ซีเนริโอส่งแบรนด์ “เล่นใหญ่รัชดาลัย” ปลุกคนรุ่นใหม่ชม Musical

ซีเนริโอเร่งสร้าง Business Model สู่ Marketing Solution 360 องศา แตกไลน์ธุรกิจใหม่ คอนเทนต์ออนไลน์-ออร์แกไนซ์ บริหารจัดงานอีเวนต์-บริหารศิลปิน พร้อมปั้นแบรนด์น้องใหม่ “เล่นใหญ่รัชดาลัยฯ” ละครเวทีสเกลเล็กลง ราคาบัตรเริ่มต้น 500 บาท

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 นายจิณณวัตร สิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด และโรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ เปิดเผยว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 หลายธุรกิจต้องปรับตัว ซีเนริโอผู้ผลิตละครเวทีอันดับ 1 ของเมืองไทยก็เช่นกัน บริษัทนำกลยุทธ์การสร้าง Business Model ในรูปแบบ Marketing Solution 360 องศา มาเป็นเรือธงในการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆก้าวสู่ธุรกิจการทำคอนเทนต์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ

สำหรับหัวมงกุฏในส่วนของคอนเทนต์ออนไลน์ของซิเนริโอนับจากนี้ จะมีคอนเทนต์หลักอย่าง “เจ๊คิ้มกินรอบวง” เป็นตัวนำในการดึงคนรุ่นใหม่ มีพิธีกรหลักอย่าง “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ในการดึงคนรุ่นในรูปแบบรายการอาหาร นอกจากนี้ ยังมีรายการ “คุณหมอขาฉีดยาหนูหน่อย” , “รายการขอข้าวกินหน่อย” และรายการล่าสุด Fake or Not? พิธีกร “ป้าตือ สมบัษรและลูกเกด เมทินี” รายการวาไรตี้จับโป๊ะคนโกหก และหลังจากนั้นจะเป็นการทยอยผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ออกมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 รายการ

โดยตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหลังบริษัทปรับตัวจากคอร์ธุรกิจหลักละครเวทีสู้ผู้ผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ พบว่า กว่า 80-90% มียอดทะลุ 1 ล้านวิว เกือบทุก EP เรียกว่าเป็นการต่อยอดและเอดูเคตให้คนรุ่นใหม่รู้จักแบรนด์มากขึ้น อีกสิ่งที่เป็นเป้าหมายในการทำคอนเทนต์ออนไลน์เนื่องจากต้องการขยายพอร์ตของดิจิทัลแพลตฟอร์มให้เติบโตมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาบริษัทได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากคนดูและสปอนเซอร์ชิป

ซึ่งการตัดสินใจขยายไปยังธุรกิจผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ นอกจากเป้าหมายหลักคือการบริหารจัดการรายได้ ยังเป็นการขยายฐานแฟนเลิฟของแพลตฟอร์มบริษัทในช่องทางต่าง ๆ ทำให้สามารถขยายฐานแฟนเลิฟจากเดิม 2 แสนคน เพิ่มเป็นมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และคอนเทนต์ออนไลน์ของบริษัทยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง



จนนำไปสู่การพัฒนาการให้บริการงานด้านออร์แกไนซ์ บริหารจัดงานอีเวนต์ งานประชุม งานจัดเลี้ยงบริษัท ในทุกระดับจนถึงระดับประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ารายใหญ่แล้ว 4-5 ราย เหล่านี้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับซีเนริโอด้วยการหางานที่มีสปอนเซอร์ชิปเข้ามาสนับสนุน

อีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญ คือ ซีเนริโอมีพาร์ตเนอร์อย่างบริษัท เดอะ วันเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE ผู้นำธุรกิจสื่อและความบันเทิงครบวงจร ทั้งช่องวัน31 วิทยุเอไทม์ ทำให้สามารถนำเสนอแพ็กเกจในราคาที่สมเหตุสมผลและเน้นความคุ้มค่า

นอกจากนี้ ซิเนริโอยังบริหารความเสี่ยงด้วยการเดินหน้าลุยธุรกิจใหม่เพิ่มเติมกับธุรกิจบริหารศิลปิน (Scenario the Artist) เพื่อดึงกระแสอินฟลูเอ็นเซอร์ หรือ KOL ในการต่อยอดสู่การศิลปิน หรือบุคลากรรุ่นใหม่ของบริษัท นำโดยทีม “หมอหล่อซีเนริโอ” ที่เป็นการดึงเอาคุณหมอ อาชีพในฝันที่สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันมาต่อยอด

โดยนำร่องไปแล้วกับรายการคุณหมอขาฉีดยาหนูหน่อย ส่วนอีกหลายคนก็กำลังจะมีผลงานออกมาให้ได้ติดตามกัน อย่างการถ่ายแบบ เดินแบบ หรือการเข้าประกวด The GQ Gentleman Search 2022 ที่มีคุณหมอหล่อซีเนริโอทั้งสองท่านเข้าประกวดและได้รับรางวัลทั้งคู่ โดยได้รับรางวัล The Winner และรางวัล Special Award

ก่อนจะต่อยอดไปยังกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ในอนาคต ด้านของขาธุรกิจหลักอย่างละครเวที (Musical) หลังช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้การแสดงละครเวทีต่าง ๆ ต้องชะงักลง ทำให้ต้องมีการรับมือเพื่อบริหารรายได้ จากเดิมที่มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่

จำหน่ายตั๋ว 80% และสปอนเซอร์ชิป 20% หันมาลุยขยายรายได้จากสปอนเซอร์มากขึ้น เพื่อพยุงยอดจากตั๋วที่ไม่มีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งการขยายแพลตฟอร์มสู่มาร์เก็ตติ้งแคมเปญ 360 องศา การขยายบุคลากรด้านการตลาด ช่วยคิดกลยุทธ์ การต่อยอดให้แก่สปอนเซอร์ พบว่าสามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 200% และแม้จะยังไม่สามารถทดแทนยอดจำหน่ายตั๋วได้แต่ก็สามารถทำให้รายได้กลับมาได้ที่ 70%

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายคนดูละครเวทีในปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหญ่วัยเกือบ 40 ปีขึ้นไปเป็นหลัก หรือเจน X เจน y มากกว่า 80% ทำให้ต้องหันมาขยายฐานคนรุ่นใหม่ด้วยการปั้นแบรนด์ “เล่นใหญ่รัชดาลัย” ออกมาในรูปแบบของละครเวทีสเกลเล็กลงจากเดิม มีการแสดง 1-2 เรื่องต่อปี เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ เจน Z นักเรียน นักศึกษามากขึ้น ใช้คนเล่นราว 6-7 คน เทียบกับสเกลใหญ่ที่มีคนเล่นราว 7-8 คน พร้อม ๆ กับรอบการแสดงที่น้อยกว่า ราคาบัตรที่เข้าถึงมากกว่าเริ่มตั้งแต่ 500 บาทไปจนถึงแพงสุดที่ 3,500 บาท จากมิวสิคอลสเกลใหญ่ที่บัตรมีราคาตั้งแต่ 700-5,000 บาทต่อที่นั่ง

“คำว่าเล่นใหญ่รัชดาลัยเรามักได้ยินเด็ก ๆ คอมเมนต์หรือใช้พูดกันในโลกโซเชียล หรือคุยกับเพื่อนฝูง ดังนั้น เราจึงดึงจุดนี้มาเป็นจุดขายในการสร้างแบรนด์ลูกหรือมิวสิคอลสเกลเล็กแทน เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เราต้องการขยายเข้าไป ซึ่งเราค่อย ๆ หยอดตัวมิวสิคอลให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและได้รับสารมากขึ้น พอวันหนึ่งเมื่อเราเปิดโรงละครได้เต็ม 100% เราก็คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่จะเข้ามาดูมิวสิคอลได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มมีมากกว่าทีวี สิ่งพิมพ์ หากแต่รูปแบบของคอนเทนต์คือสิ่งที่สำคัญในการขยายธุรกิจของเรา หรือการมองว่าคอนเทนต์คือ King ของการเติบโต”

โดยในส่วนของแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้ จะกลับมาลุยในส่วนของละครเวทีอีกครั้ง แต่จะเป็นละครเวทีในสเกลเล็กออกมาก่อน ภายใต้แบรนด์ เล่นใหญ่รัชดาลัย เรื่องลิขิตรักชิงบัลลังภ์ และคอนเสิร์ตเปิดม่าน เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ในวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดโรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์แบบเต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง


ขณะที่ในปี 2566 ซีเนริโอก็จะกลับมาโฟกัสที่ธุรกิจหลักอย่างมิวสิคอลอย่างเต็มกำลัง โดยมีการเตรียมพร้อมละครเวทีสเกลใหญ่ 3 เรื่อง รวมถึงมีอินเตอร์เนชั่นแนลมิวสิคอล 1 เรื่อง และมิวสิคอลสเกลเล็ก ภายใต้แบรนด์ เล่นใหญ่รัชดาลัย อีกบางส่วนด้วย โดยมั่นใจว่าในปี2566 สัดส่วนรายได้กว่า 60% มาจากคอร์บิสซิเนส และ40% มาจากนิวบิสซิเนส

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ