จังชั่น โพรดิวส์ หรูเริด…สไตล์ “อีตั้น”

เกรย์ มาร์เก็ต หรือผู้นำเข้าอิสระบ้านเรามีเยอะก็จริง แต่ที่เข้าใจลูกค้า ดูแลดุจญาติมิตร มีความน่าเชื่อถือ ประกอบกิจการมายาวนานมีไม่กี่ราย “อีตั้น กรุ๊ป” จัดเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารสาวเก่ง “อัจฉรีย์ ตันติยันกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด หลังจากเพิ่งคว้าแบรนด์ชุดแต่งชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จังชั่น โพรดิวส์” (Junction Produce) เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม เรียกว่ามาถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ

 

Q : จุดเริ่มต้นกับชุดแต่งแบรนด์นี้

เรามีการหารือและพูดคุยกับทาง “จังชั่น โพรดิวส์” มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องการให้การออกแบบสินค้าตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าชาวไทยที่ชื่นชอบความแตกต่าง โดยมองไปที่กลุ่มลูกค้าหลักของอีตั้น คือกลุ่มรถยนต์นั่งเอ็มพีวี วี.ไอ.พี. โจทย์ใหญ่ของเราคือต้องรักษาความเป็นออริจินอลไว้ได้ด้วย

Q : ไฮไลต์ของจังชั่น โพรดิวส์

ลูกค้าคนไทยต้องการชุดแต่งที่ไม่ทำรถสภาพเดิม ๆ ให้เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้น จุดเด่นคือไม่ต้องดัดแปลงใด ๆ เมื่อวันไหนลูกค้าเบื่อหรือต้องการถอดชุดแต่งออก ก็คือรถสภาพเดิม ๆ ที่สำคัญราคาจำหน่ายของเราสามารถจับต้องได้ง่าย เนื่องจากทางญี่ปุ่นสนับสนุน เขาต้องการสร้างแบรนด์ แนะนำตัวเองให้ลูกค้ารู้จัก โดยเริ่มที่อัลฟาร์ด และเวลล์ไฟร์ และนโยบายของเราคือทำให้ลูกค้าแฮปปี้มากที่สุด

Q : คาดหวังอย่างไร

เป้าหมายในแง่ของรายได้จากธุรกิจชุดแต่งน่าจะไม่มากเท่าไร แต่ต้องพูดว่าเราคาดหวังว่าจะทำแบรนด์ให้เกิดและเป็นที่รู้จักก่อน โดยเน้นการทำตลาดแบบออนไลน์ มีการโรดโชว์ ราคาให้จับต้องได้ รวมไปถึงดีไซน์ของชุดแต่งเองจะต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ปีนี้เราจะพยายามสร้างแบรนด์ให้เกิด ส่วนอนาคตน่าจะมีการแนะนำชุดแต่งในส่วนของรถประเภทอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น

Q : เกมรุกตลาดปีนี้

ที่ผ่านมาธุรกิจรถยนต์นำเข้ามีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ซึ่งธุรกิจเราล้วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐ อย่างก่อนหน้านี้มีเรื่องของภาษี CO2 ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างเรียบร้อยและชัดเจนไปแล้ว หรือนโยบายการคิดราคาต้นทุนมาเป็นราคาขาย ซึ่งกว่าจะเคลียร์กันได้ใช้เวลาอยู่นาน ต้องบอกที่ทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงมีทั้งวิกฤตและโอกาส อีตั้น กรุ๊ปเราได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว และล่าสุดเราเชื่อว่าชุดแต่งจะทำให้เราสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง รวมถึงธุรกิจรถมือ 2 หรือ “อีตั้น ชอยส์” (ETON Choice) ก็มีการเติบโตขึ้นทุกปี ธุรกิจเคลือบแก้วลูกค้าก็ให้ความไว้วางใจเลือกใช้เราค่อนข้างมาก และเราจะขยายให้ครบทุกสาขา จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ รัชดาภิเษก ศรีนครินทร์ ส่วนเชียงใหม่และขอนแก่นคาดว่าจะเปิดได้ภายในสิ้นปีนี้ และออโต้ โอเอซีส (Auto Oasis) ธุรกิจเคลือบแก้วที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ พร้อมช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งบริการนี้ให้กับลูกค้าที่ซื้อรถของเราทุกคัน และได้รับการตอบรับที่ดี

Q : รถเก่าน่าจะไปได้สวยกว่า

สำหรับปี 2562 คาดว่าอีตั้น ชอยส์น่าจะโต 15% จากปี 2561 ที่ขายได้ประมาณ 70 คัน ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ชอบรถนำเข้า แต่มีงบประมาณไม่ถึงมือหนึ่ง รถเรามีประวัติชัดเจน สภาพการใช้งาน รวมถึงรับประกันเบื้องต้น

ส่วนธุรกิจหลักคือ การนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์จากต่างประเทศนั้น เราได้มีการปรับตัวทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เรื่องค่าเงินที่มีความผันผวนก็ไม่กระทบเท่าไหร่เพราะมีการวางแผนให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานอยู่แล้ว

Q : การแข่งขันรุนแรงแค่ไหน

ปีนี้ตั้งเป้า 460 คัน เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แบ่งออกเป็นรถกลุ่มเอ็มพีวี 90% และรถเอสยูวี อเนกประสงค์ 10% ด้านฐานลูกค้าของอีตั้นในปัจจุบันมีกว่า 12,000 ราย เน้นการแข่งขันตลาดรถยนต์นำเข้ายังรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ดูแลลูกค้า ปีนี้อีตั้น กรุ๊ปมีการลงทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ล้างเครื่องยนต์เข้ามาไว้บริการให้กับลูกค้าในส่วนของงานบริการหลังการขายให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมั่นใจ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของอีตั้น กรุ๊ป

Previous articleส่อวุ่น! อีอีซีย้ำหมุด “กลุ่มซี.พี.” มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลกรณีประมูล “เมืองการบินอู่ตะเภา” เผยไม่รับพิจารณาซองยื่นเกินเวลา
Next articleกกต.ตัดสิทธิ ผู้สมัครส.ส.อีก 11 คน ปมขาดคุณสมบัติ