สร้างการรับรู้แบรนด์ โจทย์ยากของ “แอสตัน มาร์ติน”

ภายในปี 2022 หรืออีก 4 ปีจากนี้ ยอดขายรถยนต์แอสตัน มาร์ติน จะต้องขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 300 คันต่อปี นี่คือ คำกล่าวที่แสดงถึงความมุ่งมั่นนำพาแอสตัน มาร์ติน แบงคอก ให้เติบโตไปอย่างมั่นคง ภายใต้การนำทัพของ “พรเศก ภาคสุวรรณ” ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก หรือบริษัท เฮอร์เทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของกลุ่ม “เอ็มจีซี เอเชีย” เบอร์หนึ่งค้าปลีกรถยนต์ในบ้านเรา

วางเป้าแบบท้าทาย 300 คัน

เราต้องการให้แอสตัน มาร์ติน มีความแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้าน ทั้งยอดขายและแบรนด์ เป้าหมายนี้เราตั้งไว้เพื่อท้าทายตัวเอง คือ ในปี 2565 จะต้องมียอดขายขึ้นไปที่ระดับ 300 คันให้ได้

จากปัจจุบันที่มีจำนวนประชากรแอสตัน มาร์ติน อยู่ในตลาดประเทศไทยประมาณ 100 คัน ส่วนปีนี้น่าจะทำได้ราว ๆ 40 คัน โตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มียอดขายที่ 23 คัน ถือเป็นการเติบโตแบบดับเบิลดิจิต

แต่ทั้งนี้หมายความว่าเราต้องดูปัจจัยภายนอกมาประกอบด้วย ทั้งภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การเมือง ซึ่งเราเชื่อว่า บรรยากาศหลังการเลือกตั้งนั้นน่าจะดีขึ้น เพราะลูกค้าในกลุ่มนี้ จริง ๆ แล้วปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีผลมากนัก แต่จะเป็นเรื่องของบรรยากาศมากกว่า

เช่นเดียวกัน ปีหน้าก็หวังว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเป็น 60 คันและก็ 80 คันแบบนี้ไปจนถึงปี 2022 ที่จะมียอดขายไปแตะระดับ 300 คันก็ไม่น่ายาก

สปีดการรับรู้แบรนด์

สิ่งที่แอสตัน มาร์ติน ทำมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คือ ความพยายามสื่อสารว่า แอสตัน มาร์ติน คือรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่สามารถขับขี่ และใช้งานได้ในทุก ๆ วัน

วันนี้จะนำรถลงไปในแทร็กเพื่อแข่งขันก็ได้ หรือจะขับบนถนนในชีวิตประจำวันก็สนุก แอสตัน มาร์ตินนั้น สามารถใช้งานได้ทุก ๆ วัน และเราวางตำแหน่งไว้ค่อนข้างชัดเจน ไม่ได้แข่งขันกับใคร คนที่ชอบก็จะชอบไปเลย

จากนี้ไปการรับรู้แบรนด์แอสตัน มาร์ติน จะต้องกว้างขึ้น คนซื้อต้องรู้จัก คนมองก็ต้องมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า หลาย ๆ คนเห็นรถของเราแต่ยังไม่รู้ว่านี่คือ แอสตัน มาร์ติน ซึ่งนี่คือโจทย์สำคัญของเรา

ตั้งทีมเคาะประตูบ้านลูกค้า

นอกจากความพยายามสร้างการรับรู้เรื่องของแบรนด์แล้ว สิ่งที่เราต้องการสร้างอีกอย่างคือ วัฒนธรรมการขับขี่ และการใช้งานของลูกค้าแอสตัน มาร์ตินทุกคัน ว่ารถแอสตัน มาร์ติน ถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน รองรับการใช้งานได้หลากหลายทั้งในชีวิตประจำวันทุก ๆ วัน หรือการใช้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในหลากหลายรูปแบบ

นอกจากนี้เรายังเตรียมจัดโรดโชว์ จัดเป็นโชว์รูม พ็อปอัพ โชว์รูม ไปหาลูกค้ายังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย

เพิ่มสัดส่วนลูกค้า ตจว.

ปีนี้เราเตรียมงบประมาณ 5-6 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงโชว์รูมสยามพารากอน ให้ได้ตามมาตรฐานของบริษัทแม่ กำหนด และมีการขยายพื้นที่ของโชว์รูมออกไปจากเดิมที่จัดแสดงรถเพียงแค่

1 ห้องโชว์ เพิ่มเป็นขนาด 2 ห้อง ขณะที่แผนการเพิ่มหรือขยายโชว์รูมนั้น ยังไม่มีนโยบายในการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 แห่ง คือ สาขาพระราม 3, สยามพารากอน และภูเก็ต เพราะเรามองว่า ให้บริการและรองรับได้อย่างเพียงพอ

แต่เราจะมุ่งเน้นการทำตลาดโรดโชว์ออกไปยังจังหวัดหัวเมือง ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน ที่เชื่อว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีกำลังซื้อสูง และพัทยา ภูเก็ตเนื่องจากสัดส่วนลูกค้า ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 80-90% และต่างจังหวัด 10% เท่านั้น

ปลายปีมาแน่ เอสยูวีตัวแรง

จะเห็นได้ว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ส่งรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดเราส่งดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา แฟลกชิปโมเดลออกสู่ตลาดประเทศไทย

โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4 คัน ตามโควตาที่บริษัทได้มาของปีนี้ และอนาคตจะได้เห็นแอสตัน มาร์ตินแบบเอสยูวี คาดว่าในปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวในต่างประเทศ ส่วนประเทศไทยน่าจะได้เห็นราวต้นปี 2563

ซึ่งจากนี้ไป เราจะพยายามสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ให้ลูกค้าแอสตัน มาร์ติน และบุคคลทั่วไปได้รู้จักเรายิ่ง ๆ ขึ้นไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ