เปิดทุกซอกมุมโครงสร้างตัวถังใหม่ “มาสด้า CX-30” การันตีความปลอดภัยระดับโลก

วันที่ 6 มีนาคมถึงจะถึงนี้ ค่ายมาสด้า พร้อมแนะนำ มาสด้า CX-30 ออกสู่ตลาดในประเทศไทย แต่ก่อนที่จะได้เห็นตัวเป็นๆ ทีมวิศวกรของมาสด้า มีข้อมูลมาให้ได้ซึมซับกันก่อน เริ่มจากเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE และกำลังจะทยอยตามมาไม่ว่าจะเป็น ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ตัวถัง ฯลฯ

มาสด้าให้ความสำคัญกับความสนุกในทุกการขับขี่ และความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ

SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ซึ่งเกิดจากความต้องการความแข็งแกร่งที่มากขึ้นของโครงสร้างตัวถังใหม่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการอัตราเร่งและการประหยัดเชื้อเพลิงที่มากขึ้น

จึงต้องใช้เหล็กกล้าคุณภาพสูง High Tensile Steel ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งมาทดแทนโครงเหล็กซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้น และเป็นภาระต่อการควบคุมขับขี่ เทคโนโลยีใหม่นี้ยังสามารถจัดการกับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบวงแหวนหลายทิศทาง (Multi-directional Ring Structure) ที่รองรับแรงกระทำได้รอบทุกทิศทาง สามารถกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนนได้อีกด้วย

แฟลตฟอร์มโครงสร้างตัวถังนี้ ถูกใส่ลงไปรถมาสด้า3 ใหม่ รุ่นปี 2019 เป็นที่เรียบร้อย ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกมาแล้ว ทั้งยุโรปและออสเตรเลีย ดังนั้น มาสด้าจึงมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อต่อยอดเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังนี้ไปสู่รถครอสโอเวอร์เอสยูวีโดยเฉพาะ

สำหรับ ALL NEW MAZDA CX-30 ที่ใช้แฟลตฟอร์มโครงสร้างตัวถังใหม่มาจากรถยนต์นั่งขนาดกลาง หรือ C-Segment ทำให้ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ปลอดภัยควบคุมรถได้ดั่งใจ เป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีความคล่องตัว สมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยที่เป็นอรรถประโยชน์ และกำลังจะเปิดตัวในประเทศในเดือนมีนาคมนี้

เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ยังคงนำปรัชญาที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถตามปรัชญา “จินบะ-อิตไต”

ทีมพัฒนาของมาสด้าได้ศึกษาการเดินของมนุษย์อย่างลึกซึ้งพบว่า ทุกจังหวะการเดินศีรษะจะตั้งตรงอย่างมีสมดุลกระดูกสันหลังมีลักษณะเหมือนอักษรตัว S เมื่อมองจากด้านข้างลำตัว ถัดลงมาจะเป็นส่วนเชิงกรานที่มีลักษณะตั้งตรงเช่นกัน ทำหน้าที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนจากการกระทบของฝ่าเท้ากับพื้นที่ส่งต่อขึ้นมาจากขา จึงนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาตัวรถในหลายจุด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวมากขึ้น ตั้งแต่ส่วนที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน

ดั่งเช่น ยางที่รับแรงกระแทกจากพื้นถนน ขึ้นมาสู่ระบบช่วงล่าง และตัวถังที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วต่อแรงกระทำจากพื้นถนน และต่อเนื่องถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเบาะนั่ง ซึ่งทุกองค์ประกอบเป็นส่วนสำคัญที่ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกายให้ใกล้เคียงกับท่วงท่าการเดินของมนุษย์ ให้ผู้ขับขี่เข้าถึงความสนุกในการขับขี่ได้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากได้ครอบครองรถยนต์ที่ควบคุมขับขี่ง่าย ให้ความปลอดภัยดีเยี่ยมก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ