ลองขับ ฮอนด้า แอคคอร์ด เวอร์ชั่น…อเมริกา

คอลัมน์ เทสต์ คาร์โดย วุฒิณี ทับทอง

เป็นไปตามคาด สำหรับตลาดรถยนต์ในกลุ่มดี-เซ็กเมนต์ บ้านเราเริ่มคุกรุ่นมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว หลังจากพี่ใหญ่โตโยต้า ส่งคัมรีใหม่ออกสู่ตลาด เช่นเดียวกับค่ายนิสสัน ที่เติมความสดให้กับเทียน่า

แล้วมีหรือว่า ค่ายฮอนด้า จะอยู่นิ่ง…ปล่อยให้ทั้ง 2 ค่ายกวาดยอดขายแบบซึมลึกกินส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ประเภทนี้โดยไม่ทำอะไร

ชอตแรก เราได้เห็นฮอนด้า ตัดสินใจนำแอคคอร์ด 2019 ใหม่มาอวดโฉมในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา

ส่งสัญญาณไปยังกลุ่มลูกค้าหลัก กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งกลุ่มลูกค้าใหม่ ว่า ฮอนด้ามีของ ส่วนคู่แข่งในตลาดอย่ากะพริบตา

ถือเป็นการตีเข้าเป้าหมาย เพราะการอวดโฉมครั้งนั้น สร้างกระแสความสนใจจากกลุ่มลูกค้าผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี

แถมมีลูกค้ากลุ่มที่จด ๆ จ้อง ๆ มองหารถในเซ็กเมนต์นี้ ต้องชะลอการตัดสินใจซื้อแบรนด์คู่แข่ง และรอดูแอคคอร์ดใหม่อย่างใจจดจ่อ

ไม่รอช้าเมื่อนายใหญ่ สไตล์เดินหน้าลุย…”พิทักษ์ พฤทธิสาริกร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัดสินใจ พร้อมทีมงานคุณภาพ นำทีมสื่อมวลชน ข้ามน้ำข้ามทะเล มาร่วมสัมผัสประสบการณ์กับเจ้าฮอนด้า แอคคอร์ด เวอร์ชัน USA

รวมทั้ง “ประชาชาติธุรกิจ” ที่ได้ร่วมคณะทดสอบครั้งนี้ ถึงเมืองแคลิฟอร์เนีย ตลาดที่ขายดีที่สุด

แม้ว่าเวอร์ชั่นอเมริกาจะเปิดตัวและจัดจำหน่ายไปตั้งแต่ปี 2560 แต่ก็คว้ารางวัลจากหลายสถาบันหลากหลายเวทีมาไม่น้อยกว่า 10 รางวัล ตอนนี้ทยอยเปิดตัวไปในบางประเทศแล้ว ส่วนคิวต่อไปจะถึงคราวตลาด “ไทยแลนด์”

การทดสอบครั้งนี้ต้องออกตัวก่อนว่า รถเวอร์ชั่นอเมริกาที่เรามาทดสอบกัน สเป็กอาจแตกต่างจากที่ขายในบ้านเรา

เพราะผู้ผลิตต้องการเพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยให้เหมาะสมและลงตัวกับการใช้งานในประเทศนั้น ๆ

การทดสอบครั้งนี้ ฮอนด้าได้นำรถรุ่นที่จะวางจำหน่ายในบ้านเรามาเพื่อใช้ในการทดสอบกัน คือ รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร พร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD โดยอีกรุ่นที่จำหน่ายอเมริกา คือ รุ่น 2.0 ลิตรเทอร์โบนั้น ไม่ได้นำมาให้เราได้ทดสอบกัน

แนวคิดของการออกแบบฮอนด้า แอคคอร์ดเจน 10 นี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Absolution Confidence “เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับพรีเมี่ยม ซีดานให้เหนือระดับไปอีกขั้น ภายใต้องค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญหลัก 3 ด้าน ได้แก่

1.dynamic ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวทั้งดีไซน์และสมรรถนะในการขับขี่

2.captivating ความมีเสน่ห์และน่าดึงดูด พร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

3.upscale การยกระดับคุณภาพ การพัฒนายนตรกรรมให้สง่างามเหนือระดับเกินคลาสรถยนต์นั่งขนาดดี-เซ็กเมนต์ ที่ตลาดหลัก ยังอยู่ในกลุ่มรถ ผู้บริหาร กลุ่มผู้ที่ต้องความภูมิฐาน ซึ่งถือเป็นบุคลิกของผู้ใช้งานรถในกลุ่มนี้ ล้วนยังขยายไปจับกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ต้องการขับรถเองด้วย ฮอนด้าจึงตั้งใจทำให้รถคันนี้เด็กลง

ส่วนเรื่องการออกแบบภายนอก แล้วแต่มุมในการพินิจของแต่ละคน โดยส่วนตัว ถือว่า แอคคอร์ด เจนนี้ สวย สปอร์ตลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้า หรือหากจะวัดกันกับคู่แข่ง ถือว่ามีความโดดเด่นด้วยศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบ ทำให้รถคันนี้มีความปราดเปรียวเเละสง่างาม มีความสปอร์ตคูเป้เล็ก

ถ้าให้คะแนนต้องบอกว่า แอคคอร์ด ทำให้ดีกว่า…คู่แข่งทุกค่ายในการตอบโจทย์ไปตามเทรนด์ของรถกลุ่มนี้ที่เน้นพรีเมี่ยม สปอร์ต ด้วยการลดอายุ ออกแบบให้รถมีความหนุ่มสาวขึ้น

เป็นครั้งแรกกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่า laser blaze ในการออกแบบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคารถและตัวถัง สะท้อนความสปอร์ตพรีเมี่ยมของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยในเรื่องของการลดเสียงที่ดังเข้ามาภายในห้องโดยสาร การออกแบบภายในห้องโดยสาร แม้ว่าพื้นที่ความสูงจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ฮอนด้าได้กดขนาดของตัวถังรถคันนี้ให้ต่ำลง 1.5% และยืดส่วนของฐานล้อให้กว้างขึ้น ทำให้รถคันนี้ไม่ได้ดูแคบสำหรับผู้โดยสารด้านหลังลง แถมยังมีพื้นที่เหลือเฟือ

ในรุ่นไฮบริด ฮอนด้า แก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ การจัดเก็บแบตเตอรี่ด้วยการออกแบบการจัดเรียงเซลล์แบตเตอรี่ใหม่แล้ว นำไปใส่ไว้ใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลัง ทำให้ห้องบรรจุสัมภาระด้านท้าย มีขนาดกว้างขวาง เท่ากับรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ

ทั้ง 2 รุ่น นอกจากนี้ ยังเพิ่มฟังก์ชั่น Head Up Display หรือจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้า ทำให้ผู้ขับ

ไม่ต้องละสายตาจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และหลังคาซันรูฟนั้นคือสิ่งที่ใช้มาก่อนหน้านี้ก็คือ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” ที่ได้รับการโดยเพิ่มเติมบางสิ่ง และปรับปรุงบางสิ่งให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ, ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ

ทั้งหมดนี้มีอยู่ใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ทั้ง 2 คัน ที่เราได้ทดสอบครั้งนี้

ได้เวลาการทดสอบเป็นคันสุดท้าย และคนสุดท้ายของทริปนี้ บนเส้นทางที่ฮอนด้าได้เซตไว้นั้น แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลมาก ด้วยระยะทางประมาณ 9.4 ไมล์ ต่อ 1 รอบ การทดสอบประมาณ 30 นาที ที่เรามีโอกาสอยู่หลังพวงมาลัย ถือว่าพอกล้อมแกล้ม กับการสัมผัสกับแอคคอร์ด เวอร์ชั่นอเมริกาโดยรวม ๆ

เริ่มต้นที่คัน 1.5 ลิตรเทอร์โบ 195 แรงม้า 260 นิวตันเมตร ที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที นั้นไม่ธรรมดา ซึ่งฮอนด้าตั้งใจลดขนาดจากเครื่องยนต์เดิม มาใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง…แต่ในส่วนของพละกำลังของรถคันนี้ไม่ธรรมดา ตั้งแต่การตอบสนองในจังหวะออกตัว กดเท้าขวาไปที่คันเร่งเบา ๆ เครื่องยนต์ตอบสนองทันที

ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรไฮบริดนั้น 143 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 314 นิวตันเมตร ให้กำลังสูงสุดรวม 212 แรงม้า มากับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT คันนี้ ว่า ประทับใจกับเครื่องยนต์ของรุ่น 1.5 เทอร์โบแล้ว มาเจอร์รุ่นนี้ทำให้ยิ้มได้กว้างขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์ปรู๊ดปร๊าดทันใจ

อย่างที่บอกนะคะ เรามีข้อจำกัด เรื่องกฎระเบียบตามกฎหมายของอเมริกา บางช่วงของเส้นทางอนุญาตให้ใช้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 45 ไมล์ต่อชั่วโมง บางช่วงบังคับเพียง 35 ไมล์ต่อชั่วโมงเท่านั้น

แต่ยอมรับ…บางช่วงเราขยับคันเร่งเกินกว่าที่กำหนดไปบ้าง เเต่คุณพี่ฝรั่งคนที่นั่งข้าง ๆ ไม่ว่าอะไร เพียงแต่ถึงจุดทางแยกทางร่วมเราจะต้องหยุดรถทุกครั้งเพื่อมองซ้าย ขวา หน้า เมื่อทางปลอดภัยเราจึงได้ไปต่อ โดยจะมีป้ายเตือน STOP เตือนทุกทางแยก (มีทุกแยกจริง ๆ แถมเยอะมากซะด้วย)

ถึงไฮไลต์ของเส้นทางอยู่บนถนนเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกอันสวยงาม ซึ่งสายฝนโปรยปรายมารับคณะเราตั้งแต่เช้ามืดที่ออกเดินทางจากโรมแรม และยังไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ทำให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ร่วมทริปบ่นเสียดาย…เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าปกติที่นี่ฝนไม่ค่อยตก แม้แต่ช่วงที่ประชาชาติธุรกิจ ขับรถทดสอบออกมาจากโรงแรม แต่ครั้งนี้ เราพกเทพแห่งโชค…มาด้วย

ทันทีที่เลี้ยวซ้ายข้ามทางแยก แต่ถนนเส้นเลียบมหาสมุทร สายฝนขาดเม็ดไปแล้ว ภาพเบื้องหน้า เป็นแสงส้ม ๆ

แสงสุดท้ายของวัน กำลังต่อสู่กับมวลเมฆกลุ่มใหญ่ ทำให้เราต้องขอเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมรถ จอดรถเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศแสงสุดท้ายสักหน่อย

ก่อนกลับขึ้นรถมาในเส้นทางลัดเลาะไหล่เขา เลียบมหาสมุทรกันต่อ ใช่ เราใช้ความเร็วไม่มาก แต่เราก็ยังได้จับความรู้สึกในจังหวะการเข้าโค้งและความแม่นยำของพวงมาลัย การยึดเกาะถนน ระบบช่วงล่างซึ่งแอคคอร์ดเซตมาได้ค่อนข้างดี ควบคุมได้ง่าย แม้จะเป็นรถที่มีอารมณ์สปอร์ต แต่ต้องบอกว่า ขับ และควบคุมได้ง่าย

สิ่งที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคือ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ซึ่งฮอนด้า นำระบบการฉีดโฟมเข้ามาลดรอยต่อจุดเชื่อมต่าง ๆ ของตัวถัง และใช้เทคโนโลยีควบคุมคลื่นเสียง ผลที่ออกมาค่อนข้างประทับใจ

ถึงบรรทัดนี้…ฮอนด้า แอคคอร์ด เวอร์ชั่น อเมริกานั้น ถือว่าลงตัวประทับใจ

ส่วนเวอร์ชั่นไทย จะออกมาเป็นอย่างไร ไว้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหนึ่ง…หลังฮอนด้า เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้ รับรองว่า…จากนี้ไป ตลาดดี-เซ็กเมนต์ สนุกแน่ อยู่ที่ว่าฮอนด้า จะตั้งราคาขายไว้ได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะรุ่น1.5 เทอร์โบ ถ้าเริ่มต้นดีรับรองขายกระจาย ท้ายสุดของสุดท้าย คือ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เวอร์ชั่นไทย แม้จะมาช้า…กว่าเวอร์ชั่นอเมริกาถึง 2 ปี แต่ “พิทักษ์” ย้ำให้ฟังเสียงดัง ๆ ฟังกันให้ชัด ๆ ว่า “ฮอนด้า เรามาชัวร์”

Previous articleธอส.เตรียมออกสลากออมทรัพย์ เล็งจ่ายรางวัลที่ 1 ถึง 20 ล้านบาท
Next articleแนะ 9 เทรนด์ ดูแลหัวใจให้ฟิตทุกปี