ซูซูกิ เซียส จีแอล พลัส แต่งครบ จบจากโชว์รูม

คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย วุฒิณี ทับทอง

ช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจจะมองว่า ตลาดอีโคคาร์ได้วิ่งผ่านเส้นกราฟที่สูงสุดไปแล้ว หลังสิ้นสุดโครงการ “รถยนต์คันแรก”

รถกลุ่มนี้ได้แจ้งเกิดและเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และยังช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกใช้รถยนต์ของคนไทยได้ไม่มากก็น้อย

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อีโคคาร์ได้กลายมาเป็นกระดูดสันหลังชิ้นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และยอดขายของค่ายรถยนต์หลาย ๆ ค่าย

ล่าสุดค่ายซูซูกิปิ๊งไอเดียจับเอาซีดาน อีโคคาร์ ระดับพรีเมี่ยม หนึ่งเดียวของซูซูกิ คือ “เซียสรุ่น GL” มาใส่ฟังก์ชั่น

การใช้งานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความเท่ ด้วยชุดแต่งมาตรฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงาน นัยว่าเพื่อต้องการเอาใจลูกค้าที่นิยมรถรุ่นนี้ไปแต่งเพิ่มให้สบายใจหายห่วงได้ ว่าแต่งออกมาแล้วได้มาตรฐานปลอดภัย ที่สำคัญยังเท่สะดุดตา

“วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” กรรมการบริหารด้านการขาย บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงที่มาที่ไปของเจ้าเซียส จีแอล พลัส คันนี้ว่า หลังจากซูซูกิเปิดตัวเซียสไปตั้งแต่ช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมจนถึงปัจจุบันใกล้แตะหลัก 4 หมื่นคันแล้ว

และลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อเซียสส่วนใหญ่จะเลือกรุ่น “จีแอล” หรือเรียกให้เข้าใจง่ายคือ รถเริ่มต้นของเกียร์อัตโนมัติ เป็นหลัก เนื่องจากเป็นรุ่นที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ยังพบว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม

ซูซูกิจึงปิ๊งไอเดียจับรถรุ่นนี้มาใส่ชุดแต่งเพิ่มฟังก์ชั่น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเข้าไป เบ็ดเสร็จราคาเพิ่มขึ้นอีกเพียง 9,000 บาท

แล้วอะไรบ้างที่เพิ่มมาในราคา 9,000 บาท เริ่มตั้งแต่เครื่องเล่นวิทยุซีดี เอ็มพี 3 จอระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัส พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูท ช่องเสียบยูเอสบี พร้อมกล้องมองหลัง ภายนอกแต่งหล่อด้วยชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ทั้งสเกิร์ตหน้า-ข้าง-หลัง และสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมเดย์ทริปทดสอบ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรสงครามไปกลับ รวมระยะเกือบ 300 กิโลเมตร ออกเดินทางในฐานะของ “ผู้โดยสาร” สัมผัสความโอ่โถงกว้างขวางของรถคันนี้ ที่ทำมาได้ถูกอกถูกใจลูกค้าประชากรเซียสทุกที่นั่งมีพื้นที่ให้เหยียดแข้งเหยียดขา

แอร์เย็นฉ่ำค่อนไปทางหนาว ออกจากกรุงเทพฯมุ่งหน้าสู่จุดหมายเมืองแม่กลองก่อนจะขยับมารับหน้าที่ด้านหลังพวงมาลัย ในช่วงขากลับเข้ากรุงเทพฯ

ปรับตำแหน่งที่นั่ง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้เหมาะสม พลันเอื้อมมือไปควานหาคันปรับ “ยกระดับสูงต่ำเบาะที่นั่ง”

ปรากฏว่า รถเซียส จีแอล พลัส คันนี้ ได้ถูกถอดฟังก์ชั่นนี้ไป แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดเมื่อปรับท่านั่ง และตำแหน่งให้เหมาะสมทุกอย่างตัวพร้อมเดินทาง

ซูซูกิ เซียส จีแอล พลัส ยังคงเครื่องยนต์เดิมคือ เครื่องยนต์ K12B ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 6 วาล์ว 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที

ให้แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติซีวีที

ซึ่งถือว่ากำลังของรถคันนี้มีเหลือ ๆเนื่องจากช่วงขากลับต้องแข่งกับเวลาสภาพการจราจรการที่เริ่มหนาแน่นถนนพระราม 2

ทำให้ต้องกระชับพวงมาลัย และเติมความเร็ว…

ใช้ทุกช่องทางของการจราจรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซูซูกิ เซียส จีแอล พลัส คันนี้ สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างลงตัว ทั้งความแม่นยำของพวงมาลัย จังหวะอัตราเร่ง ความเร็วเฉลี่ย 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ช่วยให้จังหวะวิ่ง หาช่องว่าง ระหว่างเส้นทาง ที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ และเพื่อนร่วมทางคันอื่น ๆ ทำได้อย่างพลิ้วไหว “ขับสนุก”บางจังหวะ เลือกใช้วิธีกดปุ่ม “โอเวอร์ไดรฟ์” ที่คันเกียร์เพื่อเพิ่มความกระชับของเครื่องยนต์ ช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้นเยอะ

อีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจะไม่พูดถึงไม่ได้ ระบบกล้องถอยหลัง มีมาช่วยเพิ่มความสะดวกในจังหวะ ถอยจอด ถอยเข้าซอย ได้แม่นยำ ด้วยฟังก์ชั่นช่วยกะระยะได้ชัดเจน

ถึงตรงนี้ บอกได้เลยว่า “ซูซูกิ เซียส จีแอล พลัส” คันนี้ถือเป็นรถซีดานอีโคคาร์ ระดับพรีเมี่ยม ทั้งรูปลักษณ์ ชุดแต่งรอบคัน ขนาดของตัวรถ และความจัดจ้านของขุมกำลัง ด้วยราคาค่าตัว ถือว่าน่าคบหา 568,000 บาท

อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด จนกว่าจะได้ลองแวะเวียนไปสัมผัสรถคันนี้ด้วยตัวเอง ที่โชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ

Previous articleยะลามาราธอน เปิดบ้านต้อนรับนักวิ่งทั่วประเทศ(คลิป)
Next articleกมธ.ถกค่าโง่ทางด่วนหวั่นข้อมูลถูกสอดไส้ กำชับเช็กข้อมูลให้รอบด้าน