กฤษณะกร เศวตนันทน์ “โควิดดีเลย์ทุกอย่าง…วันนี้ลูกค้าออดี้ต้องรอรถ 3 เดือน”

กฤษณะกร เศวตนันทน์
กฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรืออาวดี้ ประเทศไทย
สัมภาษณ์พิเศษ

ถือเป็นค่ายรถที่ประสบความสำเร็จดีทีเดียวท่ามกลางวิกฤตโควิดในปีที่ผ่านมา สำหรับอาวดี้ไทยแลนด์ ด้วยยอดขายที่โตกว่าปีก่อนเยอะ

ส่วนปีนี้ความท้าทายท่ามกลางกระเเสของการแพร่ระบาดไวรัสโควิดยังอยู่ แต่ “กฤษณะกร เศวตนันทน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรืออาวดี้ ประเทศไทย ยังคงวางเป้าหมายที่ท้าทายด้วยอัตราการเติบโตของยอดขายในปี 2565 ไว้สูง 15-20%

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้มั่นใจและมุมมองสะท้อนต่อนโยบายการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

วางเป้าปี 2565 ท้าทาย

ปีนี้เราประเมินว่าอย่างน้อย ๆ จะต้องมีการเติบโตในเเง่ของยอดขายให้ได้อย่างน้อย 15-20% จากปี 2564 ที่เติบโตสวนกระแส all time high เกินความคาดหมาย ด้วยยอดขาย 1,308 คัน หรือเติบโตขึ้น 30%

โดยรถในตระกูล RS คิดเป็น 10% ของยอดจำหน่ายรวม หรือเรียกได้ว่า ยอดขายออดี้ทุก ๆ 10 คัน จะเป็นรถในตระกูล RS 1 คัน ส่วนรุ่น A5 และ Q3 และพรีเมี่ยมสปอร์ต Audi TT Coupe ถือเป็น 3 รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงต่อเนื่อง โดยมียอดจำหน่ายในปี 2564 รวมมากกว่า 70% ของยอดขายรวม

ขณะที่รถพลังงานไฟฟ้าพรีเมี่ยม “Audi e-Tron” ที่อาวดี้นำเข้ามาจำหน่ายทั้ง 3 รุ่นนั้น ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างน่าพอใจ ถึงแม้จะประสบปัญหาจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ก็ตาม



รถยนต์ไฟฟ้าทยอยลงตลาด

ตอนนี้อาวดี้ เอจี มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทางผู้บริหารกำหนดทิศทางแล้วว่าภายในปี 2025 อาวดี้ เอจี จะมี electric model ออกมามาก ต้องบอกว่ามากกว่า 20 รุ่นเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นช่วงนี้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่อาวดี้ เอจีเปิดตัว จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนในไทยปีนี้จะมีรุ่นใหม่อีกกว่า 10 รุ่น มีรถทุกเซ็กเมนต์ให้ลูกค้าได้เลือก และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าด้วย ส่วนแพ็กเกจอีวีของรัฐบาลทำให้ยอดจองสะดุดหรือเปล่า ก็น่าจะมีบ้าง จริง ๆ เรานับกันวันส่งมอบรถ วันที่ลูกค้ารับรถ ถ้าภาษีเอฟเฟ็กทีฟเท่าไหร่ก็เท่านั้น ภาษีเปลี่ยนแล้ว รัฐบาลจัดเก็บภาษีในอัตราที่แตกต่างออกไป

เราก็เสียตามนั้นไม่ต้องห่วง แฟร์ ๆ ตรงไปตรงมา ตัวภาษีหลัก ๆ ที่เราเสียคำนวณจากภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ก็คือเอาต้นทุน และก็มานั่งคำนวณกับตัวภาษี ซึ่งเมื่อไรก็ตามมีการปรับเปลี่ยน เราพร้อมเปลี่ยน แต่ตอนนี้ยังรอนโยบายจากทางภาครัฐอยู่ครับ ถ้านโยบายภาครัฐกำหนดโครงสร้างภาษี แน่นอนเราก็ต้องคืนภาษีตรงนี้ให้ลูกค้า

รถยนต์ไฟฟ้ากับคนไทย

ประเทศไทยเองยังต้องใช้เวลากว่าจะเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้น คงต้องอีกระยะเวลาหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็มีปลั๊ก-อิน ไฮบริดออกมาเป็นโซลูชั่นที่ทำให้คนเกิดความคุ้นเคย ผมว่าสิ่งที่เป็นตัวบ่งชี้สำคัญคือ “อินฟราสตรักเจอร์” ของประเทศไทย เรื่องสถานีชาร์จ เมื่อไรก็ตามที่ผู้บริโภคเอง หรือคนใช้รถ มีสถานีชาร์จอย่างเพียงพอ รวมถึงระยะเวลาที่ชาร์จไม่ได้นานจนเกินไป

วันนั้น เราน่าจะได้เห็นรถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้นทุนของแบตเตอรี่ก็ยังสูงอยู่นะครับ เอาเป็นว่าเราอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ผมว่า 3-5 ปี เราจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงนี้

ลูกค้าชื่นชอบตระกูลอาร์เอส

รถอีวีของออดี้มีหลากหลายรุ่น เราเปิดตัวมาตั้งแต่ 3 ปีแล้ว และก็ส่งมอบให้กับลูกค้าจำนวนหนึ่งแล้ว เรามีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน 3 บอดี้ คือ มีทั้ง e-Tron SUV, e-Tron Sportback แล้วก็ยังมีตัว e-Tron GT แม้กระทั่งตัว e-Tron GT เราก็ยังมีตัวที่เป็นตัวท็อปเพอร์ฟอร์แมนซ์ก็คือ RS e-Tron GT ด้วย

เราอยู่ในพรีเมี่ยมเซ็กเมนต์ ลักเซอรี่เซ็กเมนต์ ราคาของเราอยู่แถว ๆ 5 ล้านขึ้นไป เท่าที่เห็นก็จะมีกลุ่มลูกค้าจำนวนหนึ่งที่มาลองขับ ซึ่งฟีดแบ็กที่ได้ดีมาก และถึงวันนี้เรามียอดขายไปหลายร้อยคัน และต้องบอกว่า ตั้งแต่เราทำตลาดรถอีวีมา ได้การตอบรับที่ค่อนข้างดีทีเดียว เป็นที่น่าพอใจ หลาย ๆ คนที่มาลอง ซื้อไปใช้แล้วบอกว่าแทบไม่อยากกลับไปใช้ตัวเครื่องยนต์สันดาปอีก

“โควิด” ดีเลย์ทุกอย่าง

ตอนนี้ต้องมีไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจองล่วงหน้านะครับ และซัพพลายทั่วโลกที่ขาด มีการจัดสรรของอาวดี้ กระจายให้กับทุกประเทศ ทุกตลาดทั่วโลกของเราเองต้องบอกว่าเราเป็นประเทศแรก ๆ ที่ได้โอกาสเปิดตัวก่อนในภูมิภาคอาเซียน หลาย ๆ รุ่นที่เราได้เปิดตัวก่อน “อังกฤษ” เปิดตัวก่อน “จีน” ซะด้วยซ้ำ แต่ทุกประเทศมีปัญหาเหมือนกันหมด มีปัญหาเรื่องซัพพลายชอร์ต

เมื่อไรก็ตาม ทั่วโลกเขาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ซัพพลายน่าจะเร็วขึ้นกว่านี้ โควิดเป็นตัวที่ดึง ดีเลย์ทุกอย่าง สถานการณ์ในวันนี้ เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ยังขาดอยู่ ก็ยังขาดอยู่ ในหลาย ๆ ประเทศที่เป็นบริษัทผู้ผลิตติดโควิด ซึ่งโรงงานประกอบก็ต้องหยุดลงด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของซัพพลายยังไม่ค่อยสมูทซะทีเดียว ผมเชื่อว่าอย่างน้อยอีกสักปีสองปีแหละครับในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ