“อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล” ขับเคลื่อน บีเคเค กรุ๊ป ทะลุหมื่นล้าน

“บีเคเค กรุ๊ป” ถือเป็นกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ หลากหลายยี่ห้อรายใหญ่ระดับแถวหน้าของแวดวงธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ในเมืองไทย ภายใต้การนำทัพของหัวเรือใหญ่ “เสี่ยตง” อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจออโตโมทีฟ บีเคเค กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์, นิสสัน, ฟอร์ด, มาสด้า และฟูโซ่ อะไรคือ กลยุทธ์ที่บีเคเคใช้ขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง

Q : ธุรกิจค้าปลีกรถยนต์วันนี้ยังหอมหวนแค่ไหน

บีเคเค กรุ๊ป เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งเรามีโอกาสได้เรียนรู้ระบบ การพัฒนาโนว์ฮาวในการบริหารจัดการแบบต่าง ๆ ของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ในบ้านเรา ผมว่าตอนนี้เข้าสู่มาตรฐานโลกแล้วนะ คนไทยไม่ได้ทำธุรกิจแบบตามใจตัวเอง วันนี้ผู้ประกอบการต้องเข้าใจวิธีการบริการ จะไปทำตัวแบบระบบเถ้าแก่ไม่ได้ เราบริหารงานแบบโปรเฟสชันนอล กุญแจแห่งความสำเร็จของธุรกิจที่เป็นแฟรนไชส์ก็คือ “กระบวนการการบริหารการจัดการ” เอกสารต้องมีรูปแบบ มีการกำหนดมาทุกฟังก์ชั่น ทุกโอพี ไม่ต่างจากการทำงานของเซเว่นอีเลฟเว่น

อย่างกลุ่มบีเคเค ก่อนจะทำธุรกิจอะไร หรือมีการลงทุนเพิ่มเติม เราต้องมีความชัดเจนว่าได้อะไร คุ้มค่ามั้ยทุกขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจยั่งยืน ในอุตสาหกรรมค้าปลีกของเมืองไทยนั้นก้าวไปไกลแล้ว และผมมองว่าการแข่งขันคือการพัฒนา

Q : แผนธุรกิจปีนี้


ปีนี้เราได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ของกลุ่ม คือ กลยุทธ์ BKK Group-Unlimited Experience เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสภาพการแข่งขันของตลาดในปัจจุบัน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าผ่านประสบการณ์ตรงที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการดำเนินธุรกิจของกลุ่มนั้น เราได้ให้บริการลูกค้าระดับพรี่เมี่ยมไปมากกว่า 25,000 ราย ซึ่งจะเห็นว่าวิสัยทัศน์นี้ เกิดจากความพร้อมของกลุ่มธุรกิจออโตโมทีฟที่มีปริมาณข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก คุ้มค่าแก่การลงทุนใหม่ ๆ สำหรับสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ บริษัทมีเครือข่ายการค้าปลีกรถพรีเมี่ยมครบ 3 มุมเมือง มีความพร้อมด้านโชว์รูมและศูนย์บริการ โดยเฉพาะลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และธุรกิจยานยนต์

สำหรับผู้บริโภคในวงกว้างอย่างแบรนด์นิสสัน, ฟอร์ด และมาสด้า รวมถึงการจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ได้แก่ เดมเลอร์ (ฟูโซ่)

Q : ภาพการลงทุนในปี 2561

ปีนี้บริษัทได้เตรียมงบประมาณมูลค่า 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงและขยายพื้นที่ของโชว์รูมเบนซ์ บีเคเค สาขาวิภาวดี จากขนาด 4 ไร่ เป็น 6 ไร่ หรือเพิ่มพื้นที่ของศูนย์บริการเป็น 15,000 ตร.ม. พร้อมปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการใหม่ให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น

เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบฯส่วนนี้ 100 ล้านบาท อย่างโชว์รูมวิภาวดี เราจะแบ่งพื้นที่ในส่วนของชั้น 2-3 สำหรับการจอดโชว์รถใหม่ ส่วนชั้น 1 จะปรับเป็นอู่สีและตัวถัง รวมทั้งจะมีส่วนของเซอร์ทิฟายด์ พรี-โอน วีฮิเคิลส์ และส่วนของเอเอ็มจีด้วย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในช่วงกลางปีนี้ และปีนี้เราเห็นจังหวะและโอกาสที่ดี เรายังได้เตรียมงบลงทุนเพื่อก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ บางนา เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ จากพื้นที่เดิมออกไปเป็นยังพื้นแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่า เบื้องต้นคาดว่าใช้งบประมาณในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 1,800 ล้านบาท

ล่าสุด บีเคเค กรุ๊ป ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ซึ่งถือเป็นรถยนต์แบรนด์ใหม่ล่าสุด เบื้องต้นใช้งบฯในการลงทุนเพื่อก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการอีก 100 ล้านบาท ภายใต้ชื่อมาสด้า รามอินทรา ซาฟารีเวิลด์ ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการราวต้นปี 2562

จากปีที่แล้วเรา ก็ได้ลงทุนไปหนึ่งพันล้านบาท สำหรับโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ สาขากาญจนาภิเษก กว่า 700 ล้านบาท และการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ด ย่านอมตะนคร-บางปะกง อีก 300 ล้านบาท ส่วนแบรนด์นิสสัน และรถบรรทุกฟูโซ่นั้น เรายังไม่มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในปีนี้

Q : เป้าหมายของกลุ่มในปีนี้

ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ทั้งกรุ๊ปไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายรถยนต์ทั้งกรุ๊ปที่ 4,000 คัน แบ่งเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ 1,800 คัน, นิสสัน 1,800 คัน, ฟอร์ด 600 คัน และที่เหลือเป็นส่วนของรถยนต์มือสอง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มียอดขายรวมที่ 3,000 คัน

Q : เคล็ดลับวิชาบริหารธุรกิจสไตล์บีเคเค

วันนี้เราต้องนิยามตัวเองให้ได้ก่อนว่า สงครามของเรานั้นมันรบตอนไหน ? ถ้ามันไม่ใช่ก็อาจจะเสียเงินฟรี คนทำธุรกิจเองต้องรู้ว่าธุรกิจของเรานั้นเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่า เงินอยู่ตรงไหน เวลาการขายอยู่ตรงไหน เคล็ดลับวิชาของผม และบีเคเคกรุ๊ป

คือ 5 ไม่ คือ 1.ไม่เหนื่อย 2.ไม่หยุด 3.ไม่ป่วย 4.ไม่สาย และ 5.ไม่ท้อ การดำเนินธุรกิจนั้นจะต้องพร้อมทั้ง 365 วัน ถ้าไม่พร้อมอย่า !!! ทุกอย่างต้องชัดเจน