จันทร์นภา สายสมร ‘ลามิน่า’ ติดฟิล์มปีละ 3 แสนคัน

เมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ เชื่อว่าหลายคนมักจะคุ้นเคย และอาจจะเป็นลูกค้า “ลามิน่า” ผลิตภัณฑ์ในเครือเทคโนเซล(เฟรย์) ที่อยู่ในสมรภูมิฟิล์มกรองแสงมากกว่า 27 ปี

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ผู้บริหารคนเก่ง “จันทร์นภา สายสมร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ถึงเทรนด์ของตลาดฟิล์มกรองแสง รวมทั้งความคาดหวังในการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางสภาพการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องมาโดยตลอด

Q : จุดแข็งของลามิน่า

เรามีคู่ค้าเยอะที่มาช่วยกันทำตลาด และสินค้าเราได้รับความไว้วางใจเชื่อถือได้ พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มานำเสนออย่างต่อเนื่อง ปีนี้คงต้องบอกว่าเป็นความหวังของธุรกิจฟิล์มกรองแสงหลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย

บวกกับภาครัฐได้มีนโยบายในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า มีการลดภาษีและให้เงินอุดหนุน ลามิน่าก็มีโปรดักต์ใหม่สำหรับรถอีวี คาดหวังว่าปีนี้ยอดขายรถยนต์น่าจะเติบโตขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยด้านความขัดแย้งในต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อกังวัลใจ หากยุติได้เร็วน่าจะช่วยทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีการเติบโต

สำหรับคาดการณ์ของตลาดรถยนต์มีการประเมินกันว่า น่าจะอยู่ระดับ 8.4-8.5 แสนคัน บางฝ่ายมองอยู่ 810,000 คัน สำหรับลามิน่า ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ ติดตามจากผู้ผลิตรถยนต์เป็นหลัก หากยอดขายอยู่ที่ 840,000-850,000 คัน ลามิน่าคาดว่า ตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์น่าจะมีเติบโตอย่างน้อย 6% ส่วนลามิน่าตั้งใจว่าจะต้องมีการเติบโตที่ “เหนือตลาด” หรือโต 10% หรือมีรายได้อยู่ที่ 740 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ผ่านมา ลามิน่ามียอดขายที่ 660 ล้านบาท

ขณะที่มูลค่าตลาดรวมน่าจะอยู่ 1,500-1,600 ล้านบาท โดยสัดส่วนการจำหน่ายหลัก ๆอยู่ที่รถยนต์ป้ายแดงมากถึง 80% และรถยนต์ป้ายดำ หรือเปลี่ยนฟิล์มทดแทนของเดิมอีก 20% หรือในแต่ละปีมีลูกค้าให้ความไว้วางใจลามิน่ากว่า 300,000 คันเรามีร้านตัวแทนจำหน่าย อู่ทั่วประเทศ 770 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี “ลามิน่า เอ็กซ์คลูซีฟ” อยู่ 70 แห่ง

และยังมีโชว์รูมต่าง ๆ ที่ขายให้เราทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอีก 1,500 แห่งที่เลือกใช้สินค้าของเรา โดยปัจจุบันลามิน่ามีสินค้าให้เลือกกว่า 50 รุ่น ถ้ารวมฟิล์มอาคาร และฟิล์มนิรภัยก็เกือบ ๆ 200 รุ่น เรียกว่าค่อนข้างครอบคลุมทุกความต้องการ



Q : มองจุดเสี่ยงสำหรับฟิล์มกรองแสงอย่างไร

เรื่องของโควิดซึ่งกระทบกับธุรกิจเศรษฐกิจ ซึ่งจริง ๆ แล้วตอนนี้ความกังวลอาจจะน้อยลง เนื่องจากปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แต่ความเป็นไวรัสซึ่งอาจจะกลายพันธุ์ได้ตลอด ซึ่งถ้าระบาดในบางพื้นที่ก็อาจจะเชื่อมโยงไปได้

ซึ่งบางประเทศอาจจะมีปัญหารุนแรงขึ้นมาอีกรอบ หรือมีการล็อกดาวน์ อาจจะส่งผลกระทบ แม้จะกังวลมากแค่ไหน ยังเชื่อว่าภาพรวมน่าจะสามารถควบคุมได้ดี หลาย ๆที่อาจจะมีการเปิดประเทศมากขึ้น มาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมโควิดน่าจะลดน้อยลง ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

Q : แนวโน้มตลาดฟิล์มอาคารและสินค้าอื่น ๆ ในเครือ

ฟิล์มกรองแสงติดอาคารค่อนข้างนิ่ง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีคนเวิร์กฟรอมโฮมกันเยอะมาก จากเดิมที่ไม่ได้รู้สึกร้อนก็มีการหันมาติดฟิล์มมากขึ้น แต่ตลาดฟิล์มกรองแสงติดอาคารก็ยังค่อนข้างนิ่ง ไม่ได้เติบโต และก็ไม่ได้ลดลงลง ส่วนสินค้าอื่น ๆ

เช่น ธูเล่ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ ทั้งตัวจับจักรยาน ตัวจับเรือคยัก เซิร์ฟบอร์ด และกล่องบรรทุกสัมภาระ เต็นท์ ปรากฏว่าขายดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ โตขึ้น 30% เชื่อว่าเป็นผลมาจากในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถเดินทางออกต่างประเทศ มีแต่การท่องเที่ยวในประเทศ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่าง คนสามารถทำงานได้ทุกที่ ใช้เวลากับตัวเอง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น

ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ขายดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เต็นท์บนหลังคารถ ขายดีขึ้นมาก แต่ก็ยังส่งผลโดยภาพรวมกับบริษัทค่อนข้างน้อย เพราะว่ายอดขายในส่วนของธูเล่ยังถือว่าเล็กมาก รวมทั้งในส่วนฟิล์มกันสะเก็ดหินของลูมาร์ ที่มีการเติบโต เนื่องจากตลาดหลักจะอยู่ในกลุ่มซูปเปอร์ลักเซอรี่ และซูเปอร์คาร์ ทำให้ยอดขายดีต่อเนื่องมาตลอดทั้งก่อนโควิด และปัจจุบัน

Q : เทรนด์ของฟิล์มกรองแสง

แน่นอน ต้องป้องกันรังสียูวี ซึ่งลามิน่าของเรากันได้เกือบ 100% และยาวนาน ซึ่งให้การรับประกันถึง 7 ปี ล่าสุดบริษัทเพิ่งเปิดตัวฟิล์มกรองแสง “ลามิน่า ดิจิทัลบูสต์” ซึ่งสามารถกันความร้อน ยูวี สู้กับแดดเมืองไทยได้ ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นรถอีวี ซึ่งฟิล์มกรองแสงเองต้องพัฒนาให้ไปกับชีวิตยุคใหม่ สามารถใช้ได้กับรถยนต์ไฮบริด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี สมาร์ทคาร์ ทุกรุ่นเรียกว่าเดินทางไปไหน สัญญาณ 5G ไวไฟต่าง ๆ สามารถตามติดไปได้ทุกที่ไม่มีสะดุด จุดเด่นของฟิล์มตัวนี้คือ กันความร้อนได้ดีมาก,

ให้คุณสมบัติในการส่งเสริมสัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ รองรับสัญญาณอินฟลูเทนเมนต์ ให้เร็ว แรง ลื่น และเสถียรซึ่งสอดรับกับเทรนด์ของฟิล์มกรองแสงที่สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ ชีวิตดิจิทัล, กันความร้อนได้ดีเยี่ยม, เป็นฟิล์มไม่เงา เข้ม มืดนอก สว่างใน และมีโทนสีที่แตกต่าง

ส่วนเรื่องความคุ้มค่าและความทนทานยังเป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าผู้ซื้อฟิล์มกรองแสงให้ความสำคัญ ไว้ใจได้ มีบริการหลังการขายได้ตลอด ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของลามิน่า ที่ผู้ใช้รถไว้วางใจ

Q : อะไรทำให้ลูกค้ายังอยู่กับลามิน่า

สิ่งแรกเลยคือ คุณภาพของสินค้า เรามีสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ แนะนำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา รวมทั้งการบริการ ที่ลามิน่ามีการจัดคอร์สฝึกอบรมเรื่องการขายและการบริการ รวมทั้งมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ

ที่สำคัญมาก ๆ คือ ข้อมูลที่ลามิน่าสื่อสารออกไปยังผู้บริโภคนั้นคือ ข้อมูลที่เป็นคุณสมบัติที่เป็นจริง ตรงตามคุณสมบัติที่โรงงานรับรอง ข้อเท็จจริง และทั้งหมดนี้คือ เคล็ดไม่ลับ ที่ทำให้ลามิน่าครองใจลูกค้าผู้ใช้ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์มากกว่า 27 ปี


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ