เจริญซื้อแหลกปิดดีล “ไซ่งอนเบียร์” 1.6 แสนล้าน

“เจริญ” ปิดดีลซาเบคโก้ ทุ่ม 1.6 แสนล้านถือหุ้นใหญ่ 54% เบียร์เบอร์ 1 เวียดนาม “ไซง่อนเบียร์” เสริมพอร์ต หวังขึ้นแท่นผู้นำตลาดเบียร์อาเซียนหลังจากที่รัฐบาลเวียดนามพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่รัฐถือหุ้นอย่าง “ไซง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น” หรือซาเบคโก้ (Sabeco) ที่เปิดให้บริษัทต่าง ๆ ลงทะเบียนเพื่อเข้าประมูลหุ้นของซาเบคโก้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดในวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งเป็นการประมูลรอบสุดท้าย พบว่าบริษัทในเครือของไทยเบฟเป็นผู้ชนะการประมูลดังกล่าว รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูล การขายหุ้นของบริษัทไซง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น หรือซาเบคโก้ (Sabeco) จากรัฐบาลเวียดนาม โดยเสนอวงเงิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.63 แสนล้านบาท สำหรับการถือหุ้นใหญ่ในซาเบคโก้ คิดเป็นสัดส่วน 54% เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผ่านบริษัท เวียดนาม เบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกท้องถิ่นของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในเวียดนาม

โดยไทยเบฟเป็นเพียงรายเดียวที่ลงทะเบียนเข้าประมูลบริษัทดังกล่าว จากก่อนหน้านี้มีบริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่จากทั่วโลกให้ความสนใจดีลนี้ อาทิ แอนเฮาเซอร์-บุช อินเบฟ (Anheuser-Busch InBev) คิริน โฮลดิ้ง ฯลฯ อาจเป็นเพราะมูลค่าของราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 442 บาท แม้ว่ารัฐบาลเวียดนามจะเปิดให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นในกิจการรัฐวิสาหกิจมากขึ้นเพื่อแปรรูป ระดมทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นก็ตามรวมถึงข้อจำกัดของการให้บริษัทต่างชาติสามารถถือหุ้นในกิจการดังกล่าวได้สูงสุด 49% ซึ่งซาเบคโก้มีบริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นอยู่แล้ว 10% จึงเหลือสัดส่วนให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าประมูลได้อีกเพียง 39% ขณะที่ไทยเบฟได้ใช้บริษัทท้องถิ่นเข้าประมูลจึงสามารถถือหุ้นได้มากกว่า

สำหรับซาเบคโก้ถือเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของเวียดนาม มีเบียร์ อาทิ ไซง่อน และ 333 ครองมาร์เก็ตแชร์กว่า 40% ในตลาด ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยมีการเติบโตสูงขึ้นกว่า 300% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และยังมีโรงเบียร์อีก 23 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามถือว่ามีศักยภาพสูง มีประชากรวัยรุ่นจำนวนมาก และนิยมการดื่มเบียร์ ซึ่งจะเป็นฐานที่สร้างการเติบโตให้กับตลาดเบียร์ต่อไปและนอกจากดีลนี้ ไทยเบฟสนใจดีลต่าง ๆ ที่เวียดนาม เช่น ดีลของวินามิลค์ (Vinamilk)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ไทยเบฟได้ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 หรือเป้าหมายภายในปี 2563 ที่ต้องการเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรในอาเซียนด้วยการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของซีแอลเอ็มวี เพื่อเพิ่มรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 50% ตลอดจนเป้าหมายของกลุ่มธุรกิจเบียร์ที่ต้องการขึ้นเป็นเบอร์ 1 ทั้งในไทยและอาเซียน การเข้าซื้อกิจการของซาเบคโก้ในครั้งนี้จึงเป็นอีกสเต็ปที่ทำให้ไทยเบฟเข้าใกล้เป้าหมายที่วางเอาไว้อีกขั้น


สำหรับไทยเบฟ ดีลนี้ถือเป็นดีลใหญ่รองจากการเข้าซื้อบริษัท F&N ธุรกิจเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์รายใหญ่ในมาเลเซีย และสิงคโปร์ มีแบรนด์ อาทิ 100 พลัส, นิวทริซอย, แมกโนเลีย ฯลฯ โดยกลุ่มทีซีซี และไทยเบฟของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.36 แสนล้านบาท