกระทรวงกลาโหมมีทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งานจำนวนมาก

ผมจึงบอกว่า แนวคิดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งเรื่องผักชีและรถกองทัพขนส่งสินค้า ทำให้เกิด “ความหวัง”

หวังว่าคนไทยจะได้ “ตาสว่าง” เสียที


เลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ