เจาะสเป็ก 7 แบรนด์อีวี กลางเวทีมอเตอร์โชว์ 2019

ไม่น่าเชื่อว่าเวทีมอเตอร์โชว์ 2019 ค่ายรถยนต์ตอบเทรนด์รักษ์โลกและร่วมกันแก้ปัญหาฝุ่นควันกันอย่างคึกคัก โดยปรากฏให้เห็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% หรืออีวีเต็มพื้นที่กว่า 60,000 ตร.ม.ของอาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ประเดิมที่ค่ายออดี้ส่ง “ออดี้ อี-ตรอน” เอสยูวีพรีเมี่ยม 5 ที่นั่ง มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลัง

ตอบสนองฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือว่าการเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัวให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้าในบูสต์โหมด ได้แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตรในบูสต์โหมดเช่นกัน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด ท็อปสปีด 200 กม./ชม.

ออดี้ อี-ตรอน ชาร์จไฟ1 ครั้ง เดินทางได้ถึง 417 กม. ผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุดตั้งราคาขาย 5.5 ล้านบาท

ตามมาด้วย “จากัวร์ ไอ-เพซ” รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถขับขี่สูงสุด 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.8 วินาที 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนชนิด pouch cells ที่มีน้ำหนักเบา ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง

สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-80 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาเพียง 20-40 นาที แบบ quick charge รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ราคา 5.49 ล้านบาท

“เอ็มจี แซดเอส” เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen” ของ SAIC ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) และวิ่งได้ไกลถึง 428 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (หรือ 335 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC) ยังไม่ได้กำหนดราคา

ขณะที่ “นิสสัน ลีฟ” มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้นด้วยกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที

และยังวิ่งได้ไกลขึ้นกว่าเดิม ใช้ชุดแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนชุดใหม่ ด้วยการปรับปรุงใหม่เกิดขึ้นภายในโครงสร้างแต่ละเซลล์ในแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนชนิดอัดซ้อน ทำให้มีความหนาแน่นของพลังงานเพิ่มขึ้น 60% ราคา 1.99 ล้านบาท

น่าทึ่งอีกแบรนด์ “ฮุนได โคน่า” มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน แตกต่างกันที่ระยะการขับขี่ รุ่น SEL ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับได้ระยะไกลถึง 482 กิโลเมตร (จากการทดสอบ WLTP) ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงถึง395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 7.6 วินาที รุ่น SE ใช้แบตเตอรี่ระยะสั้นแบบให้พลังงาน 39.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับได้ระยะทาง 312 กิโลเมตร (จากการทดสอบ WLTP) ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 9.7 วินาที เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง รุ่น SEL มีราคาเริ่มต้นที่ 2,259,000 บาท และในรุ่น SE ราคา 1,849,000 บาท

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์คนไทย อีเอ ส่งสปาวัน (SPA 1-special people automobile) รถเอ็มพีวีแบบฟูลอีวี ขนาดกลาง 5 ที่นั่ง สามารถวิ่งได้ 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ตั้งราคาขายประมาณ 1.5 ล้านบาท

และที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รถไฟฟ้าจากญี่ปุ่น “ฟอร์ม วัน” ขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สามารถรองรับได้ถึง 4 ที่นั่ง ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟฟ้าจากระบบภายในบ้านเพียง6 ชั่วโมง (0-100%) คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 42 บาท แต่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร

Previous article“บขส.โคราช” เตรียมรถรองรับคนเดินทางกลับช่วงสงกรานต์ 200 เที่ยว/วัน คาดแน่นสุด 11-12 เม.ย.
Next articleศรีอยุธยา แคปปิตอล แจ้งกรรมการผู้อำนวยการและปธ.เจ้าหน้าที่บริหารถึงแก่กรรม