นิสสัน เทอร์ร่า นิวเอ็กซ์พีเรียนซ์

คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย วุฒิณี ทับทอง

ถือเป็นเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจ และเป็นตลาดที่มียอดขายเป็นกอบเป็นกำ…

สำหรับรถยนต์ประเภทพีพีวี ที่ค่ายรถยนต์หลาย ๆ ค่ายประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นรถที่มีอรรถประโยชน์การใช้สอยที่ให้ความคุ้มค่า ตรงกับจริตลูกค้าผู้ใช้งานในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, อีซูซุ มิว-เอ็กซ์, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์

นิสสัน เทอร์ร่า เป็นรุ่นล่าสุดที่มีการแนะนำออกสู่ตลาดบ้านเรา แม้ว่าตามแผนงาน นิสสันจด ๆ จ้อง ๆ จะแนะนำปิกอัพดัดแปลงคันนี้ออกสู่ตลาดมาพักใหญ่ แต่เนื่องจากปัจจัยหลายด้านยังไม่ลงตัว ทำให้นิสสันต้องชะลอแผนงานออกมาพอสมควร และแน่นอนว่า นิสสัน ต้องศึกษาความต้องการของตลาดมาพอสมควรจึงมั่นใจ เนื่องจากคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดบ้านเรา ถือว่าเป็นกระดูกชิ้นโต ที่ไม่ใช่ว่าจะให้เคี้ยวกันได้ง่าย ๆ

จนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทุกอย่างลงตัว นิสสันตัดสินใจเลือกใช้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรก ตามมาด้วยประเทศไทยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ภายใต้คอนเซ็ปต์ของการพัฒนาและออกแบบรถรุ่นนี้เพื่อคนในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะคลาดกับเจ้าเทอร์ร่ามาหลายครั้งหลายครา…

ทันทีที่ทีม พี.อาร์.ร่อนจดหมายชวนร่วมทริปทดสอบ…ไปสัมผัสและทดสอบกับเจ้าพีพีวีน้องใหม่ทันที ไม่พูดพล่ามทำเพลง…เมื่อเจ้า “เทอร์ร่า” จอดเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ใช้เวลาสำรวจตรวจตรา การออกแบบภายนอกของรถคันนี้กันก่อน

พูดให้ตรงได้ใจความ หน้าตาของเทอร์ร่าคันนี้มองผาด ๆ ทางด้านหน้าของตัวรถ ยังหนีความเป็นนาวาร่าไม่ออก…

ต้องพินิจกันพอสมควร โดยรวม ๆ รูปร่างหน้าตาของรถคันนี้ ดูจะย้อนยุคไป…ทำให้รู้สึกว่า เทอร์ร่าคันนี้ยังหล่อไม่สุด…


กระจังหน้าแบบ V-motion ที่ทำให้เทอร์ร่าคันนี้ดูแข็งแกร่ง บึกบึน พร้อมที่จะตะลุยไปในทุกเส้นทาง

ไฟหน้าแบบบูมเมอแรง เป็นเอกลักษณ์ พร้อม LED daytime running light ช่วยเพิ่มความสว่างและชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ rear lamp with LED light guide ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร ทีมนิสสันภูมิใจนำเสนอกระจกอะคูสติก ลดเสียงรบกวนจากภายนอก เสียงแรงปะทะของลม แถมผนังห้องโดยสารยังบุด้วยวัสดุซับเสียงถึง 3 ชั้น ทำให้ลดเสียงของเครื่องยนต์เข้ามาภายในห้องโดยสารได้พอสมควร

รถคันนี้ยังใส่ระบบอำนวยความสะดวกอัจฉริยะมาเต็มคัน ตั้งแต่ระบบนำทางอัจฉริยะ ที่ใช้งานง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสระบบควบคุมและสั่งการจากพวงมาลัย ที่ยังคงออกแบบที่มีกลิ่นอายความย้อนยุคของนิสสัน

การเชื่อมต่อระบบไร้สายของโทรศัพท์ มีจอมอนิเตอร์ขนาด 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและระบบปรับอากาศ โดยผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับได้ 360 องศานิ้ว

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และโดดเด่นด้วยหน้าจออัจฉริยะแสดงข้อมูลแบบ 3 มิติ ที่บอกข้อมูลสำคัญ ๆ ซึ่งดูง่ายและสบายตา

เบาะที่นั่งเป็นเบาะหนังแถวที่ 2-3 เป็นแบบเธียเตอร์ สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเบาะนั่งในแถวที่ 2 ทีมวิศวกรออกแบบมาให้ สามารถพับเบาะอัตโนมัติ เพียงผู้ขับกดปุ่มบนแผงควบคุมที่คอนโซลกลาง ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 ขึ้น-ลงได้สะดวก

เบาะนั่งคนขับยังรู้สึกไม่ลงตัว แม้ว่าจะปรับอยู่หลายครั้ง ตำแหน่งของเบาะที่นั่งห่างจากพวงมาลัย และตำแหน่งของคันเกียร์ทำให้ต้องเอื้อมมือไปโยกคันเกียร์เล็กน้อย หากสามารถใส่ระบบปรับพวงมาลัยเข้า-ออกได้ จะเหนือไปอีกขั้น เพราะรถในระดับเดียวกันยังไม่มี

มาถึงเส้นทางที่นิสสันเลือกทดสอบ แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ การขับในสนาม จำลองอุปสรรค เพื่อให้ได้ใช้ระบบต่าง ๆ ซึ่งแม้ว่ารถคันนี้จะใช้แชสซี

จากปิกอัพ นาวาร่า แต่นิสสันได้มีการปรับเพิ่มในหลายจุด ใส่เทคโนโลยีภายใต้โครงสร้างเพิ่มระยะต่ำสุดของรถจากพื้นถนน ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบคอยล์สปริงไฟฟ์ลิงก์พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยให้การทรงตัวและเกาะถนนดีเยี่ยม รวมทั้งการใช้ยางรองตัวถังถึง 10 จุด ช่วยซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี

จากการร่วมทดสอบครั้งนี้ ทั้งเส้นทางออฟโรดและออนโรด ต้องบอกเลยว่า…นิสสันประสบความสำเร็จ เพราะช่วงล่างของเทอร์ร่าคันนี้ทำได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อเทียบกับคู่แข่งอีกหลาย ๆ คัน ช่วงล่างนุ่มนวล ไม่กระด้าง แม้ว่าจะมาจากพื้นฐานของปิกอัพ แต่กลับไปเทียบชั้นเอสยูวีได้แบบสบาย ๆ

ยิ่งช่วงขับทางออนโรด ในเส้นทางปราบเซียน อย่างดอยแม่สลองนั้น ถือว่าเทอร์ร่าคันนี้สอบผ่าน ขับสนุก ช่วงล่างผสานกับขุมกำลังของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดนั้นทำได้สนุก ยิ่งเมื่อปรับโหมดมาเล่นเกียร์ +, – ไต่ระดับความสูง เข้าโค้งแต่ละโค้งนั้นถูกจริต

แต่นั่นก็อีก ติดที่ระยะห่างของการวางตำแหน่งคันโยกเกียร์ ที่จะต้องเอื้อมมือเข้าไปเล็กน้อย ทำให้ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปรับตัวเข้ากับรถได้

ตลอดเส้นทางการทดสอบครั้งนี้ สายฝนโปรยปรายมาตลอดช่วงการทดสอบ ระบบเตือน ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ในเทอร์ร่าคันนี้ช่วยได้เยอะ

ทั้งเตือนรถในจุดอับสายตา ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบป้องกันการลื่นไถล brake limited slip differential

แต่ที่จัดว่าเด็ด คือ กระจกมองหลังที่สะท้อนภาพจริงมาจากกล้องหลังที่เลือกทำงานได้เป็น 2 โหมดคือ เป็นกระจกมองหลังธรรมดา (วิสัยทัศน์บีบแคบ) หรือเป็นเหมือนจอภาพสะท้อนมุมมองที่มากขึ้นรอบคัน ช่วยได้เยอะในเรื่องของทัศนวิสัย

ถึงตรงนี้ถือว่านิสสัน เทอร์ร่า โกยความประทับใจกลับไปหลายกระบุง… ยิ่งถ้าหน้าตาดูเข้าขั้นกว่านี้ รับรองขายกระฉูด

นิสสัน เทอร์ร่า มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

– 2.3 Twin Turbo V 2WD A/T 1,316,000 บาท

– 2.3 Twin Turbo VL 2WD A/T 1,349,000 บาท

– 2.3 Twin Turbo VL 4WD A/T 1,427,000 บาท

ซึ่งเป็นราคาในช่วงแนะนำ แถมนิสสันยังจัดแคมเปญอัดฉีด ก่อนที่จะปรับขึ้นราคาอีก 50,000 บาท หลังวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า