โตโยต้า อัลติส ไฮบริด 1.8 ลิตร ให้ยืนหนึ่ง… ขับสนุก-สุข-ประหยัด

คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย วุฒิณี ทับทอง

ถือเป็นรถยนต์นั่งที่มีบรรดาแฟน ๆ ตั้งหน้าตั้งตารอคอยพอสมควร สำหรับโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เจเนอเรชั่นนี้ถือเป็นเจนที่ 12 เข้าไปแล้ว เรียกว่าครองใจมหาชนมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 2509

ส่วนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โตโยต้าจับนำระบบไฮบริดเข้ามาไว้ในรถรุ่นนี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 เข้าไปแล้ว เรียกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ

ไม่รอช้า ทีมงานโตโยต้าจัดทริปทดสอบ เพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสสัมผัสและมีประสบการณ์กับรถคันนี้แบบเต็ม ๆ โดยเลือกใช้เส้นทางไม่ใกล้ ไม่ไกล กรุงเทพฯ-พัทยา เพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงว่า อะไรทำให้รถคันนี้กวาดยอดขายช่วงเปิดตัวไป เกือบ 4,000 คัน

แน่นอนว่า “ประชาชาติธุรกิจ” ไม่พลาดที่จะร่วมทริปทดสอบครั้งนี้ด้วย ทีมงานนัดเจอกันยังจุดสตาร์ต เลือกใช้ที่ศูนย์ทดสอบรถยนต์โตโยต้า TOYOTA Driving Experience Park บนถนนบางนา-ตราด นัดแนะเส้นทาง บรีฟโปรดักต์เรียบร้อยแล้ว

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทีมงานโตโยต้าจัดแทร็ก ณ สนามแห่งนี้ให้เราได้ทดสอบ และสัมผัสความคล่องตัวของโตโยต้า อัลติส ไฮบริด เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนนำรถออกไปใช้งานบนสภาพท้องถนนจริง ๆ

สำหรับรถที่เราทดสอบกันครั้งนี้เป็น อัลติส รุ่นท็อป 1.8 Hybrid High การทดสอบแบ่งออกเป็น 3 สเตชั่น คือ การทดสอบความคล่องตัว ด้วยการขับรถด้วยความเร็วเฉลี่ย 10-20 กม.ต่อ ชม. หักพวงมาลัยซ้าย-ขวา ทำสลาลอม หลบสิ่งกีดขวาง เพื่อให้เราได้สัมผัสกับความคล่องตัวของรถและพวงมาลัย ประหนึ่งว่าเป็นการจำลองรูปแบบการขับขี่ในเมือง ที่ต้องขับหลบอุปสรรคความจอแจ ซึ่งเจ้าอัลติส ไฮบริด คันนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในเรื่องของความคมของพวงมาลัยที่สั่งการได้แม่นยำ

ก่อนที่จะไปสู่สเตชั่นถัดไปของการทดสอบ บนสภาพพื้นถนนที่เปียก เพื่อดูการยึดเกาะถนน และระบบการทำงานของเบรก ABS ความเร็วเฉลี่ยที่อินสตรักเตอร์ ให้เราขับอยู่ที่ประมาณ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วขับผ่านพื้นถนนเปียก และทดสอบระบบเบรก ABS ซึ่งทำงานได้อย่างรวดเร็ว และนุ่มนวล รวมถึงระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (traction control) และระบบควบคุมการทรงตัว VSC (vehicle stability) ทำให้การควบคุมรถคันนี้ทำได้ง่ายขึ้น ก่อนไปสู่สเตชั่นต่อไปด้วยการขับที่ความเร็วประมาณ 90-100 กม.ต่อ ชม. แล้วเบรกพร้อมเปลี่ยนเลนกะทันหัน รถคันนี้เอาอยู่ไม่มีอาการวูบวาบให้จับได้ ช่วงล่างหนึบแน่น

ในส่วนสเตชั่นสุดท้าย คือ การทดสอบระบบ dynamic radar cruise control ระบบปรับความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้า พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ที่สามารถเลือกใช้ระบบนี้ได้ในทุกย่านความเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้อีกระดับ

ถึงเวลา เรานำอัลติส 1.8 Hybrid High ออกสู่ถนนจริง มุ่งหน้าฝ่าการจราจรที่หนึบหนับช่วงถนนบางนา-ตราด ตัดออกวงแหวนตะวันออก ไม่ลืมที่จะสำรวจตรวจตราภายในห้องโดยสาร โตโยต้าออกแบบภายในห้องโดยสารของอัลติส ใหม่ เน้นความเรียบหรู ดูสปอร์ต ด้วยโทนสีดำ เลือกใช้วัสดุตกแต่งที่ค่อนข้างประณีต

สิ่งที่สะดุดตา คือ จอแสดงผล และควบคุม บริเวณคอนโซลกลาง ที่ออกแบบมา ต้องใช้คำว่า “เกือบ” จะลงตัว เพราะการจัดวางตำแหน่งยังดูขาด ๆ เกิน ๆ โดยเฉพาะคอนโซลหน้ามีขนาดค่อนข้างใหญ่ ยื่นเข้ามาหาผู้ขับและผู้โดยสารมากไป ทำให้เสียดายพื้นที่ของตำแหน่งด้านหน้าของห้องโดยสารที่ต้องเสียไป

ส่วนหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ควบคุม สั่งการ บริเวณคอนโซลกลางนั้น มีบางส่วนของพื้นที่กินเลยลงมาบังช่องแอร์กลาง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมต่าง ๆ

หน้าปัดจอบอกข้อมูลวัดผลมีความชัดเจนแล้วเข้าใจง่าย คันเกียร์เป็นแบบทางตรง มีโหมดให้เลือก คือ P R N D และ B ซึ่งตรงนี้โตโยต้าน่าจะมีการปรับตำแหน่งเกียร์ โดยเพิ่มฟังก์ชั่น +, – เข้ามาเพิ่มให้ ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้รถคันนี้สนุกยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่โดยรวมของห้องโดยสารนั้นมีมาให้อย่างกว้างขวาง ไม่อึดอัด

ตำแหน่งที่นั่งของคนขับ เมื่อปรับเบาะที่นั่ง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยต่าง ๆ ให้เหมาะสมแล้ว ถือว่ารถคันนี้ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดี head up display ที่กระจกด้านหน้า แจ้งข้อมูลแสดงความเร็วของรถ และข้อมูลที่จำเป็นแบบชัดเจน ต้องย้ำอีกครั้งว่า ชัดเจนดีมาก ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน

บางจังหวะที่ถนนโล่ง เติมน้ำหนักที่เท้าขวาเรียกรอบเพิ่มความเร็วให้กระชับขึ้น เครื่องยนต์ของรถคันนี้ตอบสนองได้ค่อนข้างดี ไม่มีไม่อาการอืดอาด แต่ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด ยิ่งเมื่อความเร็วติดลมบนไปแล้ว ยิ่งกดคันเร่งมากขึ้น

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybrid 4 สูบ VVT-i ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า permanent magnet syn-chronous motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ nickel metal hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 modules 6.5 Ah รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT นั้น

บางจังหวะที่ทางโล่ง ลองกดคันเร่งเข้าไปเต็มพิกัด ปรากฏว่าเข็มไมล์วิ่งไปแตะระดับ 160-170 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบาย ที่สำคัญ ไม่เกินไปกว่านี้ เนื่องจากทีมงานได้เซตควบคุมความเร็วไว้

ยิ่งจังหวะที่ต้องเร่งเครื่อง อาจจะมีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่เล็ดลอดเข้ามาค่อนข้างดัง ยิ่งจังหวะบูตเครื่อง แต่เมื่อวิ่งติดลมบนไปแล้วเสียงเครื่องยนต์หายไป เป็นอาการปกติของเสียงลมปะทะเข้ามาแทน


บางช่วงเป็นทางคดโค้ง แม้ว่าเราจะขับกันในย่านความเร็วพอสมควร แต่ยังไว้ใจได้ กับช่วงล่างใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ที่โตโยต้าภูมิใจนำเสนอ และหลายคนประทับใจไปกับเทคโนโลยีช่วงล่างตัวใหม่นี้ กับรุ่นซี-เอชอาร์ และคัมรีไปแล้ว

แน่นอนว่าในอัลติสคันนี้ ก็ประทับใจไม่แพ้กัน บางช่วงเข้าโค้งในความเร็วสูง การยึดเกาะถนนของช่วงล่างไม่มีอาการท้ายดื้อ ท้ายบานให้เห็น ซึ่งอาการกระเด้งกระดอนมีบ้างประปราย แต่โดยรวมหากเทียบกับอัลติสเวอร์ชั่นก่อน คันนี้ถือว่าทำได้ดีขึ้นหลายขุม

ถึงตรงนี้จะไม่พูดถึงเรื่องดีไซน์ภายนอก ก็คงถือว่า “ผิด” เพราะเรื่องของรูปร่าง หน้าตา ขึ้นอยู่กับมุมมองและความชอบส่วนตัวของแต่ละคนไป แต่โดยรวมส่วนตัวแล้ว ชอบการออกแบบของอัลติส ใหม่ เวอร์ชั่นนี้ ที่โตโยต้าใส่ความเป็นวัยรุ่นเพิ่มเข้ามา ดูรวม ๆ ทำให้ลดอายุของรถลงมาได้เป็นกอง แถมแฝงความหรูหราเข้าไป

ถึงจุดหมายที่ปลายทาง กดดูอัตราสิ้นเปลืองที่เราทำได้เฉลี่ย กับการขับแบบใช้งานจริง หวดกันมาเต็ม ๆ กว่า 300 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วไม่น่าเชื่อว่าตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่โชว์ไว้ อยู่ที่ 18.9 กิโลเมตรต่อลิตร เรียกว่าเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ เพราะถือว่า อัลติส ไฮบริดคันนี้ ให้ความประหยัดที่น่าประทับใจทีเดียว

สนนราคาค่าตัวที่ 1,099,000 บาท บอกเลยว่า น่าสนใจ

Previous article“บินไทย” เปิดห้องรับรองพิเศษใหม่ Royal Orchid Prestige Lounge สุวรรณภูมิ
Next articleดาวกับดวง วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562 โดย พิมพ์พรร