วรรณภา ตั้งบรรยงค์ นิวลุก “อมร กรุ๊ป”

ถือเป็นธุรกิจครอบครัว ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์อีกค่ายที่หลายคนให้การยอมรับ โดยเฉพาะรถยนต์เมเซอร์เดส-เบนซ์ มือสอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อชั้นการันตีด้วยคุณภาพ มาตรฐานอยู่ในอันดับต้น ๆ ของบ้านเรา เป็นการบุกเบิกตั้งแต่รุ่นพ่อ ส่งผ่านมายังรุ่นลูกกว่าครึ่งศตวรรษ แต่วันนี้สเต็ปการก้าวของ “อมรกรุ๊ป” ไม่ใช่แค่ธุรกิจรถมือสองเท่านั้น ยังแตกหน่อต่อยอดธุรกิจออกไปถึง 7 กลุ่มธุรกิจ ภายใต้การบริหารงานของ “วรรณภา ตั้งบรรยงค์” ประธานกรรมการบอร์ดบริหาร อมรกรุ๊ป

ปรับผังธุรกิจใหม่

ก่อนหน้านี้เราได้มีการขยายธุรกิจออกไปในหลาย ๆ ส่วน ทั้งการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์-จักรยานยนต์อย่างเป็นทางการ ธุรกิจรถยนต์มือสอง แต่วันนี้ได้จัดระเบียบ พร้อมทั้งวางโมเดลธุรกิจของอมรกรุ๊ป ใหม่ โดยแบ่งธุรกิจในเครือออกเป็น 7 บริษัท 9 เอาต์เลต ได้แก่ ธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถใหม่ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู อมรเพรสทีฟ, ซูบารุ อมรรัชดามอเตอร์ และเวสป้าบายอมรรัชดา

ธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์มือสอง สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ธุรกิจ ด้านการบริการ ได้แก่ บริษัท เอเอ็มจี อินชัวร์ โบรคเกอร์ จำกัด ธุรกิจบริการหลังการขายบริษัท เอเอ็มอาร์ ออโต้พาร์ท แอนด์เซอร์วิส จำกัด หรือสตาร์เซิร์ฟ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้อมรกรุ๊ปเดินไปสู่เป้า หมายรายได้ที่ระดับ 2,000 ล้านบาทในปีนี้

ควอร์เตอร์แรกโต 15%

เมื่อมาดูเฟอร์ฟอร์มานซ์ของอมรกรุ๊ปเรา ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับปีก่อน ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าพอใจอย่างยิ่ง มีการเติบโตถึง 15% โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ใหม่ อย่างบีเอ็มฯนั้น

โตถึง 36% ซึ่งเป็นผลมาจากเรามีโชว์รูมเพิ่มอีก 1 แห่งคือ ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ในรูปแบบStudio Showroom จากเดิมมีแค่โชว์รูมเดียวที่ถนนรัชดาภิเษก

ส่วน เวสป้า ซูบารุ และรถยนต์มือสองเองนั้น มียอดโดยรวมโตขึ้น เช่นเดียวกัน ขณะที่ธุรกิจด้านบริการหลังการขาย ถือว่ามีการเติบโต แบบเกินคาดหมายถึง 10% วันนี้เราไม่รู้ว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นอะไรที่เราทำได้ หรือเก็บได้เราจะเก็บไปก่อน

โบรกเกอร์-ประกัน วิ่งฉิว

แน่นอน เราเองค่อนข้างแปลกใจว่าในส่วนธุรกิจนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง อย่างวันนี้ ลูกค้าที่ต่อประกันกับเรามาก 100% ซึ่งตรงนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของทีมงาน ที่พยายามใช้คอนเน็กชั่น เจาะตลาดไปยังกลุ่มตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาระบบผ่าน “ดิจิทัลการ์ด”และโปรแกรมวันแฟร์ ซึ่งพนักงานขายจะมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือถือและจะมีการติดต่อพร้อมเตือน เมื่อประกันภัยลูกค้าใกล้จะหมด เคล็ดลับของความสำเร็จของเราคือ การติดต่อกับลูกค้าให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ชูจุดขายฟรีวอร์แรนตี

วันนี้เราถือ 2 แบรนด์ในมือ คือบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งหากจะดูจากตัวสินค้า และไลน์อัพผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดค่อนข้างเยอะ บวกกับเรามีในส่วนของรถมือสองรองรับ ทำให้ธุรกิจสามารถส่งเสริมกันไปทำให้เรามีสินค้าที่หลากหลายให้ลูกค้าได้ เปรียบเทียบ จะมีเพียงแค่ในส่วนของซูบารุที่ยอดอาจจะไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากเป็นปีแรก ๆ ของการดำเนินงาน บวกกับ ไม่มีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ส่วนธุรกิจรถมือสอง แน่นอนว่าเมื่อคนนึกถึงรถเบนซ์มือสองเบนซ์อมร จะเป็นตัวเลือกในอันดับต้น ๆ วันนี้บีเอ็มฯมือสอง ลูกค้าก็เริ่มเข้าใจว่า เรามี BSI สำหรับรถใหม่ ถึง 5 ปี

อย่างนโยบายของเราทำมาจำหน่ายนั้น ก็จะต้องเป็นรถที่มีวอร์แรนตีหรือ 1-2 ปี และยังมีวอร์แรนตีจากสตาร์เซิร์ฟเพิ่มให้กับลูกค้าด้วยมูลค่า 40,000 บาท

เล็งแตกฟาสต์เซอร์วิส

ตอนนี้เรากำลังเล็งไปที่ธุรกิจศูนย์บริหารหลังการขาย ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ โดยมองออกไปยังพื้นที่รอบนอกทั้งรามอินทรา ซอย 19และสุขาภิบาล 5 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมว่า จะตั้งเป็นฟาสต์เซอร์วิสหรืออู่ซ่อมสีและตัวถัง เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสำหรับการลงทุนตรงนี้ 40 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และจะเปิดดำเนินการได้ราวกลางปีหน้าอย่างแน่นอน

Previous article2 แบรนด์ เครื่องประดับไทย ดีไซน์จาก “ผ้าไหม-ฮวงจุ้ย”
Next article“ทัคคาลบี้” อาหารเกาหลี ชูรสชาติถูกปากคนไทย