“เบนซ์” โฟกัสกำไรลุยรื้อดีลเลอร์ บูม “เซอรวิสเซ็นเตอร์” อวดโฉมอีวีไตรมาส 4

“เบนซ์” ปรับทัพดีลเลอร์หวังสร้างผลกำไรให้ทุกราย เร่งขยายสัดส่วนเซอร์วิสเซ็นเตอร์ ลั่นปีนี้ครบ 7 แห่ง เผย “พันทวียนต์” เจรจาเลิกขาย ขอดูแลหลังการขายอย่างเดียว แบไต๋ไตรมาส 4 พร้อมอวดโฉม “มายบัค” และ “อีคิว” มั่นใจตลาดรถหรูยังโตได้อีก

นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แผนรุกตลาดครึ่งปีหลังจะเร่งปรับทัพดีลเลอร์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดมากขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาแม้จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตของดีลเลอร์ได้ แต่ในแง่การทำกำไรยังไม่เป็นไปตามเป้า โดยจะมีการปรับสัดส่วนใหม่ เช่น ขยายเซอร์วิสเซ็นเตอร์ (ไม่มีโชว์รูม) ให้มากขึ้น ปีนี้น่าจะครบ 7 แห่งทั่วประเทศ

“ตอนนี้เซอร์ติฟายแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ สุขุมวิทของเบนซ์สวนหลวง, จีพี มอเตอร์ ระยอง, ธนบุรีพานิช บางพลัด,วีซีบีฯ, เบนซ์ เภตรา อยุธยา ส่วนพันทวียนต์ ลาดพร้าว ซึ่งเดิมเป็นโชว์รูมเต็มรูปแบบตอนนี้ขอทำแค่งานบริการหลังการขายอย่างเดียว ช่วงที่ผ่านมามีดีลเลอร์หลายรายเข้ามาคุยกับเรา ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ไม่มีโอกาสทำกำไร เราในฐานะบริษัทแม่ก็ต้องช่วยปรับทุกรายให้ทำกำไร”

นายโฟล์เกอร์กล่าวอีกว่า ผลกระทบไวรัสโควิดทำให้เป้าหมายเดิมที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และไมเนอร์เชนจ์มากกว่า 15 รุ่น อาจเปิดได้ล่าช้ากว่ากำหนด จากปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ขาดรวมทั้งระบบโลจิสติกส์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายลูกค้าอาจจะได้เห็นแบรนด์มายบัค และแบรนด์อีคิว (รถยนต์ไฟฟ้า 100%) เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมด้วย

“ทั้ง 2 แบรนด์เราจะทำตลาดอย่างจริงจังในปี 2564 โดยจะมีการแต่งตั้งดีลเลอร์ขึ้นอีกอย่างละ 4 ราย ปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์มีดีลเลอร์ทั้งสิ้น 34 ราย ก่อนหน้านี้เราจัดตั้งดีลเลอร์ 15 รายขึ้นมาดูแลแบรนด์เอเอ็มจีโดยเฉพาะ รูปแบบก็จะคล้าย ๆ กัน”

ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยอีกว่า บริษัทยังได้เตรียมความพร้อมการทำตลาดในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และการเข้าสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเพื่อสนองและตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยกลยุทธ์ 6 ด้านประกอบด้วย 1.think เปลี่ยนมุมมองและแนวคิด การวางแผน โพซิชั่นตัวเองใหม่ ไม่ต่างจากโรงแรม 6 ดาวที่จะสร้างความแตกต่าง ความพึงพอใจของลูกค้า 2.focus คือการรักษาอัตราการเติบโตทุก ๆ ส่วนของธุรกิจ ทั้งของเราเองและคู่ค้า

3.expand การขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ใน 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้แนะนำซับแบรนด์ “เอเอ็มจี” อย่างจริงจัง ซึ่งเร็ว ๆ นี้ก็จะมีทั้งอีคิวและมายบัค 4.embrace การเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่องด้วยพาวเวอร์ดาต้าที่สะสมไว้เอามาใช้ประโยชน์เพื่อเข้าใจและตอบสนองความเข้าใจลูกค้าได้อย่างตรงจุด

5.lead การลงทุนพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และโฟกัสการเป็นผู้นำรถอีวี ผู้นำทางด้านการลด CO2 พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มากับตัวรถ พัฒนารถเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในปัจจุบัน และให้ความสำคัญ สร้างความเข้าใจร่วมมือกับดีลเลอร์ของเรา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด 6.lower หรือต้นทุนของดีลเลอร์จะต้องรีเทิร์นกลับมาอย่างรวดเร็วและมีกำไรอยู่ได้

“เรายังเชื่อว่าตลาดรถหรูยังมีอัตราการเติบโตอยู่ โดยเฉพาะในช่วงโควิดมีลูกค้าเราจำนวนมากที่ปกติใช้เงินท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ไม่ได้ใช้ ก็น่าจะมีโอกาสนำลงทุนในโปรดักต์ของเรามากขึ้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ