เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รักษ์โลกแบบลงตัว

คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย อมร พวงงาม

ทุกวันนี้เทรนด์รักษ์โลกโดดเด่นชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ ทุกหมวดสินค้าต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ กระแส “กรีน” ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์พยายามหาอย่างอื่นมาทดแทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งถูกระบุว่าก่อมลพิษ ทำให้รถยนต์ประเภทลูกผสมหรือไฮบริดรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กลายเป็นที่ต้องการของตลาด

แต่ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ คำตอบทั้งหมดจึงเทไปที่รถยนต์กลุ่มไฮบริด และปลั๊ก-อิน ไฮบริด

แต่ด้วยความไม่หยุดนิ่ง วิศวกรของนิสสันพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ล้ำไปข้างหน้าอีกขั้น เรียกเทคโนโลยีตัวนี้ว่า อี-พาวเวอร์

หลักการง่าย ๆ ของอี-พาวเวอร์ จริง ๆ คล้ายไฮบริด คือประกอบด้วย เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ต่างกันตรง อี-พาวเวอร์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้า ขณะที่ไฮบริดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยสนับสนุน

วันก่อน พีรศุษม์ ตันติยันกุล บอสใหญ่ อีตั้น กรุ๊ป เจ้าพ่อรถครอบครัวเอ็มพีวีนำเข้า เปิดตัว “นิสสัน เซเรน่า” ในงานบิ๊กมอเตอร์เซล 2019

ผมมีโอกาสได้สัมผัส เหลือเชื่อครับ !! ในสเป็กระบุว่าเซเรน่า อี-พาวเวอร์ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังขนาด 109 แรงม้า โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรเป็นตัวสร้างประจุไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ นึกในใจแรงม้าเท่ากับวีออส แต่บอดี้ใหญ่กว่ามากจะได้เรื่องเหรอ?

เอาเข้าจริง ปรู๊ดปร๊าดได้เรื่องเชียว โดยเฉพาะขับในเมือง ประเภทออกตัวเพื่อแย่งชิงสัญญาณไฟ เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ตัวนี้ทำได้ดีทีเดียว เซเรน่าถือเป็นรถในตระกูลอี-พาวเวอร์ ตัวที่สองของนิสสันรองจาก “โน๊ต” รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้ต่างจากเซเรน่ารุ่นอื่น ๆ เพียงแค่กระจังหน้าขลิบสีฟ้าสัญลักษณ์ที่บอกให้รู้ว่ารักษ์โลก

ไฟท้ายเป็น LED สว่างสดใส เพิ่มโลโก้ e-POWER บริเวณประตูคู่หน้า และประตูท้าย ห้องโดยสารเลือกได้ 2 แบบ ระหว่าง6 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ดูในรูปจะเห็นเบาะแถวที่ 3 มีแบบแยกจากกันและเรียงเป็นแถวยาว สวยงามด้วยหน้าจอแสดงผลชุดใหญ่ พร้อมการใช้เส้นสีฟ้าตกแต่งหัวเกียร์ และถาดเก็บของด้านหน้ารถ

ประตู 2 ข้างสไลด์ด้วยไฟฟ้า รวมถึงประตูหลังบานใหญ่ก็เปิดปิดด้วยไฟฟ้าเช่นกัน เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ จะได้เปรียบไฮบริดทั่วไปเรื่องความราบเรียบและความต่อเนื่องของกำลัง ด้วยแรงทั้งหมดที่ลงสู่ล้อมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ขณะที่ไฮบริดยังมีสะดุดระหว่างรอยต่อของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าขณะวิ่งใช้งาน

สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน JC08 ทำได้ที่ 26.2 กิโลเมตร/ลิตร (ตามสเป็ก) ส่วนเรื่องระบบความปลอดภัยมีมาครบทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ยังเพิ่มเติมระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนถนนช่องทางเดียว Pro PILOT มาให้ด้วย

มีสัญญาณไฟฉุกเฉินกะพริบ กรณีเบรกรุนแรง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการชนท้ายได้มากขึ้น มีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร เตือนเมื่อรถออกนอกเลนด้วยเสียง หรูหราด้วยระบบปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติ

เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จัดเป็นรถเอ็มพีวีไซซ์กลางค่อนไปทางใหญ่ที่ขับสนุก ราคาถูกกว่าตัวเก่า เนื่องจากภาษีสรรพสามิตที่คิดตามค่าอิมิชั่นต่ำลงมาก จากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ทั้งรักษ์โลกและขับสนุก และกับราคาเพียง 2.29 ล้านบาท คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

Previous article“ซาอุฯ” ยืนยัน ฟื้นฟูโรงกลั่นน้ำมันและส่งออกได้เต็มกำลัง 1 ต.ค.นี้
Next articleกรุงไทยชวนลงทะเบียน “ชิม ช้อป ใช้” 23 ก.ย.นี้