อิคุโอะ มาเอดะ ทิศทางดีไซน์แห่งอนาคตของ “มาสด้า”

เราอยู่ในยุคที่แข่งขันกันด้วย “ดีไซน์” ความคิดสร้างสรรค์สร้างมูลค่ามหาศาล นวัตกรรมยานยานต์พัฒนาก้าวล้ำทันกันเกือบทุกค่าย และสิ่งที่ลูกค้า “ให้ใจ” ก่อนจะเลือกซื้อ นั่นคือการชื่นชอบในรูปลักษณ์

หลายปีมานี้ “มาสด้า” ท็อปฟอร์มโดดเด่นชูจุดขายด้านดีไซน์ กลายเป็นค่ายรถลำดับต้น ๆ ที่ถูกจับตามองว่าจะนำเสนอยานยนต์รูปแบบใดออกมาให้โลกยลโฉม โดย “อิคุโอะ มาเอดะ”

เจ้าหน้าที่บริหารงานออกแบบและแบรนด์ แห่งมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้อยู่เบื้องหลังงานสร้างสรรค์สุดล้ำ จะมาเปิดเผยที่นี่

“ธีมการออกแบบปีนี้ คือ การเผยเอกลักษณ์เรียบหรูและสง่างาม เป็นความเรียบง่ายที่แฝงด้วยความละเอียดอ่อน แต่ยังคงความคลาสสิกแบบญี่ปุ่น โดยองค์ประกอบที่มากเกินไปจะได้รับการตัดออก จนเหลือแต่สิ่งที่สำคัญไว้ รถยนต์ที่แสดงออกถึงความสง่าผ่าเผย แต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ จะเป็นคอนเซ็ปต์รถยนต์ยุคใหม่ของมาสด้า”


โดยการสร้างรถยนต์ที่บ่งบอก ถึงเอกลักษณ์ของบุคคล คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้มาสด้า กล้าจะนำเอา “โคโดะ ดีไซน์” จิตวิญญาณการเคลื่อนไหวที่กลายเป็นรถโปรดักชั่นแรกของมาสด้า กับ Mazda CX-5 เมื่อปี 2012 มาเป็นปรัชญาในการออกแบบ

ล่าสุดใน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2017” เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบแห่งอนาคต ผ่าน 2 รุ่นล่าสุดอย่าง Mazda Kai Concept และ Mazda Vision Coupe พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “Skyactiv-X”

“รถยนต์มาสด้าในสายการผลิต ปัจจุบัน เราได้ดึงความมีพลังแบบเฟรมต่อเฟรมจากสิ่งมีชีวิต มาทำให้เป็นรูปธรรม ก่อนจะสร้างเป็นรถยนต์ขึ้นมา พร้อมการวางโครงสร้างตัวถังด้านนอกของตัวรถผ่านการเล่นกับแสงและเงา”

เมื่อถามถึง “Mazda Vision Coupe” โมเดลการออกแบบเจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า เขาบอกว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการมองย้อนกลับไปจากจุดเริ่มต้นของการออกแบบ ที่เห็นกันมาตั้งแต่ปี 1960 กับรถสปอร์ตมาสด้า R360 และมาสด้า Luce เครื่องยนต์โรตารี่แบบคูเป้ ในปี 1969

“ในยุคที่ทุกคนให้ความสำคัญ เรื่องสมรรถนะ จุดดึงดูดของโมเดลเหล่านี้คือความสร้างสรรค์ที่สวยงาม แม้ว่าจะขัดการเทรนด์ช่วงนี้ แต่สุดท้ายแล้วการออกแบบสไตล์นี้จะกลายเป็นเอกลักษณ์ โดยแนวทางของมาสด้าที่มีต่อ Mazda Vision Coupeเป็นการออกแบบโมเดลเพื่อโลกอนาคต ผสมผสาน “ความเก่า” เพื่อ “ความใหม่” การนำเอาประวัติศาสตร์การออกแบบของมาสด้ามาใช้ คือ นัยพิเศษในสไตล์ของมาสด้าครั้งนี้”

สำหรับการออกแบบภายนอกของ Mazda Vision Coupe ความพิเศษจะอยู่ที่ห้องโดยสารไปจนถึงด้านหลัง เน้นความเรียบง่ายเป็นเส้นเดียว โดยยึด “golden ratio” เป็นหลักการจัดสัดส่วนของตัวรถคูเป้

“การสร้างตัวถังของรถยนต์ขึ้นมา นั้น สิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ การนำทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป จากเดิมรถยนต์ของมาสด้าจะโชว์ให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหว แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนโดยยึดความเรียบง่ายและเป็นสามมิติ” มาเอดะระบุ

นอกจากนี้ ยังมีการนำศิลปะของแสงมาใช้ โดยนำไฟที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาผสมกับร่มเงา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะญี่ปุ่น รวมถึงความเชื่อเรื่อง “the beauty of empty space” ความสวยงามที่ว่างเปล่า ซึ่งถูกนำมาใช้ในส่วนของด้านข้างของตัวรถ และบริเวณด้านหน้า ทำให้ดูเหมือนรถมีพื้นที่กว้างขึ้น

ขณะที่การตกแต่งภายใน ได้ประยุกต์คอนเซ็ปต์ “MA” (พื้นที่โล่ง) ฟีเจอร์โดดเด่นของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น โดยใช้ลูกเล่นสามมิติ มีเส้นลาดเอียงจากด้านหน้าไปด้านหลัง โดยเฉพาะส่วนคอนโซลส่วนกลาง แผงขอบประตูและแผงด้านข้าง

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ มาสด้าคิดออกแบบห้องโดยสาร โดยคำนึงถึงกระจกบานใหญ่เป็นหลัก รวมถึงหน้าจอที่สามารถมองทะลุผ่านได้” ส่วนคอนเซ็ปต์ “จินบะ อิไต” (Jinba-ittai) ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถและผู้ขับขี่ การลดช่องว่างระหว่างรถกับผู้ขับขี่เป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญสูงสุด โดยในส่วนของที่นั่งคนขับได้รับการออกแบบให้มีความสมมาตรกัน รวมถึงการบังคับพวงมาลัยให้อยู่กึ่งกลาง รวมถึงส่วนอื่น ๆ ทั้งด้านซ้ายและขวา ทำให้ผู้ขับขี่เป็นแกนหลักของรถตลอดเวลา เหมือนคนขี่ม้าบังคับที่คอของตัวม้า

ด้าน Mazda Kai Concept รถยนต์ต้นแบบสไตล์ hatchback ผู้บริหารมาสด้าระบุว่า จะมีการผลิตที่เน้นไปในทิศทางนี้มากขึ้น ด้วยดีไซน์เน้น “เฉียบคมแต่เรียบง่าย” บาง แข็งแกร่ง และคล่องตัว และจะเป็นต้นแบบของ Mazda 3 เจเนอเรชั่นถัดไป

เมื่อถามว่าดีไซน์แบบไหนที่คนไทยชื่นชอบมาก ที่สุด “มาเอดะ” ตอบว่า คนไทยชอบรถยนต์ที่กว้าง คันใหญ่ แต่โฉบเฉี่ยว โดยชื่นชอบสไตล์แบบมาสด้า 3 มากที่สุด พร้อมฝากบอกว่า คนไทยจะได้ยลโฉมดีไซน์รุ่นใหม่อีกไม่นานเกินรอ