วงการหนังอังกฤษวิกฤต เร่งล็อบบี้รัฐ…แก้ปมเบร็กซิต

คอลัมน์ MARKET MOVE

วงการภาพยนตร์ของอังกฤษอาจไม่โด่งดังหรือมีชื่อเรียกเก๋ไก๋ติดหูเหมือนฮอลลีวูดของสหรัฐ หรือบอลลีวูดของอินเดีย แต่นับว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้กันทั้งด้านผลงานและรายได้ โดยแค่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมภาพยนตร์สร้างรายได้ให้อังกฤษถึง 4,300 ล้านปอนด์

และจ้างงานรวมกว่า 80,000 ตำแหน่ง เพื่อผลิตภาพยนตร์ดังหลายเรื่องรวมถึง “สตาร์วอร์ส : ปัจฉิมบทแห่งเจได” ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้ซึ่งจ้างบริษัทอังกฤษทำคอมพิวเตอร์กราฟิกและใช้ไอร์แลนด์เป็นโลเกชั่น อีกทั้งยังมีผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์อื่น ๆ อย่าง “เจมส์ บอนด์” และ “แฮร์รี่พอตเตอร์” ความยิ่งใหญ่นี้มาจากการเป็นแหล่งรวมยอดฝีมือทั้งนักแสดงและทีมงานเบื้องหลังจากทั่วทวีปยุโรป รวมถึงโปรโมชั่นสนับสนุนด้านการเงินจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของอียูที่ช่วยดึงดูดบรรดาสตูดิโอระดับโลกให้เข้ามาตั้งกองถ่ายทำ

แต่อังกฤษกำลังจะสูญเสียจุดแข็งเหล่านี้ไปเพราะ “เบร็กซิต” หรือการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ โดยเฉพาะการรวบรวมทีมงานและยกขบวนไปถ่ายทำในสถานที่ต่าง ๆ กลายเป็นโจทย์หินเพราะเรื่องวีซ่า โดยสถาบันภาพยนตร์แห่งประเทศอังกฤษ (British Film Institute) คาดการณ์ว่า หากปล่อยไว้อีก 5 ปีข้างหน้าวงการนี้จะขาดแคลนบุคลากรตั้งแต่ช่างแต่งหน้าไปจนถึงช่างไม้รวมกันไม่น้อยกว่า 10,000 ตำแหน่ง ทำให้บรรดาผู้เกี่ยวข้องในวงการต้องออกมาเคลื่อนไหว

โดยสำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” รายงานว่า บรรดาผู้ประกอบการในวงการภาพยนตร์ของอังกฤษเดินหน้าล็อบบี้รัฐบาลอย่างหนักโดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกระหว่างอังกฤษและประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอียู เพื่อให้สามารถดึงเคลื่อนย้ายบุคลากรเข้า-ออกนอกประเทศได้เหมือนปัจจุบันและรักษาความได้เปรียบในการสร้างภาพยนตร์

พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องในวงการหลายรายต่างออกมาแสดงความกังวลในเรื่องนี้ อาทิ “ฟิล โดบรี” ซีอีโอของเจลลีฟิช บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ฝากผลงานในภาพยนตร์สตาร์วอร์ส กล่าวว่า บุคลากรจากยุโรปเป็นตัวแปรสำคัญของวงการนี้



โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หลายแห่งมีสัดส่วนพนักงานต่างชาติกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับเจลลี่ฟิชเองที่มีพนักงานต่างชาติถึง 40% ซึ่งเดิมคนเหล่านี้สามารถเข้ามาทำงานได้ทันที แต่เมื่ออังกฤษออกจากอียูแล้วความยุ่งยากในการขอวีซ่าทำงานจะทำให้หาบุคลากรใหม่ได้ยาก

สอดคล้องกับความเห็นของ “รีเบคก้า โอไบรอัน” โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ “I, Daniel Blake,” ซึ่งได้รางวัลจากเมืองคานส์ระบุว่า หลังถอนตัวจากอียูการทำภาพยนตร์ในอังกฤษจะยากลำบากมาก ไม่เฉพาะการหาคน แต่ยังรวมถึงการเดินทางไปถ่ายทำในต่างประเทศ ตัวอย่างหนึ่งคือ “สตาร์วอร์ส : ปัจฉิมบทแห่งเจได” ที่สามารถใช้โลเกชั่นในไอร์แลนด์และโครเอเชียได้ง่ายและรวดเร็ว

ปัญหานี้จะทำให้อังกฤษสูญเสียรายได้จากกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติ ในขณะเดียวกันทำให้วงการภาพยนตร์ในประเทศเติบโตช้าลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่มองว่า อังกฤษยังสามารถดึงดูดสตูดิโอต่างชาติได้ด้วยตัวเอง จากความเชี่ยวชาญของบุคลากรและมาตรการอุดหนุนทางการเงินต่าง ๆ รวมถึงโปรโมชั่นภาษีที่สตูดิโอสามารถนำ 25% ของค่าใช้จ่ายมาหักลดภาษีได้ “เอเดรียน วูดตัน”

ผู้บริหารของคณะกรรมาธิการภาพยนตร์แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐย้ำว่า ผู้ประกอบการเอกชนกังวลเรื่องผลกระทบจากเบร็กซิตมากเกินไป ปัจจุบันเซ็กเมนต์นี้ถือว่าเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมอื่นและรัฐจะทำทุกวิถีทางให้เป็นเช่นนี้ต่อไป

ขณะเดียวกันการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์หลังผลโหวต “เบร็กซิต” ได้ช่วยดึงดูดสตูดิโอภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำโดยเพียงระยะเวลา 9 เดือนของปีนี้ เม็ดเงินไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,600 ล้านปอนด์ หรือเติบโต 39% เทียบกับปีก่อน จากโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ รวมถึงภาพยนตร์สตาร์วอร์สภาค 9 ที่มีกำหนดเปิดกล้องปีหน้า


จากนี้ต้องรอดูกันว่า เมื่อกระบวนการถอนตัวจากอียูเสร็จสิ้นแล้ว วงการจอเงินของเมืองผู้ดีจะรุ่งหรือร่วงกันแน่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ