ไฮเออร์ ผุดโมเดล “อยู่ดี” จัดผ่อนทีวี แอร์ ตู้เย็น ผ่านแอปฯ

ไฮเออร์ เปิดโมเดล “อยู่ดี” จัดผ่อนสินค้า อาทิ ทีวี แอร์ 0% นาน 6-24 เดือนแบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ก่อนเพิ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า และตู้แช่ร่วมโมเดลปีหน้าเพื่อรับมือสภาพกำลังซื้อ พร้อมเปิดตัวทัพสินค้าใหม่อีกกว่า 50 รายการ

วันที่ 17 ธันวาคม 2564 มร.จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2564 นี้ ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีการเติบโตเล็กน้อยที่ 0.3% เป็น 8.4 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าจีดีพี ปี 2564 อยู่ที่ 0.7%

ส่วนปี 2565 คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวตามสภาพเศรษฐกิจ และอาจเติบโตได้ 3-4% หรือมีมูลค่าประมาณ 8.6 หมื่นล้านบาท โดยมีความต้องการสินค้าที่มีฟังชั่นสมาร์ทสามารถควบคุมผ่านมือถือ และฟังชั่นสุขภาพอย่างการฆ่าเชื้อโรค หรือทำความสะอาดตัวเอง รวมถึงการมีระดับราคาที่จับต้องง่าย ซึ่งตอบโจทย์ความกังวลด้านสุขภาพและกำลังสภาพซื้อที่อยู่ระหว่างฟื้นตัว

ผุดโมเดลผ่อนผ่านแอปฯ

เพื่อตอบโจทย์ของตลาดและชิงความได้เปรียบ ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนจึงเปิดตัวโมเดลผ่อนชำระค่าสินค้าปลอดดอกเบี้ย และไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ในชื่อ “อยู่ดี” (Yudee) โดยนายวรลักษณ์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจอยู่ดี บริษัท ไฮเออร์ฯ อธิบายว่า โมเดลนี้มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องการใช้เงินก้อนหรือบัตรเครดิต โดยสามารถผ่อนชำระค่าสินค้าได้นาน 6-24 เดือน ผ่านทางแอปฯ “อยู่ดี” ได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งตัวสินค้ายังมีฟังชั่นไอโอทีสามารถควบคุมผ่านสัญญาณ 4 จีได้อีกด้วย

โดยปัจจุบันได้เปิดให้ผ่อนทีวีขนาด 43 นิ้วและ 55 นิ้ว ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มต้น 2.1 พันบาท/เดือน แอร์ขนาด 1.2-3.6 หมื่นบีทียูเริ่มต้น ระยะเวลา 12-24 เดือน เริ่มต้น 900 บาท/เดือน และในปีหน้าจะทยอยเพิ่มสินค้า อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และตู้แช่ เข้ามา

ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมาย 3 ปี (2565 – 2567) ให้มีผู้ใช้แอปพลิเคชั่นสูง 200,000 ราย สร้างรายได้แตะ 1,200 ล้านบาท จากปัจจุบันมีผู้ใช้ 1.7 หมื่นรายและรายได้ 100 ล้านบาท พร้อมขยายดีลเลอร์ร้าน Yudee จำนวน 80 ร้านทั่วประเทศ และขยายเครือข่ายร้าน Yudee ขนาดเล็กอีกกว่า 200 ร้านทั่วประเทศ

ขนทัพ 50 สินค้าใหม่ลุยตลาดปี ’65

นอกจากโมเดลอยู่ดี แล้วปี 2565 ที่จะถึงนี้ ไฮเออร์ยังเตรียมขนทัพสินค้าใหม่อีก 40-50 รายการ ซึ่งเน้นฟังชั่นสมาร์ท-ไอโอที และสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทุ่มงบฯ 850 ล้านบาท ทำการตลาดย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียมและลักชัวรี

นายธเนศร์ บินอาซัน รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ฯ เปิดเผยว่า จะเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่ม Smart Home และสินค้ารุ่นไฮเอนด์ที่มีเทคโนโลยีสมาร์ท และ การทำความสะอาดตัวเอง เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกสบายมากขึ้น เช่น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Alexa

โดยเครื่องปรับอากาศไฮเออร์จะมีไฮไลท์เป็น เทคโนโลยีฆ่าเชื้อด้วยรังสี UVC ซึ่งผ่านการทดสอบจากสถาบัน Texcel ว่าช่วยยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 99.99%

ส่วนตู้เย็น จะเพิ่มสินค้าใหม่กว่า 25 รายการ ทั้งในรุ่นมัลติดอร์ 2 ซีรีย์ และรุ่น 2 ประตู 1 ซีรีย์ เพื่อตอบสนองความต้องการตู้เย็นที่ขนาดใหญ่ขึ้น เหมาะสมกับการอยู่อาศัยทั้งในพื้นที่กว้างและพื้นที่จำกัด

ด้านเครื่องซักผ้าจะเน้นเพิ่มความหลากหลายของขนาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเพิ่มรุ่นฝาหน้า 4 ซีรีย์ และรุ่นฝาบน 3 ซีรีย์ และยังคงชูจุดขายเรื่องฟังก์ชั่นความสะอาด-ฆ่าเชื้อในผ้า ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดตัวเอง และชูเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้แก่ i-refresh, Hygienic program, ABT & Dual Spray เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น



นอกจากนี้ยังมีทีวีรุ่น HQLED 4K TV มีคุณสมบัติ Dolby vision เครื่องชงกาแฟ เครื่องดูดควัน เครื่องครัวรุ่น Black Series ตู้แช่ไวน์ไซส์เล็ก เครื่องทำน้ำอุ่นระบบสัมผัส เป็นต้น

สำหรับแบรนด์ย่อย แคนดี้ จะเพิ่มเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องครัวและตู้แช่เข้ามา โดยยังเน้นเรื่องใช้งานง่าย ดีไซน์น่ารัก และราคาเข้าถึงง่าย พร้อมการรับประกันที่ยาวนานสูงสุด 12 ปี เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายแบบออฟไลน์ เช่น ช่องทาง Modern Trade เพิ่มจากเดิมที่มีออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ทุ่ม 850 ล้านปลุกดีมานด์

พร้อมพลิกโฉมแบรนด์ให้เป็นระดับพรีเมียมและลักชัวรีมากขึ้น ทั้งหมดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวงกว้าง จากเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation-X) เจนเนอเรชั่นวาย (Generation-Y) ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นซี (Generation-Z) ด้วยการใช้งบ 850 ล้านบาท ทำการตลาดครบวงจรในคอนเซ็ปต์ “Haier Inspired Living การใช้ชีวิตของคุณคือแรงบันดาลใจของเรา” รวมถึงสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายไม่ว่าจะเป็น ปรับปรุงหน้าร้าน สนับสนุนพนักงานขาย จัดกจกรรมส่งเสริมการขายหน้าร้าน จนถึงพัฒนาการบริการหลังการขาย

ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าขาย 1.05 หมื่นล้านบาทในปี 2565 ก่อนจะขยับเป็น 1.2 หมื่นล้านในปี 2566 ที่วางไว้ หลังจากปี 2564 นี้ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 7,921 ล้านบาท เติบโต 29% เทียบกับปี 2563 เนื่องจากยอดขายเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินค้า ส่วนแบรนด์แคนดี้ ซึ่งเปิดตัวมาเพียง 1 ปี มียอดขายกว่า 250 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้านบาท


โดยเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงมียอดขายรวม 3,117 ล้านบาท เติบโต 9% และสูงกว่าตลาดรวมเครื่องปรับอากาศที่ขยายตัวเพียง 0.3% เท่านั้น ส่วนตู้เย็น มียอดขายรวม 1,673 ล้านบาท เติบโต 27% ด้านเครื่องซักผ้า มียอดขาย 1,166 ล้านบาท เติบโต 39% มากกว่าตลาดรวมที่โตเพียง 5% สำหรับตู้แช่ ยอดขายรวม 792 ล้านบาท เติบโต 32% ทีวียอดขายรวม 410 ล้านบาท เติบโต 111% เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มียอดขาย 300 ล้านบาท เติบโต 76% เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กทำยอดขายรวม 178 ล้านบาท เติบโต 89% และเครื่องทำน้ำอุ่น มียอดขายรวม 170 ล้านบาท เติบโต 45%

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ