จักรพงษ์ ศานติรัตน์ ปั้น “ไทรอัมพ์” สู่พรีเมี่ยมไลฟ์สไตล์แบรนด์

สัมภาษณ์

ถือเป็นค่ายรถจักรยานยนต์ที่มีการเติบโต อย่างมีนัยสำคัญบนรากฐานความมั่นคงทางธุรกิจ สำหรับแบรนด์รถจักรยานยนต์จากฝั่งบริติช ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างจริงจัง

เมื่อช่วง 5-6 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจลงหลักปักฐาน สร้างโรงงานผลิตขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งบริษัทแม่ที่ตั้งใจเข้ามาทำตลาดและดูแลลูกค้าชาวไทยด้วยตัวเอง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “จักรพงษ์ ศานติรัตน์” ผู้จัดการทั่วไป “ไทรอัมพ์ ไทยแลนด์” ถึงการปรับทัพเพื่อบุกตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบก์ ที่นับวันยิ่งทวีการแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ


Q : วิเคราะห์การแข่งขันในตลาดบิ๊กไบก์

สภาพการแข่งขันในตลาดรถจักรยานยนต์ ไม่เฉพาะแต่บิ๊กไบก์ หรือบิ๊กไบก์สัญชาติอเมริกันและยุโรปเท่านั้น ต้องบอกว่าตลาดรถจักรยานยนต์ทุกกลุ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงไม่แพ้กัน วันนี้ทุกคนยังคงไปเล่นโปรโมชั่นที่แรง แต่ในส่วนของไทรอัมพ์ เรามีการทำตลาดที่ไม่ได้ตามใคร ปัจจุบันเรามีรถทำตลาดอยู่มากกว่า 13 รุ่น เรียกว่า มีมากสุด

แต่สิ่งที่ทำให้ไทรอัมพ์แตกต่างนั้นลูกค้าที่ใช้ไทรอัมพ์จะมีสังคมในแบบฉบับของเรา โดยเฉพาะกิจกรรมที่เราให้เหนือกว่าที่อื่น ๆ ลูกค้าทุกคนจะมีความสุขไปกับแบรนด์ของเรา ในปีที่ผ่านมา กลุ่มรถพรีเมี่ยมยูโรเปี้ยน อเมริกัน บิ๊กไบก์ มียอดขายรวม 6,434 คัน เติบโตขึ้น 7% ส่วนปีนี้ 2 เดือนแรกตลาดรวมติดลบ 1% และคาดว่าทั้งปีน่าจะมีอัตราเติบโตประมาณ 5% ซึ่งไทรอัมพ์ เมื่อปีที่แล้วมียอดขาย 2,832 คัน เติบโตขึ้น 16% สูงกว่าเป้าหมายอัตราเติบโตเดิมที่ตั้งไว้ 10% เป็นผลมาจากเราได้ขยายโชว์รูมเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้มี 11 แห่ง เป็นปัจจุบัน 13 แห่ง และจะเป็น 15 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้

Q : ฉายภาพให้เห็นถึงกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง

รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ เป็นรถบริติช พรีเมี่ยม ที่มีไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และทิศทางการเติบโตของไทรอัมพ์จากนี้ไปเราจะพยายามสร้างแบรนด์ ไลฟ์สไตล์ อย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะแค่การจำหน่ายรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่เรายังมีสินค้าไทรอัมพ์อื่น ๆ เป็นแอ็กเซสซอรี่ อุปกรณ์ประดับยนต์ เสื้อผ้า แฟชั่น เครื่องแต่งกายต่าง ๆ ไทรอัมพ์เคยประกาศไว้ เมื่อตอนที่เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2015 นั้น เราต้องการพัฒนาองค์กรทั้งจากภายในและภายนอก เราต้องการทำให้เครือข่ายการจำหน่ายของไทรอัมพ์ เป็น “ไทรอัมพ์เวิลด์” ให้กับ 15 โชว์รูมของเรา จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งภาพลักษณ์ภายนอกโชว์รูมที่ดูทันสมัย สินค้า และบริการภายในโชว์รูมมีให้เลือกครบครัน ให้ลูกค้าได้เห็น ได้ทดลองขี่กับรถตัวจริง มีมุมอุปกรณ์ตกแต่งให้ลูกค้าได้เลือกแต่งรถตามสไตล์ มุมแฟชั่น สินค้าเสื้อผ้า รองเท้า และอื่น ๆ ที่เป็นแบรนด์ไทรอัมพ์

ส่วนการพัฒนาบุคลากรเองนั้น ก็จะมุ่งเน้นการพัฒนาในส่วนของงานบริการหลังการขาย และการบริการ โดยเฉพาะในส่วนของทีมช่าง ที่จะต้องได้รับเซอร์ทิฟายด์การันตี เพื่อให้ลูกค้าเกิดความวางใจมากที่สุด และเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ส่วนความท้าทายภายนอกนั้น ไทรอัมพ์จะพยายามรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ที่ 44% ของตลาดรถจักรยานยนต์พรีเมี่ยม สัญชาติอเมริกันและยุโรป ไว้ให้ได้ต่อเนื่อง หรือพยายามเพิ่มสัดส่วนให้ได้มากที่สุด

Q : ถึงวันนี้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์ของเราแค่ไหน

สิ่งที่เราพยายามทำมาอย่างต่อเนื่องคือความเป็นพรีเมี่ยม บริติช และไลฟ์สไตล์ เป็นหลักการและนิยามที่สื่อถึงไทรอัมพ์ได้ง่ายและตรงตัวมาก อย่างรถคลาสสิกของเราตอบโจทย์การใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป แล้วหากลูกค้าต้องการเติมความเท่ ทั้งระหว่างขี่ หรือเวลาจอด นี่แหละที่ต้องเลือกแบรนด์ไทรอัมพ์ เพื่อสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนที่แตกต่างได้ชัดเจนกว่ารถประเภทอื่น โดยเฉพาะเรื่องความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ จากประสบการณ์ที่มอบให้ ไม่ว่าจะเป็น การออกทริปร่วมกันของลูกค้า ดีลเลอร์แต่ละรายของเราจัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยเน้นสร้างความประทับใจ ซึ่งหาจากที่อื่นได้ยาก

Q : งานเร่งด่วนต่อจากนี้

คงไม่พ้นการสร้างความพึงพอใจลูกค้า นอกจากการจัดทริปขี่รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์แล้ว สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ ตัวแทนจำหน่ายของเรามีความพยายามจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นตลาด และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ อย่างวันนี้มีดีลเลอร์บางรายได้ทำกิจกรรมการตลาดในแบบโคแบรนด์ในท้องถิ่น เช่น ดีลเลอร์ไทรอัมพ์ จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกับร้านอาหารชื่อดัง จัดโปรโมชั่น พร้อมที่จอดรถพิเศษ ให้มอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ส่วนทางบริษัทเอง เราก็ได้เตรียมมองหาแนวทางที่จะทำให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้การจัดทำไปในรูปแบบและทิศทางเดียวกันภายในสิ้นปีนี้

Previous article“สรรเสริญ” บอกพรรคการเมือง-นักการเมือง “รอหน่อยไม่ได้หรือ เดี๋ยวก็เลือกตั้งเเล้ว”
Next articleการเรียนรู้ในอนาคต