สมโภชน์ อาหุนัย มอง “Game Changer” สร้าง “แวลูธุรกิจ” สู่ “บิ๊กรีเทิร์น”

สมโภชน์ อาหุนัย มอง “Game Changer” สร้าง “แวลูธุรกิจ” สู่ “บิ๊กรีเทิร์น”
“สมโภชน์ อาหุนัย” ซีอีโอ บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA) ขึ้นเวทีสัมมนา Game Changer Part II เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

เขาเห็นการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ประเทศไทยโตด้วยทรัพยากรที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย แล้วก็ทำหน้าที่รับจ้างผลิตสินค้า ส่งออก ได้ค่าจ้างแรงงาน แต่ทุกวันนี้ประเทศเริ่มมีปัญหามีคนสูงอายุเยอะ สุดท้ายประเทศก็ติดบ่วงเรื่องรายได้ปานกลาง เขาเชื่อว่าการทำหน้าที่ผู้ผลิตโดยซื้อเทคโนโลยีมาใช้เพื่อผลิตไม่สามารถตอบได้ว่า ประเทศจะเติบโตไปอย่างไร เพราะฉะนั้น สิ่งเดียว คือ “ต้องเปลี่ยน”

เปลี่ยนทุกอย่างให้มีคุณค่า

สมโภชน์ยกตัวอย่างบริษัท อีเอ พยายามมองต่าง โดยบอกกับตัวเองว่า ต้องสร้างเทคโนโลยีเอง เปลี่ยนจากเซอร์วิสต่าง ๆ ที่เป็นเทรดดิชั่นนอลให้มีแวลูแอดเดรสให้มากขึ้น และคนที่จะอยู่รอดต่อไปในอนาคตไม่ใช่คนที่ฉลาดเท่านั้น แต่ต้องยกระดับตัวเองได้อย่างเหมาะสม เขาย้อนให้ดูว่า อีเอในอดีต ปี 2009 เริ่มจากการทำไบโอดีเซล ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์ในประเทศทดแทนการนำเข้า อีเอก็เอาปาล์มมาผลิต ต่อมากระแสเรื่องพลังงานทดแทนโดดเด่นขึ้น ก็ขยายไปทำโซลาร์ฟาร์มในปี 2011 จากนั้นอีกไม่กี่ปี เขาก็กระโดดไปลงทุนเพิ่ม “วินด์ฟาร์ม”

“เราก็มองว่าของที่มีอยู่นั้นมันไม่สามารถสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต เพราะแวลูมีน้อย หนำซ้ำทุกคนรู้จักพลังงานทดแทนมากขึ้น การแข่งขันมากขึ้น ผลตอบแทนจากการลงทุนก็น้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรานึกถึงนิวแชปเตอร์ของอีเอ”

ก้าวสู้ธุรกิจสตอเรจ

สมโภชน์กล่าวอย่างภาคภูมิว่า เขาตัดสินใจก้าวสู่ธุรกิจเอนเนอร์จี้สตอเรจ และคิดไกลไปถึงอีวีชาร์จจิ้งสเตชั่น เพื่อให้รถอีวีที่กำลังจะมาเติบโตได้เร็วขึ้น และพร้อมกับลงทุนในธุรกิจอีวีด้วย

“เราเป็นเจ้าแรกที่สร้างรถยนต์อีวี สัญชาติไทยและขยับไปอีเฟอร์รี่ ตามมาด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่วนของเก่าก็ต่อยอดไบโอดีเซลเก่าให้เป็นกรีนดีเซล”

สร้างผลตอบแทนสู่ผู้ลงทุน

จุดหนึ่งที่อีเอแตกต่างคือ ผลผลิตเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีของคนไทยซึ่งพัฒนาขึ้นมาเอง อีเอไม่ได้ซื้อเทคโนโลยี ทุกอย่างทำเอง ออกแบบโซลาร์ฟาร์มตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วสุดท้ายก็เข้าไปโอเปอเรต สมโภชน์ระบุว่า นี่คือ “ดีเอ็นเอ” ของอีเอ ซึ่งนำมาต่อยอดธุรกิจได้ดีมาก

เขาเชื่อว่ายุคต่อไปของประเทศไทย ต้องมีนวัตกรรม ถ้าไม่มี ยืนอยู่ในสังคม หรือการค้าโลกที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงไม่ได้แน่ เขายืนยันว่า เพราะประเทศไทยไม่ได้มีทรัพยากรเหมือนเก่า จำเป็นต้องสร้างนวัตกรรม สร้างแวลู

บุกเบิกโอลิโอเคมิคอล

อีเอนำวัสดุจากพืชมาเพิ่มมูลค่า เรียกว่าเป็น โอลิโอเคมิคอล พัฒนาเป็นกรีนดีเซล หรือน้ำมันดีเซลสังเคราะห์ที่เกิดจากพืช 100% สามารถใส่เครื่องยนต์ได้แบบไม่มีข้อจำกัด เขาสามารถเพิ่มมูลค่าน้ำมันปาล์ม นวัตกรรมตัวนี้ อีเอวิจัยพัฒนา และก็ไปจดลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้ว โรงงานทำไพลอตแพลนนิ่งแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณปลายปี 2562 นี้ คาพาซิตี้ 1 ลิตรต่อชั่วโมง กำลังเล็งขยายเฟส 2 เพิ่มขึ้นไปอีก

ตัวที่สองที่อีเอมองคือ รถยนต์อีวี เชื่อว่ามาแน่ ดังนั้นเขามองข้ามไปอีกขั้นว่า อีเอควรจะมุ่งไปที่แบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงาน มีการพัฒนาสารเก็บความร้อนเรียกว่า พีซีเอ็ม ซึ่งสารตัวนี้เวลาอุณหภูมิร้อนจะดูดความร้อนเก็บเข้าไป พอกลางคืนจะคลายความร้อน ในญี่ปุ่นมีโครงการซีโร่อิมิชั่นเฮาซิ่ง หรือโครงการที่ทำให้บ้านใช้พลังงานน้อยที่สุด เอาสาร

ตัวนี้นำไปใช้ กลางวันไม่ต้องเปิดแอร์ ใช้สารตัวนี้ดูดความร้อน พอกลางคืน อากาศเย็นลง สารตัวนี้ก็จะคลายความร้อนออกมา อีเอเป็นบริษัทแรกที่ผลิตสารตัวนี้ได้จากพืช จดลิขสิทธิ์ทั่วโลกแล้วเช่นกันมีการนำไปให้ลูกค้าทดสอบ ได้การตอบรับที่ดี เขาย้ำว่าพีซีเอ็มมีมานานแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำมาจากพืชเหมือนอีเอ

สมโภชน์ฉายภาพกลับมาด้านพลังงาน เขาบอกว่าโลกเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนตามให้เร็ว ปกติไฟฟ้ามาจากโรงไฟฟ้า ส่งตามสายมาถึงบ้านผู้ใช้ไฟ โลกเปลี่ยนมีโซลาร์เซลล์เกิดขึ้น โครงสร้างของธุรกิจพลังงานเปลี่ยน มีการพูดถึง ดีคอนเวอร์ไนซ์ การผลิตพลังงาน โดยเกิดคาร์บอนอิมิชั่นน้อยที่สุด และดีเซ็นเตอร์ไลน์ การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไปมากขึ้น

สู่สมาร์ทเอนเนอร์จี้ซิสเต็ม

เขายังมองลึกไปถึงวิธีการดิสทริบิวชั่นเอนเนอร์จี้ ตอนนั้นเองเกิดคำว่า สมาร์ทเอนเนอร์จี้ซิสเต็ม พอระบบซับซ้อน ระบบการจัดการแบบเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ อีเอเห็นสิ่งเหล่านี้ ถ้าจะอยู่รอดให้ได้ต้องปรับให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนี่เองคือ “ยุทธศาสตร์” อีเอคิดว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อตอบโจทย์ และคำตอบง่าย ๆ คือ มองว่าอะไรที่เปลี่ยนบ้าง ยืนตรงไหน และอะไรที่จะทำให้เกิดการเติบโต ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์แล้ว เกมเชนจ์ นั่นคือ แบตเตอรี่

พลังงานทดแทนมาจากธรรมชาติ ไม่สามารถคอนโทรลได้ในเวลาที่เราต้องการ สิ่งที่ขาดหาย คือ สิ่งที่จะกักเก็บเพื่อเอามาใช้ในเวลาที่ต้องการ แบตเตอรี่ คือ สิ่งที่มีความจำเป็นที่สุด และจะทำให้อุตฯพลังงานเติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อได้คำตอบ เขาลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่เริ่มต้น 1 จิกะวัตต์อาวร์ และขยายไป 50 จิกะวัตต์อาวร์ ตอนนี้ใหญ่สุด คือ เทสล่า แต่แค่ 35 จิกะวัตต์อาวร์เท่านั้น

อีเอจับมือกับสถาบัน ตปท.ในไต้หวัน ร่วมกันพัฒนาแบตใหม่ ๆ ในอนาคต เขายืนยันว่าการเข้าสู่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ไม่ใช่สุดท้าย มันแค่เริ่มต้น เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงสูง เพราะฉะนั้น ต้องมีพาร์ตเนอร์และทันสมัย แข่งขันในตลาดโลก

แบตเตอรี่เอาไปทำอะไรได้บ้าง อย่างแรกเก็บพลังงาน เพื่อเอาไปใช้ในเวลาที่ถูกต้อง 2.ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแนวโน้มมาแน่ ๆ เนื่องจากประสิทธิภาพดีกว่า และตอบโจทย์เรื่องมลพิษได้เป็นอย่างดี 3.เอาไปทำชาร์จจิ้งสเตชั่น คือถ้ามีรถอีวี แต่ไม่มีสถานีชาร์จ ไปไม่รอดแน่ และสุดท้าย สิ่งที่ต้องทำ คือ เอนเนอร์จี้เทรดดิ้งแพลตฟอร์ม เราพูดถึงสมาร์ทซิสเต็ม ระบบซื้อขายพลังงานจะเปลี่ยนไป

เข้าถึงก่อนได้เปรียบ

มีหลายคนบอกว่า เอนเนอร์จี้สตอเรจทำให้ภาระต้นทุนประเทศสูงขึ้น เขาค้านว่าเป็นความคิดไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง ในหนึ่งวัน 24 ชม. ใช้ไฟแตกต่างกันไป เช่น สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อใช้ตลอดทั้งวัน แต่การใช้งานจริงไม่ถึง ตรงนี้แหละ ทำให้ต้นทุนสูง มีรายงานศึกษาของหน่วยงานราชการ ช่วงพีกต้นทุนประมาณ 4 บาทต่อยูนิต บางช่วงถึง 9 บาท

แต่ช่วงกลางคืน เหลือแค่บาทกว่า ๆ ดังนั้นเอนเนอร์จี้สตอเรจตอบโจทย์ได้มาก สามารถเอาไฟถูก ๆ ไปเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมืองนอกใช้กันมาก ทำให้ค่าไฟโดยรวมมีต้นทุนถูกลง เทรนด์ของสตอเรจกำลังจะมา ความต้องการมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นใครที่เข้าถึงก่อนย่อมได้เปรียบ

บุกรถยนต์ไฟฟ้า อีวีเฟอร์รี่

พอมีแบตเตอรี่ ก็เข้าไปทำรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์อีวีชื่อมายด์ ย่อมาจาก มิชั่น อิน โน อิมิชั่น ปราศจากมลพิษ เป็นรถสัญชาติไทย วิศวกรคนไทย แต่ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ วิศวกรมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนกับการทำงานกับต่างชาติ มีความฝันร่วมกัน มาร่วมกันสร้างรถ ออกบูทงานมอเตอร์โชว์ ได้รับความสนใจ มีคนลงชื่อจอง 4,558 คัน หลังจากนั้นก็นำเทคโนโลยีตัวเดียวกัน จากรถยนต์แอปพลายไปใช้ในเรือ ตรงนี้ตอบโจทย์มาก ๆ

เรือที่อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาใช้ดีเซล ถ้าเอาแบตเตอรี่ไปใช้ ก็สามารถลดได้ทั้งควันและเสียง ที่สำคัญ เรือเป็นพาหนะที่ใช้พลังงานต่ำกว่าพาหนะอื่น ๆ ค่อนข้างเยอะ พอเปลี่ยนมาเป็นไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก การสร้างเรือไฟฟ้าขึ้นมา สามารถให้บริการในราคาที่ใกล้เคียงกับผู้ให้บริการเดิม เรียกว่าได้ของใหม่ จ่ายราคาเดิม ให้บริการจากนนทบุรี มาถึงวัดพระยาไกร ระยะทาง 20 กม. ใช้เวลา 40 นาที เรือลำหนึ่งจุ 200 คน ใช้แบต 800 กิโลวัตต์อาวร์ วิ่งไปกลับได้ 2 รอบ ใช้เงินแค่ 1,000 ล้านบาท ที่น่าสนใจมาก คือ มีขนส่งทางรางระบบหนึ่งหลายหมื่นล้าน ยกตัวอย่างแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ใช้เงิน 4-5 หมื่นล้านขนคนได้ต่อวัน 6-8 หมื่นคนต่อวัน เชื่อมั้ยว่าแม่น้ำเจ้าพระยา วันหนึ่งขนคนประมาณ 4 หมื่น แล้วยังสามารถเปลี่ยนภูมิทัศน์ให้ดีขึ้น ใช้เงินแค่ 1,000 ล้านบาทคุ้มค่ามาก

โหมขยายสถานีชาร์จ

และเพื่อให้ 2 โปรเจ็กต์นี้ตอบโจทย์ เขาเริ่มทำอีเอ แอนี่แวร์ คือทำสถานีชาร์จให้เต็มเมือง เมืองไทยเป็นเมืองที่เหมาะมาก ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป สถานีชาร์จ 1,000 แห่งอยู่ใน กทม. และปริมณฑล 600 แห่งทำให้มีสถานีชาร์จทุก 5 กม. ตอบโจทย์ความกังวลของคนที่เปลี่ยนรถจากเครื่องยนต์มาเป็นอีวี จับมือกับแลนด์ลอร์ด ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ที่คิดว่าจะมีคนใช้

คิดกลับด้าน-มองต่างมุม

วันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก ดังนั้น แนวคิดที่เป็นเอาต์ไซด์อินจะต้องนำมาใช้ในการสร้างยุทธศาสตร์ หรืออิมพลีเมนต์ต่าง ๆ ระบบออนไลน์แพลตฟอร์ม ระบบดิจิทัลต้องเข้ามาแทนที่ ถ้ายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ หรือควบคุมได้ มีการพัฒนานวัตกรรมของขึ้นมา เชื่อว่าซื้อมาเอามาใช้ หรือขายไป ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ได้พัฒนาระบบของขึ้นอีกอัน

เรียกมันว่า มัลติไดเมนชั่นนอล เอนเนอร์จี้เทรดดิ้งแพลตฟอร์ม ซื้อขายพลังงานในอนาคต ตรงแตกต่างกับคนอื่นเพราะสามารถสเกลขึ้นไปถึงขั้นเป็นโฮลเซล หรือระดับรีจินอล ก็สามารถทำได้ ตรงนี้

จะข้อมูลแบบเรียลไทม์ของการใช้ไฟในประเทศ ทั้งดีมานด์และซัพพลาย ทำให้สามารถบริหารโรงไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สามารถออกแบบได้เลยว่าช่วงเวลาไหนควรเดินเครื่องอะไร เพื่อให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศต่ำลง แข่งขันได้

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง

ภาพรวมทั้งหมดมันเกิดดิสรัปชั่น แต่ดิสรัปชั่นที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทำให้ทุกคนได้ประโยชน์ ถ้าคนใดคนหนึ่งเสียประโยชน์ ก็จะทำให้ดิสรัปชั่นดีเลย์ มันต้องเกิดประโยชน์ 1+1 มันต้องได้ 3 ได้ 4 ไม่ใช่ต่ำกว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 ก็คือมีคนเสียประโยชน์ แล้วเขาก็จะมาต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ก็นำระบบเอนเนอร์จี้เทรดดิ้งแพลตฟอร์มมาดูแล สุดท้ายประเทศก็จะแข่งขันได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ยังต้องทำตัวให้เป็นตัวกลางซื้อขายกับต่างประเทศด้วย ประเทศไหนเหลือซื้อ ประเทศไหนอยากใช้ก็ขาย หาเงินตราเข้าประเทศ ต้นทุนต่ำลงคนไทยใช้ไฟถูกลง อีกหน่อยไม่ต้องมองว่า อุตสาหกรรมพลังงานเป็นแค่ตัวสร้างเสถียรภาพ แต่น่าจะเป็นตัวทำกำไรด้วย

สุดท้ายอยากฝากว่า โลกไม่ใช่ linear มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทุกอย่างต้องพัฒนา อย่ากลัวสิ่งใหม่ อย่ากลัวที่จะโดดลงไปในน้ำ โดดไปเพื่ออะไร…หัดว่ายครับ ไม่ใช่ยืนดูแล้วบอกว่า ว่ายน้ำเป็น วันนี้ต้องกล้าที่จะคิดใหม่ คิดแบบเอาต์ไซด์อิน เพื่อให้ทันกับโลกแห่งอนาคต สำหรับอีเอ ทั้งหมดที่ทำหวังว่าจะเป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ที่ผลักดันให้ประเทศไทย อุตสาหกรรรมไทย เศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรงต่อไป

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ