ประธานสภาฯลูกจ้าง ห่วงโควิดลามชิ้นส่วนกระทบส่งออก

สัมภาษณ์พิเศษ

ท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม การผลิตยังคงต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่การผลิตรถยนต์ จักรยานยนต์นั้นจะสะดุดไม่ได้ ช่วงที่ผ่านมามีหลากหลายคำถามว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะปรับตัวรับกับวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างไร วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “มานิตย์ พรหมการีย์กุล” ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนของแรงงานยานยนต์ผู้มีส่วนขับเคลื่อนและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้มูลค่ามหาศาลจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และในวันที่พวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากต่อการปฏิบัติหน้าที่ มาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันไม่ให้โรงงานผลิตกลายเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อจะเป็นอย่างไร

Q : การผลิตช่วงนี้กระทบแค่ไหน

ในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เรายังคงทำงานกันตามปกติ พนักงานในแต่ละที่ปฏิบัติงานกันเช่นเดิม ทั้งในส่วนของกะกลางวันและกะกลางคืน แม้ว่ารัฐบาลจะมีการประกาศมาตรการควบคุมห้ามเดินทางนอกเวลากำหนด

แต่ในส่วนของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างมีรถรับ-ส่งพนักงานและมีการขออนุญาตเดินทางกันอย่างชัดเจนจากทางฝ่ายบุคคล (HR) ส่วนวิธีการปฏิบัติงานในโรงงานนั้น พนักงานทุกคนยึดหลัก “นิวนอร์มอล” ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตกันแบบนี้ 90 กว่าสหภาพไม่มีปฏิกิริยาอะไร ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ

Q : มาตรการคุมเข้มพนักงานที่ติดเชื้อ

ในส่วนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทชิ้นส่วน ได้มีการแบ่งพนักงานออกเป็นหลาย ๆ ระดับ อย่างโรงงานประกอบรถยนต์ชิ้นส่วนใหญ่ ๆ เขาดูแลพนักงานอย่างดี มีมาตรการเพื่อแยกแยะป้องกันการติดเชื้อ หากมีกรณีพบผู้ติดเชื้อก็จะมีการประสานงานไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเพื่อส่งพนักงานเข้ารักษา

มีการแบ่งระดับพนักงานเป็น L1 สำหรับผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิด L2 สำหรับผู้อยู่ในกลุ่มระมัดระวังมีการสัมผัสแบบห่างซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขชัดเจน

แต่ส่วนที่น่าเป็นห่วงคือบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยในกลุ่มเทียร์ 2, 3 ที่มาตรการการดูเเลอาจจะยังไม่ดีเพียงพออย่างบริษัทชิ้นส่วนที่ถูกพบเป็นคลัสเตอร์โควิดเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้ถูกสั่งปิด 14 วัน ซึ่งพนักงานอาจจะยังไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอตรงนี้ก็ยังมีอยู่พอสมควร

และเชื่อว่าจะยังมีอีกหลาย ๆ แห่งที่เราต้องเฝ้าระวัง แต่โชคดีว่าการปฏิบัติงานขออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไม่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ไม่เหมือนอีกกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังคือ “อุตสาหกรรมสิ่งทอ” เนื่องจากการปฏิบัติงานกันอย่างใกล้ชิดจึงต้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น และมีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก

Q : แก้ปัญหาโรงงานที่ถูกปิดอย่างไร

ต้องไม่ลืมว่าหากมีการติดเชื้อในกลุ่มโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จนต้องหยุดการผลิตนั้น จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ทั้งระบบห่วงโซ่ เพราะรถยนต์หนึ่งคันจะขาดชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งไปก็ทำให้ไม่สามารถผลิตรถได้ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์การผลิตรถยนต์วันนี้ถือว่าสวนทางกับสถานการณ์โควิด เพราะไม่ว่าจะเป็นโรงงานไหน ๆ ต่างก็มีการทำงานล่วงเวลากัน เนื่องจากตลาดต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว ทำให้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ยกเว้นช่วงสัปดาห์นี้ที่บางโรงงานประกาศให้เป็นวันหยุดตามปีปฏิทินเพื่อทำความสะอาด ปรับปรุงเครื่องจักร

ยกตัวอย่าง โตโยต้าในช่วงที่ผ่านมาตามที่เป็นข่าวว่าผลกระทบจากคลัสเตอร์ชิ้นส่วนเป็นเหตุให้ต้องหยุดการผลิตโรงงานทั้ง 3 แห่ง เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วน (สายไฟ) ป้อนเข้าสู่ไลน์ผลิตซึ่งก็คงต้องรอดูสถานการณ์กันอีกระยะว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนจะมีการปรับแผนงานอย่างไรเพื่อให้สามารถส่งชิ้นส่วนป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตรถยนต์ให้ได้ สัปดาห์นี้คงต้องรอดูมาตรการการแก้ปัญหา


Q : มีกลุ่มไหนต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งทอนั้นน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะพนักงานต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิด และอุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือหากจะพูดให้ชัดเจนตรงประเภท คือ อุตสาหกรรมที่ใช้ “แรงงานต่างด้าว” เป็นหลักนั้นต้องเฝ้าระวังเพราะจะเห็นว่าที่ผ่านมาที่ไหนมีแรงงานต่างด้าวมักจะเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมไปถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น ผมเชื่อว่าทุกอย่างยังสามารถเดินหน้าไปได้อย่างเข้มแข็ง

Q : อยากสะท้อนอะไรถึงรัฐบาล

วันนี้สิ่งที่ภาคแรงงานอยากสะท้อนขึ้นไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาล คือ มาตรการเร่งรัดให้ทุกคนสามารถเข้าถึง “วัคซีน” ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน 10 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเร่งการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วและมากที่สุดจะเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนตัวไหนก็ได้เพื่อให้คนไทยได้มีภูมิต้านทานก่อน และเชื่อว่า อีก 3 เดือนจากนี้หากเราฉีดวัคซีนได้มาก เศรษฐกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ หรืออย่างเร็วที่สุดในเดือนตุลาคมเราก็มีความหวังกันว่าน่าจะได้เห็นความชัดเจนหรือเปิดประเทศได้

ที่สำคัญพนักงาน แรงงานในอุตสาหกรรมยังคงต้องเดินหน้าทำงานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ซึ่งทุกคนต้องมีความระมัดระวังอย่างที่สุด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ