ช่อง 3 กางแผนปี’65 ส่งละคร-ข่าว-วาไรตี้ ชิงเรตติ้ง

ช่อง 3

ช่อง 3 เปิดเกมรุกครึ่งแรกปี’65 ประเดิมรายการข่าว-วาไรตี้-ซีรีส์-โผละครใหม่ ตรึงผู้ชมเกาะติดจอ โกยเรตติ้งพุ่งทั้งทีวีและออนไลน์ ก่อนนำคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์ ส่งต่อวัฒนธรรมรูปแบบ SOFT POWER ภายใต้กลยุทธ์ Single Content Multiple Platform

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระอุข้ามปีสำหรับสมรภูมิทีวีดิจิทัล เมื่อช่อง 3 ภายใต้การบริหารของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนงานรับศักราชใหม่ปี 2565 ในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยการเปิดเกมรุกส่งคอนเทนต์เด็ด ขยายฐานผู้ชม ดึงเรตติ้งสนั่นจอต่อเนื่อง

หลังจากในปี 2564 โควิดส่งผลกระทบการถ่ายทำ จนทำให้ช่อง 3 ต้องงัดละครเก่าเข้ามาฉายรีรัน โดยคอนเทนต์ “ละคร” ตัวชูโรงของช่อง 3 ประเดิมส่งโผละครใหม่แกะกล่องถึง 12 เรื่อง อาทิ สร้อยสะบันงา, คุณหมีปาฏิหาริย์, เพชฌฆาตจันทร์เจ้า ฯลฯ ลงจอรัว ๆ

ขณะเดียวกันในฟากนักแสดงได้ดึงนักแสดงแนวหน้า อาทิ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, นาย ณภัทร, เจมส์ จิรายุ, ปั้นจั่น ปรมะ มาเป็นแม่เหล็กตรึงผู้ชมหน้าจอ ควบคู่กับการนำคู่จิ้นเก่าเวียนกลับมาคู่กันอีกครั้ง เช่น เชียร์ ฑิฆัมพร และเต้ย พงศกร ในเรื่องบุพเพร้อยร้าย เพื่อการันตีความนิยมจากฐานผู้ชมทั้งเก่าและใหม่

สำหรับคอนเทนต์รายการข่าวช่อง 3 ยังคงคอนเซ็ปต์ข่าวสมัยใหม่ เน้นจุดเด่น “ทันเหตุการณ์ ทันสมัย เข้าถึงทุกคน” เสริมด้วยจุดขายที่ได้เดินกลยุทธ์ตั้งแต่ปี’64 คือ ทีมผู้ประกาศข่าวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นข่าวเชิงลูกทุ่ง สนุกสนาน เข้าถึงผู้ชม แบบฉบับเอ ดนยกฤตย์ ในรายการขันข่าวเช้าตรู่ หรือเล่าข่าวในสไตล์สบาย ๆ เหมือนคนในครอบครัวกับสรยุทธ สุทัศนะจินดา ตลอดจนข่าวอรรถรส ขยี้ประเด็นร้อนถึงแก่นอย่างรายการโหนกระแส ของหนุ่ม กรรชัย

ส่วนรายการวาไรตี้เน้นความบันเทิงและสร้างเสียงหัวเราะกับหัวหอกเรตติ้งประเภทวาไรตี้กับรายการ “HOLLYWOOD GAME NIGHT” ปาร์ตี้เกมโชว์ของเหล่าซูเปอร์สตาร์ ปิดท้ายด้วยซีรีส์เจาะกลุ่มวัยรุ่น อาทิ วัยรุ่น วุ่นวายรัก, หน่าฮ่าน เดอะซีรีส์

ขณะที่ทางด้านออนไลน์ช่อง 3 ยังคงเพิ่มโฟกัสการขยายฐานสมาชิกสำหรับแพลตฟอร์ม CH3Plus ผ่านการงัดคอนเทนต์พิเศษเฉพาะสมาชิก รวมไปถึงการทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านการจัดกิจกรรม Fandom ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดนักแสดงได้ง่ายในรูปแบบ Exclusive Campaigns ตลอดทั้งปี เพื่อผสานช่องทางออนกราวน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ หลังจากปัจจุบันโกยยอดผู้ใช้งานได้ถึง 12 ล้านราย/เดือน

นอกจากนี้ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Single Content Multiple Platform หรือหนึ่งคอนเทนต์หลากแพลตฟอร์ม เพิ่มแวลู่คอนเทนต์ที่มีอยู่ในมือให้มากที่สุด ผ่านการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในต่างประเทศมากขึ้น อาทิ TVB Hong Kong, MediaCorp Singapore, RTV Indonesia, เกาหลีใต้ และ Netflix


ทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักประเทศไทย นักแสดงไทย วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทยมากขึ้น นับเป็นการต่อยอด SOFT POWER ทำให้ละครไทยอีกหลายเรื่องถูกนำไปเผยแพร่สู่ตลาดสากลมากขึ้น เช่น Tencent Video ของจีน, Regional Platform อย่าง VIU ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงค์โปร์ และสตรีมมิ่งชั้นนำระดับโลกอย่าง NETFLIX ซึ่งได้คัดสรรละครดังหลายแนวไปออกอากาศเช่นกัน