“สตีเบลเอลทรอน” พลิกเกม เจาะ SMEs สะดวกซัก-คาเฟ่

สตีเบล เอลทรอน

 

“สตีเบล เอลทรอน” รุกตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-กรองน้ำขยายฐานเหนือ-อีสาน-ใต้ มุ่งเจาะเอสเอ็มอีร้านกาแฟ-สะดวกซัก ดึงรุ่นไฟติ้ง “เซฟ-เซฟ” ราคาเบาเริ่มต้น 2.1 พันบาท ตอบโจทย์กำลังซื้อภูธร เพิ่มงบฯออนไลน์เท่าตัว มั่นใจยอดขายปี 2564 โต 5%

นางสาวพัดชา กิติไพรวัลย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องทำน้ำอุ่น-ร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฯลฯ แบรนด์ “สตีเบล เอลทรอน” กล่าวว่า ปี 2564 นี้ ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นมูลค่า 3 พันล้านบาท หรือประมาณ 1 ล้านเครื่อง ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ทำให้มูลค่าลดลงจาก 3.2 พันล้านเมื่อปี 2563

อย่างไรก็ตาม ในตลาดต่างจังหวัดทั้งหัวเมืองหลักและรอง โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีอากาศเย็นจัดในฤดูหนาวยังมีความต้องการเครื่องทำน้ำอุ่นอีกมาก ส่วนเครื่องกรองน้ำพาณิชย์มีดีมานด์จากการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ใหม่ ๆ อย่าง ร้านสะดวกซัก เช่นเดียวกับร้านกาแฟ ร้านขนม รวมถึงโฮสเทล ที่ยังมีการเปิดใหม่แม้จะผ่านช่วงโรคโควิด-19 ระบาดมาแล้ว

เพื่อสร้างการเติบโตจากกระแสเหล่านี้ ช่วงโค้งท้ายปี 2564 นี้ และปี 2565 บริษัทจึงโฟกัสการรุกตลาดต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและใต้ เน้นกลุ่มผู้บริโภคระดับ C ที่มีกำลังซื้อต่ำกว่า 3 พันบาท และกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้นจากที่ผ่านมาจะเน้นทำตลาดใน กทม.เป็นหลัก

Advertisment

ทั้งนี้บริษัทได้สร้างกลยุทธ์สำหรับเจาะตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นในต่างจังหวัดโดยเฉพาะขึ้น ด้วยไลน์อัพ “Safe-Save Series” ซึ่งมีราคาประมาณ 2,199-3,590 พันบาท แต่ยังคงจุดเด่นด้านความปลอดภัย บริการหลังการขายและดีไซน์เรียบหรู ตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคระดับซี สะท้อนจากยอดขายทั้ง 3 รุ่นที่สามารถทำได้มากกว่า 2 หมื่นตัว บางรุ่นยอดขายเติบโตถึง 80% จากการเปิดตัวเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

รวมถึงใช้รับมือการแข่งขันราคาด้วยการจัดโปรโมชั่นราคาในสินค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก

ด้านการเจาะลูกค้าเอสเอ็มอีนั้น วางเป้าเจาะกลุ่มคาเฟ่, ร้านขนม, โฮสเทล, ร้านสะดวกซักที่ต้องใช้งานเครื่องกรองน้ำเชิงพานิชย์ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเครื่องทำน้ำอ่อน Maxsoft เป็นสินค้าไฮไลต์ พร้อมเดินหน้าเพิ่มจำนวนทีมขายในพื้นที่ต่าง ๆ และเพิ่มศูนย์บริการซ่อมแซมเพื่อให้สามารถให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รวมถึงการทำตลาดแบบเฉพาะพื้นที่ ด้วยการใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับท้องถิ่น เช่น นักร้องเพลงหมอลำ และการยิงโฆษณาแบบจำกัดพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมปรับแนวทางการทำแคมเปญโฆษณา

Advertisment

โดยมุ่งสร้างคอนเวอร์ชั่น หรือการตัดสินใจซื้อให้มากขึ้น เสริมกับการสร้างการรับรู้-เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และโพซิชั่นแบรนด์เยอรมันที่ทำอยู่เดิม โดยเพิ่มงบฯออนไลน์จาก 10-15% เป็นประมาณ 30%

พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายโดยเพิ่มซับดีลเลอร์ในพื้นที่ภาคใต้ให้มากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ขยายเพิ่มประมาณ 10 รายในหลายจังหวัดของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ เป็นต้น

เช่นเดียวกับด้านสินค้าไลน์อัพปกตินั้น ยังคงเดินหน้าเปิดตัวรุ่นใหม่และการทำตลาด-จำหน่ายผ่านทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยกลยุทธ์สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นรุ่น XG Super Black ที่วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เครื่อง เฉพาะช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ JD Central ช่วยให้ไม่เกิดการแข่งขันระหว่างบริษัทและคู่ค้า อีกทั้งมีส่วนช่วยให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% ในปีนี้

ทั้งนี้ นางสาวพัดชาเชื่อว่า ด้วยการขยายฐานต่างจังหวัดและลูกค้าเอสเอ็มอีจะช่วยให้ยอดขายปี 2564 เติบโต 5% จากปี 2563 และยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ได้แม้ตลาดรวมอาจจะหดตัว