วันชัย จึงสงวนพรสุข “พีเอ็นเอ” โฟกัสเฉพาะธุรกิจรถยนต์

เอ่ยชื่อกลุ่มพระนครยนตรการ หรือพีเอ็นเอกรุ๊ป (PNA) ของตระกูล “จึงสงวนพรสุข” เชื่อว่าน้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะกลุ่มนี้ถือเป็นตัวจริงเสียงจริง คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาเป็นเวลากว่าหลายทศวรรษ

จากการบุกเบิกตั้งแต่รุ่นพ่อ “บันเทิง จึงสงวนพรสุข” ในฐานะตัวแทนนำเข้า และจัดจำหน่ายรถยนต์หลาย ๆ ยี่ห้อจากทั่วทุกมุมโลก และยังมีความเชี่ยวชาญในฐานะรับจ้างประกอบรถยนต์หลากหลายสัญชาติ

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “วันชัย จึงสงวนพรสุข” หนึ่งในทีมกรรมการบริหารของพีเอ็นเอ กรุ๊ป ถึงบทบาท แนวทางการปรับตัว และตั้งรับ พร้อมทั้งเติมความเข้มข้นให้กับธุรกิจในเครือ เพื่อขับเคี่ยวกับโลกรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Q : หลักการดำเนินธุรกิจของกรุ๊ป

สำหรับกลุ่มพระนครยนตรการนั้น โครงสร้างการบริหารงาน คุณพ่อยังคงนั่งเป็นประธานกลุ่ม เรามีบริษัทในเครือทั้งหมด 11 บริษัท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์

โดยนโยบายหลักนั้น ยังคงโฟกัสสิ่งที่เรารู้ดีที่สุด คือ ธุรกิจ “รถยนต์” ดังนั้นบริษัทในเครือก็จะมีหลากหลาย คือ อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี, การนำเข้ารถยนต์และการจัดจำหน่ายหลายยี่ห้อ เช่น เฟียต, อัลฟ่า โรมิโอ, ฮอนด้า, เชฟโรเลต, โปรตอน, ฟอร์ด และอีกหลายยี่ห้อ บริการเช่ารถยนต์ ไทย เพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์, การขนส่งรถยนต์ พระนครมอเตอร์ อินดัสตรี, การประมูลงานขายรถยนต์ ยูไนเต็ดโอโต เซลส์, บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์พระนครยนตรการ ซึ่งอยู่ในการดูแลของกลุ่มพีเอ็นเอกรุ๊ป

Q : แผนขยายและเพิ่มศักยภาพ

สำหรับในช่วง 1-2 ปีจากนี้ ในส่วนกลุ่มของเราจะเพิ่มความเข้มข้นเพื่อเสริมกลุ่มธุรกิจเดิมให้ครบวงจร มีแผนที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจในส่วนที่ผมรับผิดชอบนั้น กลุ่มธุรกิจที่พร้อมขยาย ประกอบด้วย ธุรกิจรถยนต์มือสอง (ยูสคาร์)ซึ่งเรามองว่าส่วนของธุรกิจรถยนต์มือสองนี้ น่าจะเป็นตัวที่เข้ามาตอบโจทย์และรองรับกับรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ

ที่เราเป็นตัวแทนจำหน่าย ให้ธุรกิจครบวงจรมากขึ้น ตอนนี้ทีมงานกำลังเซตอัพเพื่อรองรับรถยนต์ในเครือทั้งหมด ควบคู่ไปกับการเร่งขยายพอร์ตรถเช่าให้ใหญ่โตขึ้น รองรับองค์กรธุรกิจซึ่งระยะหลังเปลี่ยนมานิยมเช่ารถแทนการเป็นเจ้าของ

ขณะที่ส่วนของโรงงานประกอบรถยนต์ เราก็มีการปรับปรุงเพื่อพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพ โรงงานบางชันฯ ให้มีความทันสมัยสามารถรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการผลิตให้กับรถยนต์ 2 ยี่ห้อ คือ ทาทาจากอินเดีย และโฟตอนจากจีน

Q : แผนลงทุนปีนี้และปีหน้า

เราเพิ่งได้รับความไว้วางใจจากทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับกลุ่มธุรกิจ ศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่เพื่อตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบให้กับตัวแทนจำหน่าย หรือ Pre Delivery Inspection (PDI)

ที่ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมไปกว่า 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทได้รับการต่อสัญญาอีก 10 ปี โดยศูนย์นี้มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 100,000 ตร.ม. บนถนนบางนา-ตราด กม.30 ดูแลรถก่อนส่งมอบได้ถึง 20,000 คันต่อปี เนื่องจากความพร้อมและความชำนาญบวกกับการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เราได้รับความไว้วางใจตรงนี้ และถือเป็นอีกงานที่เราค่อนข้างภูมิใจและเราจะมีการลงทุนตรงนี้อีก 2 เฟส คาดว่าจะต้องใช้งบฯสำหรับโปรเจ็กต์นี้อีกไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีจากนี้ แต่รายละเอียดนั้นเรายังไม่สามารถเปิดเผยได้


Q : มองโอกาสทางธุรกิจใหม่อะไรไว้บ้าง

แน่นอน ที่ผ่านมามีค่ายรถยนต์หลาย ๆ ค่ายสนใจและสอบถามเราเข้ามา ทั้งการผลิต ประกอบ รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย หรืออย่างศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่นี้ หากค่ายรถยนต์อื่น ๆ ที่สนใจธุรกิจนี้ เราเองยังพร้อมเปิดเพื่อรับพันธมิตรใหม่ ๆเนื่องจากประสบการณ์ของเรา มีการเรียนรู้ และประสบการณ์จากการผลิตรถยนต์ให้กับรถยนต์ทั้งจากยุโรป อเมริกา เกาหลี จีน อินเดีย มาหมดแล้ว เรามีความพร้อมและความชำนาญในการบริหารจัดการที่เราเชื่อว่าดีไม่แพ้ใคร

Q : แผนขยายธุรกิจรถเช่า

ธุรกิจรถเช่าในนามไทย เพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์ ล่าสุดได้ปรับปรุงประสิทธิภาพบริการนำระบบต่าง ๆ เข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดความคล่องตัวโดยจะเพิ่มจำนวนรถในพอร์ตให้อยู่ระดับ 4,000 คัน และเพิ่มเป็น 5,000 คัน รองรับการเติบโตของตลาดรถเช่าที่โตอย่างน้อยปีละ 10%

ปัจจุบันลูกค้ารถเช่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าระยะยาว ได้แก่ องค์กร หน่วยงานราชการ-เอกชน ในสัดส่วนสูงถึง 90% และลูกค้าระยะสั้น ที่เช่ารถตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี อีก 10% พร้อมทั้งแผนขยายตลาดออกไปยังจังหวัดที่เป็นโซนอุตสาหกรรม เช่น ระยอง และชลบุรี

Q : เทิร์นโอเวอร์ทั้งกรุ๊ปปีนี้

รายได้ต่อปีของกลุ่มเราแต่ละปีนั้น คิดว่าเกินกว่าหมื่นล้านบาทอย่างแน่นอนหากรวมรายได้ทั้งเครือ ส่วนในปีหน้า เรามีกลุ่มธุรกิจใหม่ที่ขยายน่าจะทำรายได้มากกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี

สุดท้าย “วันชัย” ยังย้ำว่า สำหรับการขยายการลงทุนของกลุ่มพีเอ็นเอนั้น จะเดินไปตามนโยบายที่ประธานกลุ่มบอกไว้ชัดเจนว่าจะเน้นเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ค่อยเติบโตไปอย่างมั่นคง และเชื่อว่ามันยังมีช่องที่จะทำให้เราขยายธุรกิจไปได้อีกมากมาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ