“เอ็มจี” เข้มเซอร์วิสเอาใจลูกค้า ชะลอโปรดักต์ใหม่ปูพรมขยายเน็ตเวิร์ก

เอ็มจีปรับแนวรุก ลุยเพิ่มดีลเลอร์เน็ตเวิร์ก ชูธง “บริการหลังขาย” หลัง 5 ปีคลอดรถใหม่ต่อเนื่องหลายสิบรุ่น ลั่นกระบะ “เอ็กซ์เทนเดอร์”ขอส่วนแบ่งตลาด 5% ตั้งเป้า12 เดือน 2 หมื่นคัน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจีเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการทำตลาดของเอ็มจีว่า จะให้ความสำคัญการดูแลและสร้างความพึงพอใจกับลูกค้ามากขึ้น หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมา เน้นเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ พยายามเฟ้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนเกือบทุกเซ็กเมนต์ดังนั้น นโยบายของเอ็มจีต่อจากนี้จะชะลอการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ หันมาเน้นเพิ่มจำนวนและพื้นที่เน็ตเวิร์กให้ครอบคลุม

“ปีหน้าจะเห็นชัดถึงเกมรุกด้านเน็ตเวิร์ก จากที่ตอนนี้เรามีราว ๆ 130 แห่งจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างผิดหูผิดตา”

ส่วนความคืบหน้ารถกระบะเอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ จะเปิดขายในงานบิ๊กมอเตอร์เซล เริ่ม 16 สิงหาคม และสามารถส่งมอบได้ภายในเดือนนี้โดยเน้นทำตลาดในกลุ่มรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ giant cab และแบบ 2 ตอน หรือ double cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ ด้วยขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุก และภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายภายใต้คอนเซ็ปต์ “กระบะพันธุ์ยักษ์ให้มากกว่าความแกร่ง” ชูจุดเด่นมิติตัวถังขนาดใหญ่ ด้วยขุมพลัง 2.0 ลิตรเทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง eco และ power

“เราวางเป้าขายไว้ 12 เดือน 20,000 คัน โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งจากตลาดปิกอัพราว ๆ 5% สำหรับสัดส่วนตลาดรวมปิกอัพปัจจุบันแบ่งเป็น ตอนเดียว 15% ตอนครึ่ง 40% และดับเบิลแค็บ 45% ซึ่งเราเชื่อว่าจำนวนรุ่นย่อยทั้ง 9 รุ่นที่วางจำหน่าย น่าจะครอบคลุมตลาดได้เพียงพอ”

สำหรับกำลังการผลิตปัจจุบันโรงงานเอ็มจี ระยอง มีสูงถึง 2 แสนคันต่อปี และถือเป็นโรงงานแรกที่สามารถผลิตรถเก๋งและรถปิกอัพในไลน์เดียวกัน ส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ปิกอัพเอ็กซ์เทนเดอร์ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 50% และกำลังเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ใช้ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจีมีให้เลือก 9 รุ่นย่อย แบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ และแบบ 4 ล้อ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท ไปจนถึง 1,029,000 บาท

นายพงษ์ศักดิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อนาคตอาจจะมีปิกอัพดัดแปลง หรือพีพีวี หากลูกค้ามีความต้องการที่ชัดเจน

Previous articleททท.ทุ่มจัดอีเวนต์ TGTM ฟื้นทัวริสต์กลุ่มเล่นกอล์ฟ
Next articleเตือนคนไทยที่จะใช้สนามบินในฮ่องกงเผื่อเวลาเดินทาง หลังผู้ประท้วงชุมนุมในสนามบิน