“อีเลคโทรลักซ์” ทุ่มงบฯโค้งท้าย จัดหนักแคมเปญ-สื่อสารปลุกยอดข้ามปี

Electrolux

“อีเลคโทรลักซ์” ทุ่มงบฯปลุกยอดโค้งท้าย รัวโปรโมชั่นสไตล์จับคู่สินค้าย้ำความคุ้มค่าดึงดูดลูกค้า ควบสื่อสารย้ำโพซิชั่นแบรนด์พรีเมี่ยม พร้อมโยกทรัพยากร-บริหารต้นทุนรับมือโจทย์ค่าขนส่ง-วัตถุดิบพุ่งหวังรักษาศักยภาพการแข่งขัน ลุ้นยอดขายเติบโต 20-30% จากปี’63 ก่อนทยอยเปิดสินค้าใหม่รับดีมานด์ปี’65

นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย และอินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ต บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงโค้งท้ายปี 2564 จนถึงมกราคมปี 2565 บริษัทจะมุ่งทำการตลาดอย่างเต็มที่ ด้วยงบฯที่เก็บสะสมมาตลอดช่วงล็อกดาวน์ ทั้งการทำโปรโมชั่น และการสื่อสารสร้างการรับรู้ เพื่อกระตุ้นการขายในช่วงที่ตลาดแสดงสัญญาณฟื้นตัว และการเป็นหน้าเทศกาลช็อปปิ้ง-ให้ของขวัญ

โดยการทำโปรโมชั่นจะเน้นกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือคัสตอมเมอร์เซ็นทริก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์สินค้าในโปรโมชั่นได้เอง แทนการจัดชุดให้แบบตายตัวเหมือนในอดีต และการจัดโปรโมชั่นสินค้าที่ใช้งานคู่กันอย่าง เครื่องซักผ้า กับเครื่องอบผ้าและเตารีด หรือแอร์กับเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น

โฟกัสไปที่สินค้าระดับพรีเมี่ยมหรือไซซ์ใหญ่ซึ่งมีมูลค่าสูง อาทิ เครื่องซักผ้าขนาด 10 กิโลกรัม ตู้เย็นมัลติดอร์ แอร์อินเวอร์เตอร์ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น แคมเปญ Happiest Celebration ที่มีทั้งการจัดชุดสินค้าราคาพิเศษเมื่อซื้อเป็นชุดหรือซื้อคู่จำนวน 7 แบบ และยังมีการแถมสินค้า เช่น ซื้อเครื่องฟอกอากาศแถมเครื่องดูดฝุ่น

กลยุทธ์นี้นอกจากช่วยจูงใจผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยเพิ่มเม็ดเงินจากการขายแต่ละครั้งให้สูงขึ้นอีกด้วย

พร้อมมุ่งรัดเข็มขัดบริหารค่าใช้จ่ายและทรัพยากรต่าง ๆ ต่อเนื่องจากช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา เพื่อรับมือสภาพต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่น การโยกย้ายพนักงานจากจุดจำหน่ายที่มีดีมานด์ไม่มากนัก ไปเสริมทัพในจุดที่มีดีมานด์สูงกว่าแทนการเพิ่มพนักงานใหม่ เมื่อรวมกับการชะลอการใช้งบฯการตลาดในช่วงล็อกดาวน์ ซึ่งให้ผลไม่คุ้มค่าเพราะผู้บริโภคไม่อยู่ในอารมณ์จับจ่าย ช่วยให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่ต้องลดจำนวนพนักงานลงเลย


และทำให้เชื่อว่ายอดขายปี 2564 นี้ มีโอกาสเติบโตได้ถึง 20-30% เมื่อเทียบกับปี 2563

สำหรับทิศทางต้นปี 2565 นั้น นายรัชตะกล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแผนเอาไว้แล้ว โดยหากสถานการณ์การระบาดคลี่คลายจะได้เห็นการทำตลาดที่สม่ำเสมอมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และจะมีความยืดหยุ่นในด้านจังหวะเวลามากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว


เริ่มจากการเปิดตัวเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ ซึ่งเลื่อนจากเดือน ต.ค. มาเป็นปลายเดือน พ.ย. และการระดมสื่อสารผ่านสื่อทีวีและสื่อออนไลน์ มีไฮไลต์เป็นภาพยนตร์โฆษณาจำนวน 6 ชุด และการใช้ “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ซูเปอร์สตาร์สาว มาสื่อสารไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการสื่อสารบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ