“ทีอาร์ดี”แก้เกมภาษีสรรพสามิตหยุด OEM หันขายผ่านดีลเลอร์โตโยต้า

“ทีอาร์ดี” ปรับวิธีทำตลาด เบรกโออีเอ็มลดภาระผู้บริโภค หันผนึกดีลเลอร์โตโยต้าลุยขายชุดแต่งผ่านโชว์รูม เทเพิ่ม50 ล้านผุดโรงงานย่านบางพลี ดึงนักออกแบบไทยทำงานร่วมญี่ปุ่น ลุยส่งออกทั่วอาเซียน ปลื้มส่งกลับขายญี่ปุ่นด้วย

นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ประธาน บริษัท ทีอาร์ดี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดแต่งรถยนต์โตโยต้าภายใต้แบรนด์ “ทีอาร์ดี” เปิดเผยถึงแผนธุรกิจว่า บริษัทได้ขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์ชุดตกแต่งรถยนต์ ภายใต้ยี่ห้อ “ทีอาร์ดี” เพื่อรองรับความต้องการของตลาดภายในประเทศและส่งออกเบื้องต้นคาดว่าใช้งบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงงานครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างและทดลองผลิต คาดว่าจะเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบได้ราวไตรมาส 2 ของปี 2562 เป็นต้นไป สำหรับโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กำลังการผลิตจะเป็นการรับความต้องการของตลาดในประเทศ 50% และตลาดส่งออกอีก 50%

“โรงงานเราเริ่มผลิตไปบ้างแล้ว ชุดแต่งหลัก ๆ ก็จะสอดรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ของโตโยต้า ที่ปีหน้าน่าจะมี 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ส่วนรุ่นปัจจุบันที่ทำตลาด ก็มีสินค้ารองรับความต้องการของลูกค้าครบถ้วน”


สำหรับเป้าหมายปีนี้ คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดรถยนต์โดยรวม ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ออกมาประเมินยอดขายของตลาดไปในทิศทางที่เป็นบวกอย่างแน่นอน ส่วนทีอาร์ดีนั้นตั้งเป้ามียอดขายชุดแต่งไว้ที่ 5% ของรถยนต์โตโยต้าที่จำหน่ายในปัจจุบัน แต่ปรากฏว่า ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มียอดขายอยู่ที่ 10-12% มาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เนื่องจากรูปแบบการจัดจำหน่ายชุดแต่งทีอาร์ดี ได้มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย หลังจากได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้บริษัทต้องปรับนโยบายใหม่ จากเดิมที่มีการติดตั้งชุดแต่งทีอาร์ดีออกมาจากโรงงานโดยตรงหรือโออีเอ็มต้องยุติ เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างภาษีใหม่

“ยิ่งราคารถยนต์หน้าโรงงานสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย บริษัทจึงได้หารือกับโตโยต้า ประเทศไทย โดยปรับรูปแบบการจัดจำหน่าย ด้วยการนำชุดแต่งทีอาร์ดีมาจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศแทน ทำให้ลูกค้าไม่ต้องแบกต้นทุนเพิ่ม และยังทำตลาดได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นด้วย”

นายสุทธิพงศ์กล่าวถึงพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน นิยมสั่งซื้อชุดแต่งผ่านทางออนไลน์กับต่างประเทศโดยตรง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่า เมื่อโรงงานทีอาร์ดีบางพลีแล้วเสร็จ น่าจะทำให้สามารถมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคาสินค้าที่คาดว่าจะถูกกว่าถึง 50% ขณะที่ยังคงคุณภาพและมาตรฐานของทีอาร์ดีเอาไว้

ประกอบกับความแข็งแกร่งด้านการออกแบบชุดแต่ง ซึ่งบริษัทใช้ทีมดีไซน์ ทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นในการร่วมออกแบบและพัฒนาสินค้า โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้าโดยตรง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งหลักที่ทำให้สินค้าของทีอาร์ดีมีความเหมาะสมกับรถยนต์โตโยต้ามากที่สุด

ปัจจุบันมีสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งจำหน่ายตามโชว์รูมและศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ หลัก ๆ เป็นชุดแต่งสำหรับวีออส, ฟอร์จูนเนอร์ และหลังจากบริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดจำหน่ายมาผ่านดีลเลอร์ทั่วประเทศ สินค้าทีอาร์ดีได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แถมยังสามารถทำราคาเหมาะสมและลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เพราะสามารถที่จะเลือกว่าชอบชิ้นไหน ส่วนการติดตั้งก็ทำได้ง่าย โดยทีมช่างมืออาชีพของดีลเลอร์นั้น ๆ

ส่วนแผนการเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรม ตลาดของทีอาร์ดีในช่วงที่ผ่านมา เน้นไปที่มอเตอร์สปอร์ต โดยปีนี้มีการส่งโตโยต้าทีมไทยแลนด์เข้าร่วมหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น Thailand Super Series 2018, ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2018, แข่งแบบ 24 ชั่วโมงต่อเนื่องที่นูร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี รวมทั้งโตโยต้า วัน เมค เรซ จนสามารถส่งทีมแข่งไปร่วมในศึกการแข่งขันระดับนานาชาติได้ นอกจากนั้นแล้วรูปแบบของโตโยต้า วัน เมค เรซ ยังขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์, มาเลเซีย ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อปูรากฐานของมอเตอร์สปอร์ตก็คือ โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล ที่เป็นหลักสูตรการขับขี่สำหรับนักขับที่จะก้าวเป็นมืออาชีพ เพื่อเข้ามาทดแทนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีอาร์ดีอย่างต่อเนื่องด้วย