อุตฯรถยนต์เจอปัจจัยลบอื้อ มาสด้าลดเป้า 7 พันคัน-ส่งรถใหม่ปลุกยอด

ตลาดรถยนต์กระทบหนัก เจอหลายเด้ง สงครามการค้า-ความเชื่อมั่นผู้บริโภค-ไฟแนนซ์เข้ม มาสด้าลดเป้าเหลือ 66,000 คัน คาดตลาดรวมทั้งปีขายแค่ 1 ล้านคัน ส่งมาสด้า3 ใหม่ กระตุกยอด

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะมียอดขายโดยรวม1.06 ล้านคันนั้น ผ่านมา 8 เดือนปรากฏว่าตลาดรถยนต์มีทิศทางการเติบโตลดลงโดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาหดตัวลงเยอะ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้ง ทั้งสงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีน ที่เริ่มส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมชะลอตัว ยังมีสถานการณ์ในฮ่องกงเข้ามาร่วมอีก ล้วนแต่เป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศนั้น เศรษฐกิจโดยรวมก็ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากภาครัฐ ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจเท่าที่ควร ยังเจออีกหลายเด้ง เช่น ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ในช่วงที่ผ่านมามีผลต่อตลาดรถยนต์แน่นอน เพราะหากพิจารณาจากยอดหนี้ครัวเรือนที่มีหนี้เสียถึง 12% และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นผลมาจากความฟุ่มเฟือย ทั้งการผ่อนบัตรเครดิต มือถือ โดยเฉพาะพวกสินค้าที่ผ่อนในรูปแบบ 0% แม้ว่ารถยนต์หนี้เสียไม่สูง แต่ความเข้มข้นในการปล่อยสินเชื่อก็กระทบโดยตรง

ปัจจัยข้างต้นทำให้มาสด้าต้องประเมินภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ใหม่ และคาดว่าความต้องการรถยนต์ในปีนี้จะลดลง จากที่คาดการณ์ไว้น่าจะมีความต้องการแค่ 1.04 ล้านคันเท่านั้น

ขณะที่มาสด้าช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) มีอัตราการเติบโตลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

โดยมาสด้ามียอดขาย 41,000 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 6.2% ทั้งปีคาดว่าจะมียอดขายแค่ 65,000-66,000 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 6.9% ลดลงจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 72,000 คัน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเริ่มกลับมาดีขึ้น บวกกับมาตรการการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบของภาครัฐกว่า 3 แสนล้านบาท น่าจะช่วยส่งผลให้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และยังถือเป็นช่วงของฤดูการขาย และค่ายรถยนต์ต่างทยอยส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดด้วย

“สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ คือ รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นเชื่อว่านโยบายต่าง ๆ จะต้องถูกขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะนโยบายแบบชอร์ตเทอม เราน่าจะได้เห็นมากขึ้นและนี่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เราเชื่อว่าตลาดรถยนต์น่าจะมีความคึกคักจากนี้ และความมั่นใจของผู้บริโภคดีขึ้นอย่างแน่นอน”

ส่วนยอดขายมาสด้าที่ลดลงนั้น ปัจจัยหลักอีกส่วนคือเป็นผลมาจากสินค้าของมาสด้า หลาย ๆ ตัวอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโมเดลในหลาย ๆ รุ่น ทำให้ยอดขายลดลงไป แต่เมื่อมีสินค้าเข้ามาเติมเต็มตลาด มั่นใจว่าน่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อาทิ มาสด้า ซีเอ็กซ์-8 ในช่วงปลายปี มาสด้า2 และมาสด้า บีที-50 ใหม่ ที่จะทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะ

ล่าสุดได้ส่งมาสด้า3 เจเนอเรชั่นที่ 4 ออกสู่ตลาด โดยตั้งเป้ายอดขาย 7,000 คัน ภายในระยะเวลา 12 เดือนนับตั้งแต่เปิดตัว หรือมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 600 คัน แบ่งเป็นยอดขายซีดานและแฮตช์แบ็ก อย่างละ 50/50จากความต้องการของรถยนต์ในกลุ่มซี-คาร์ 55,000-56,000 คันต่อปี และมาสด้า 3 จะมีส่วนแบ่งตลาด 14-15% โดยตั้งเป้าจะรักษาส่วนแบ่งในตลาดรถประเภทนี้เอาไว้ โดยเฉพาะในรุ่นซีดานที่มาสด้าต้องการเพิ่มส่วนแบ่งให้มากขึ้นด้วย

และจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้รถจะพบว่า 80% จะซื้อรถในระดับราคามากกว่า 960,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์การเลือกใช้รถ มาสด้าจึงเลือกทำรถออกมาในราคาที่ลูกค้าต้องการ และให้ออปชั่นที่เหนือกว่า

ส่วนความคืบหน้าของการเข้าร่วมโครงการรถยนต์ไฮบริดนั้น ขณะนี้มาสด้ายังไม่มีแผน ซึ่งจะต้องให้บริษัทแม่เป็นผู้พิจารณา เนื่องจากจะต้องพัฒนารถยนต์ภายใต้นโยบายโกลบอลแพลตฟอร์ม ดังนั้น มาสด้าจะต้องพิจารณาเงื่อนไขการส่งเสริมของบีโอไอ และนโยบายของบริษัทแม่ว่าสอดคล้องกันมากน้อยเพียงใด และยังต้องใช้เวลาเพื่อความชัดเจน

สำหรับมาสด้า 3 ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่น จำหน่ายในราคา 969,000-1,198,000 บาท และมาสด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าจนถึงสิ้นปีนี้ ด้วยเงื่อนไข ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance

Previous articleลดภาษีนำเข้า “น้ำมันดิบ” 0% ดัน “เวียดนาม” TOP 3 ผู้ซื้อในอาเซียน
Next article“เฟด” หั่นดอกเบี้ย 0.25% ส่งซิกผ่อนคลายตลาดเงิน