“บล.กรุงศรี” ชี้ช่องลงทุนหุ้นโรงพยาบาลรับอานิสงส์เชื้อไวรัสโคโรนาระบาด

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 27 ม.ค.63 ว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นลบและคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 1,550 – 1,555 จุด จากความกังวลเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เร่งตัวขึ้นและกำลังแพร่ระบาดไปหลายประเทศ โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย และผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2,744 ราย ซึ่งจีนได้ประกาศขยายวันหยุดตรุษจีนออกไปแบบไม่มีกำหนดรวมถึงสั่งห้ามคณะทัวร์จีนเดินทางออกนอกประเทศ และสั่งห้ามการขายแพ็กเกจเที่ยวบินและโรงแรมสำหรับชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับมือกับสถานการณ์

ขณะที่ผลพวงจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรงต่ำกว่า 53 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน ดังนั้นคาดว่านักลงทุนจะยังคงอยู่ในภาวะปิดความเสี่ยง (Risk off) สะท้อนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ผลตอบแทนปรับตัวลงและราคาทองคำดีดตัวขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดต่อไป

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ KCE HANA และ DELTA รวมถึงกลุ่มส่งออกอาหาร ได้แก่ CPF TFG และ TU อานิสงส์ทิศทางเงินบาทอ่อนค่าลง กลุ่มโรงพยาบาลแนะนำ BDMS, BH, BCH และ CHG ได้อานิสงส์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนารวมถึงค่าฝุ่น PM 2.5 ระดับสูงของไทย และสุดท้ายกลุ่มปลอดภัย (Defensive) และงบไตรมาส 4/62 คาดว่าจะออกมาดีและดีต่อเนื่องในปีนี้ ได้แก่ GPSC, GULF, JMT, CPF, SAWAD, MTC, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC , OSP และ CBG

อย่างไรก็ตาม ควรระวังการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และค้าปลีก เนื่องจากมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เช่นกัน

ส่วนหุ้นเด่นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BDMS (ราคาปิดล่าสุด 26.00 บาท แนะนำซื้อ/ราคาเป้ากมายสูงสุด IAA Consensus 30.00 บาท) โดยชี้ว่า BDMS ผ่านพ้นช่วงการลงทุนใหญ่มาแล้ว ต่อจากนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลกำไร อีกทั้งระยะสั้นยังได้อานิสงส์จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ทั้งนี้ หากเทียบสถิติกับช่วงการแพร่ระบาดของโรคซาร์ในปี 2546 กลุ่มโรคพยาบาลเป็นกลุ่มที่โดยเด่น (Outperform) ตลาดมากที่สุด

ถัดมาแนะนำ INTUCH (ราคาปิด 60.50 บาท ซื้อ/เป้า 81.00 บาท) โดย INTUCH เหมาะสำหรับหลบภัยในภาวะตลาดผันผวนเนื่องจากจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) สูงประมาณ 4.5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ 3.5% ขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุน (NAV) ใน ADVANC และ THCOM โดยมีส่วนลด (Discount) จากมูลค่า NAV ถึง 28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20-25%

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @Prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ