สุทธิพงศ์ สมิตชาติ โตโยต้าภูมิใจที่ได้ “สร้างนักแข่ง”

ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตบ้านเรา หรือในย่านภูมิภาคนี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “อาร์โต้” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ชายหนุ่มผู้หลงใหลเสียงของเครื่องยนต์ กลิ่นน้ำมัน และชื่นชอบความเร็วมากว่า 3 ทศวรรษ และอีกบทบาทซีอีโอใหญ่ ทีอาร์ดี (ไทยแลนด์) และผู้จัดการทีมและนักแข่งสังกัด โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ (ชื่อเดิม)
ก่อนจะเปลี่ยนเป็น โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยถึงทิศทางการขับเคลื่อนทีม สีสัน ความเร้าใจในซีซั่นนี้

ส่งซี-เอชอาร์ ลงสนามนูเบิร์กริ่ง

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะนำรถยนต์ โตโยต้า ซี-เอชอาร์ รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา ไปลงแข่งที่สนามนูร์เบิร์กริ่ง ในประเทศเยอรมนีซึ่งเราคาดหวังและมองไปถึงการก้าวขึ้นโพเดียมอีกครั้ง เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้มีการซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง และนักแข่งในทีมของเราสามารถทำผลงาน และเวลาออกมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกปัจจัยที่ทำให้เรามั่นใจ คือ “ตัวรถ”ซี-เอชอาร์ ที่มีพัฒนาการทั้งนวัตกรรมโครงสร้างตัวถังมาตรฐานใหม่ Toyota New Global Architecture (TNGA) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่ช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ระบบช่วงล่างหนึบแน่นยิ่งขึ้น

ตั้งเป้ากวาด 2 รายการ

ปีที่แล้วเราเข้าที่หนึ่งในรายการมาราธอนแบบ 6 ชั่วโมง และได้อันดับสองในรายการ 24 ชั่วโมง ส่วนปีนี้เราหวังว่าจะได้ทั้ง 2 รายการ เพราะจากการซ้อมที่ผ่านมา ทั้งนักแข่งและเวลาที่เราทำได้ ทุกอย่างดีขึ้น ต่อจากนี้อยู่ที่การวางแผนของทีมว่าจะทำอย่างไรเพื่อไปถึงเป้าหมายดังกล่าวในรายการ ADAC 24 hrs Nurburgring

ขยับเป็น 10 รอบเข้าพิต

สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการพยายามเข้าพิตให้น้อยที่สุด วันนี้กำลังศึกษาเรื่องของยางว่า 1 เส้นเราจะสามารถวิ่งได้ในระยะทางเท่าใด อย่างปีที่ผ่านมาเราวิ่ง 8 รอบ เป็นระยะเวลา 1 ชั่งโมง 30 นาที น้ำมันหมดแล้วเข้ามาเติม ซึ่งพอดีกับยางที่ต้องเข้ามาเปลี่ยนด้วย แต่สำหรับปีนี้เชื่อว่าอาจจะทำได้ไปถึงในระดับ 10 รอบ จากการทดลองเราทำได้ แต่ยางหมดสภาพเลย ตอนนี้เรากำลังเก็บรายละเอียดพยายามทำให้ได้ 10 รอบ และให้พอดีกับต้องเติมน้ำมัน เราพยายามปรับหลาย ๆ ส่วนจนให้เกิดความพร้อมที่สุด มีหลากหลายปัจจัยมากสำหรับการเข้าแข่งขันในสนามนูร์เบิร์กริ่งแห่งนี้ เพราะถือเป็นสนามที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะสภาพอากาศ ฝนมา แดดออก หมอกลง อย่างครั้งก่อนขับ ๆ อยู่หมอกลง จนต้องหยุดการแข่งขัน เป็นสนามที่ท้าทายอย่างมาก ใครที่ได้เคยขับจะพบว่าสนามนี้เป็นสนามที่มีเสน่ห์

บรรจุซี-เอชอาร์ในรายการแข่ง

ตอนนี้กำลังจะใช้โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ในการแข่งขันอย่างจริงจัง เพราะทดสอบแล้วมันโอเค และไปได้ แพลตฟอร์มและช่วงล่าง TNGA ค่อนข้างเฟิร์ม และในบ้านเราก็จะมีการเอามาลงแข่งขันในรายการเอ็นดูรานซ์ ทั้ง 3 สนามในบ้านเรา หลังจากกลับมาจากนูร์เบิร์กริง ในบ้านเราหลายคนถามมีโอกาสได้เห็น ซี-เอชอาร์ วันเมคเรชมั้ย ต้องบอกว่าอย่างแรก คือ ตัวรถค่อนข้างมีราคาสูงกว่าโตโยต้า อัลติส มาก ซึ่งเมื่อลูกค้าหรือทีมจะต้องซื้อรถในราคา 1 ล้านกว่าบาท เพื่อใช้ในการแข่งขันก็ดูหนักไป ซึ่งเราต้องการให้ทีมแข่งประหยัดต้นทุนให้ได้มากที่สุด สรุปว่าการแข่งขัน “โตโยต้า วันเมคเรช” จะยังคงใช้โตโยต้า อัลติส ต่อไป และปีหน้าก็จะมีสีสันเข้ามาเพิ่มเติมเป็นรถวันเมคเรซ ที่ยังไม่มีใครทำ โดยจะใช้เป็นเกียร์แข่งแบบพิเศษโดยเฉพาะ

มีเรซซิ่งอีซียู ช่างล่างแบบที่ใช้ในสนามนูร์เบิร์กริ่ง เรียกว่าจะเป็นรถแข่งจริง ๆ เป็นการอัพเกรดรถแข่งอย่างจริงจัง นักแข่งที่จะลงรายการโตโยต้า วันเมคเรซนั้น จะต้องซื้อรถแข่งจากทางโตโยต้า และพัฒนาโดยทีอาร์ดีเท่านั้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นสแตนดาร์ดเดียวกัน แต่ทั้งนี้ เรากำลังพิจารณาว่าจะให้ทีมแข่งสามารถเปลี่ยนอัตราทดได้เองหรือไม่

ปั้นนักแข่งยืนแถวหน้า

หลายคนถามผมว่า จัดแข่งแบบนี้ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ตอบเลยว่าไม่มีกำหนดตายตัว สำหรับเราการจัดการแข่งขันนั้น ทีอาร์ดีไม่ได้กำไรจากตรงนี้ แต่ถือว่าเราสร้างงาน ได้จากธุรกิจอื่น โตโยต้าได้พัฒนารถ ส่วนทีอาร์ดีก็พยายามพัฒนาคนให้ประสานกัน ถ้าไม่ใช่โตโยต้าและเป็นบริษัทอื่นก็คงลำบากเหมือนกัน กับการจัดกิจกรรมการแข่งขันลักษณะนี้ เราภูมิใจที่สามารถสร้างและส่งนักแข่งจากเมืองไทยให้ไปยืนในระดับแถวหน้าได้หลายคนแล้ว

พร้อมคลอดเวอร์ชั่นทีอาร์ดี

อีกอย่างที่โตโยต้าแจ้งว่าลูกค้าถามหามาก คือ รถโตโยต้าเวอร์ชั่นทีอาร์ดี ตอนนี้เราก็กำลังพัฒนารถยนต์เวอร์ชั่นพิเศษนั้นอยู่ แต่ยังไม่มีกำหนดว่าจะสามารถเปิดตัว หรือแนะนำออกสู่ตลาดได้เมื่อไรเท่านั้นเอง ถึงตรงนี้ใครที่กำลังชื่นชอบผลงานของ “ทีอาร์ดี”โปรดอดใจรอ

ปรับชื่อเป็น “กาซู เรซซิ่ง”

ปีนี้เราได้ปรับชื่อรายการแข่งขัน โตโยต้า วันเมคเรซ มอเตอร์สปอร์ต มาเป็น โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต เนื่องจากแนวคิดและความเชื่อของคุณ อากิโอะ โตโยดะ ประธาน


โตโยต้า และในฐานะ Master Driver ที่มีความเชื่อที่ว่า ทุกหนทางย่อมมีทางที่ดีกว่าเสมอ ก่อเกิดเป็นวิสัยทัศน์ของโตโยต้า ในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างยานยนต์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกท่าน หนึ่งในวิธีที่จะสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่านั้น คือ การที่เราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทั้งรถและคนที่สร้างรถเหล่านั้น เพื่อนำความรู้สึกที่ได้จากการขับ รวมถึงสมรรถนะของรถยนต์อันไร้ขีดจำกัดที่ได้จากการแข่งขันมาพัฒนารถยนต์ของโตโยต้า และทั้งหมดนั้นคือที่มาของโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทำให้โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2019 ในประเทศไทย ได้รับการพัฒนาและยกระดับให้มีความสนุกสนาน ตื่นเต้นและเร้าใจมากยิ่งขึ้น ปีนี้เราจัดภายใต้แนวคิด “Spirit to push the limits” หรือ “ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัด” คือ ความกล้าที่จะเปิดทุกโสตประสาทสัมผัส ปลุกความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดแห่งความท้าทายของผู้เข้าชมทุกท่าน ไปกับสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่นเหมือนเช่นเคย โดยจะประเดิมสนามแรกที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.นี้