ประชาชาติธุรกิจ
เกาะกระแสโลก

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจโลก 2013

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 01 ม.ค. 2556 เวลา 13:18:16 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



หาก ปี 2012 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่ง "ฟิลคัล คลิฟฟ์" และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแบบไม่สิ้นสุดในยุโรป แล้วปี 2013 ที่เพิ่งมาถึงนี้จะเป็นอย่างไร? การพยากรณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่ทว่ามีบางเรื่องที่อาจจะสั่นคลอนตลาดการเงินในปีที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ว่าจะในทางดีหรือทางร้าย ดังนี้

ธนาคารกลาง

ในยู โรโซน บุคคลที่ช่วยทำให้ตลาดนิ่งสงบมากที่สุดในปี 2012 แน่นอนว่าต้องเป็น มาริโอ ดรากี ผู้มาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมานี่เอง ด้วยแถลงการณ์สั้นๆ เพียงฉบับเดียว เน้นด้วยประโยคที่ว่า "ภายใต้อำนาจหน้าที่ของเรา อีซีบีพร้อมที่จะทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเพื่อปกป้องรักษาเงินสกุล ยูโรไว้ และขอให้เชื่อผม เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว"

เขาได้ให้สัญญาว่า จะรักษากลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโรไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยใช้วิธีการพื้นฐานอย่างการพิมพ์ธนบัตรออกมามากเท่าที่จำเป็นเพื่อซื้อ พันธบัตรของประเทศในยูโรโซน คำถามคือความน่าเชื่อถือของเขาจะยังคงอยู่ไปได้ตลอดอีก 1 ปีหรือไม่

แม้ ว่ากลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลร่วมจะยังปลอดภัยอยู่ในขณะนี้ แต่พวกเขายังคงไม่เข้มแข็งขึ้น นอกเสียจากว่า ดรากีจะสามารถบังคับให้บรรดารัฐมนตรีคลังยอมรับกฎระเบียบใหม่ในเรื่อง วิธีการที่จะเข้าร่วมหรือออกจากยูโรโซน และการปฏิบัติตัวในฐานะชาติสมาชิก

ถึง อย่างนั้นก็ตาม การกำหนดนโยบายทางการเงินหนึ่งเดียวสำหรับเขตเศรษฐกิจที่มีสถานการณ์แตกต่าง กัน ทั้งเจริญรุ่งเรืองและใกล้ล้มละลายเป็นภารกิจที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่นัก เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนจำเป็นต้องประสานกันให้ใกล้ชิดกว่านี้ในการที่จะทำ ให้ได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งนั่นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2013

ขณะ เดียวกันที่อังกฤษ ตลาดจะจับตามองการขยับตัวครั้งแรกๆ ของ มาร์ค คาร์นีย์ ในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษคนใหม่ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดาและศิษย์เก่าโกลด์แมน แซคส์ ได้รับการยอมรับนับถือจากนักลงทุนจำนวนมาก แต่เขาจะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่ามากในอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันนี้ง่อยเปลี้ยจากนโยบายการเงินแบบถอยหลังในหลายๆ ด้าน ไม่เหมือนกับที่เขากุมบังเหียนธนาคารกลางของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเจริญ รุ่งเรืองจากการเติบโตของทรัพยากรเชื้อเพลิงอย่างแคนาดา

ในความเป็น จริงแล้ว เขาจะได้ทำงานในบรรยากาศใกล้เคียงกับที่ เบน เบอร์แนงคี ประธานกองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) เผชิญอยู่มาก ที่ซึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสขัดขวางนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าประเทศกำลังประสบความยากลำบากในการฟื้นฟูอยู่ก็ตาม เบอร์แนงคีถูกบังคับให้จำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษเพื่อเติมเต็มอำนาจหน้าที่ ของเฟด ซึ่งเชื่อว่าคาร์นีย์เองก็จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ลอนดอนเช่น เดียวกัน เนื่องจากแน่ใจได้เลยว่า เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเป็นระยะเวลานาน

ใน ส่วนของเฟดนั้น นักลงทุนเริ่มที่จะตั้งคำถามแล้วว่า ใครจะมาแทนเบอร์แนงคีเมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของเขาสิ้นสุดลงในเดือนมกราคม ปี 2014 ตอนนี้เฟดกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย โดยจำเป็นต้องกำหนดเป้าตัวเลขคนว่างงานอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับเพดานสูงสุดของอัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มสูงว่า คำมั่นสัญญาของเฟดที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปจนถึงปี 2015 จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นอกเสียจากว่า เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นทันตาเห็น ทว่าประธานเฟดคนใหม่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า เฟดจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุดของพอล โวลเคอร์ เมื่อปี 1979 เป็นต้นมาหรือไม่

งบประมาณขาดดุล

ไม่ ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันที่ 1 มกราคม สหรัฐอเมริกาต้องหาหนทางที่จะทำให้แน่ใจว่า อัตราภาษีสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ปานกลางส่วนใหญ่จะไม่ถูกปรับขึ้น และเพื่อไม่ให้มีการตัดลดงบประมาณรายจ่ายแบบเบ็ดเสร็จในหน่วยงานของรัฐบาล ทุกภาคส่วน

แต่ฟิสคัล คลิฟฟ์ หรือหน้าผาการคลัง อย่างดีที่สุดอาจจะเพียงแค่เปลี่ยนเป็นทางลาดการคลัง ซึ่งหลังจากนั้นงบประมาณขาดดุลจะยังคงอยู่ และเมื่อเมฆหมอกแห่งวาทกรรมทางการเมืองสลายไปจนเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น ตลาดทุนก็จะรู้สึกสะดวกสบายกับสถานการณ์ทางการคลังของประเทศมากขึ้นและตอบ สนองต่อสถานการณ์หลังจากนั้น

ที่ญี่ปุ่นไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่โชค ดีหรือไม่ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น ตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของนักการเมือง แต่บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้ จากการที่นายชินโซ อาเบะ ผู้นำคนใหม่ดูเหมือนจะเป็นเพียงคนเดียวที่มีแผนในการปั๊มหัวใจให้เศรษฐกิจ ของประเทศกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง โดยตลาดหุ้นยินดีที่พรรคของเขาชนะการเลือกตั้งเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่าน มา ทว่าส่วนหนึ่งในนโยบายของเขาคือท่าทีที่แข็งกร้าวต่อจีนในเรื่องข้อพิพาท เหนือหมู่เกาะที่ทั้ง 2 ชาติต่างอ้างสิทธิครอบครอง

มองในแง่มุมด้าน สุขภาพของเศรษฐกิจโลกแล้ว การเติมเชื้อเพลิงความขัดแย้งในเอเชียตะวันออกจะเป็นการลบล้างความสำเร็จ ต่างๆ ที่อาเบะทำได้ในประเทศ ถึงตอนนี้คงต้องหวังว่าเขาจะละทิ้งท่าทีและวาทกรรมเรื่องการรักชาติที่ แสดงออกบนเส้นทางการหาเสียงเลือกตั้ง และเน้นไปที่การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนในชาติ

ขณะที่คณะ ผู้นำชุดใหม่ของจีนมีอำนาจในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในประเทศของ ตนมากกว่าอาเบะมาก ทว่าพวกเขายังคงไม่ส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมา อย่างไรก็ตาม พวกเขามีภารกิจท้าทายใหญ่หลวงรออยู่ข้างหน้าทั้งการควบคุมไม่ให้มีการลงทุน มากเกินไป การสร้างอุปทานสำหรับสินค้าและบริการในตลาดภายในประเทศเปลี่ยนแปลงเงินหยวน ให้กลายเป็นสกุลเงินที่เป็นที่ยอมรับในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศลด ระดับความไม่สงบทางสังคม และจัดการกับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูงรวมทั้งอัตรา ดอกเบี้ย

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หรืออย่างน้อยก็อยู่ในสภาพที่กดดันน้อยลง หากคณะผู้นำใหม่ของจีนสามารถค้นพบแหล่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและปฏิรูปกฎระเบียบอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่ทำให้ เกิดความโปร่งใส กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เข้มแข็ง และการปกป้องนักลงทุนที่ดีขึ้นจะเป็นกุญแจสำคัญ

ขณะที่ประเด็น เรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ยังเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่หาคำตอบได้ยาก แต่แน่นอนว่าบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจโลกในปี 2013 นี้อย่างแน่นอน

สถานการณ์ในซีเรียและอียิปต์ ยังผันผวน อิสราเอล เลบานอน และอิหร่านยังคงไม่สามารถคาดการณ์ได้เหมือนเช่นที่เป็นมาเสมอ ผลประโยชน์หลักของมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจตอนนี้จำกัดอยู่เพียงแค่ ทำอย่างไรที่จะหยุดยั้งไม่ให้ไฟที่ลุกไหม้เป็นอุปสรรคขัดขวางการค้าและการ เติบโตทางเศรษฐกิจ ทว่ามีด้านบวกอยู่ด้วยเช่นกัน หากว่าอียิปต์สามารถรักษาเสถียรภาพและเริ่มต้นตั้งหลักทางเศรษฐกิจใหม่ได้ เมื่อไหร่ พวกเขาจะกลายเป็นมหาอำนาจของภูมิภาค ประเทศที่มีประชากรมากกว่า 80 ล้านคน มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยตลาดหุ้นอียิปต์ที่ควรจะเป็นดัชนีหลักในการชี้วัดการเติบโตเริ่มที่จะไต่ สูงขึ้นเรื่อยๆ

ราคาโภคภัณฑ์

การกลับมาเจริญเติบโต อย่างรวดเร็วมากขึ้นของเศรษฐกิจโลกจะหมายถึง ราคาอาหาร เชื้อเพลิง แร่ธาตุ และโลหะที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เศรษฐกิจโลกไม่จำเป็นต้องเติบโตขึ้นด้วยอัตราเร็วที่มาก ราคาของสิ่งเหล่านี้ก็พร้อมที่จะพุ่งทะยานขึ้นอยู่แล้ว จากการที่อุปสงค์มักจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่อุปทานจะสามารถตอบสนองได้อยู่ บ่อยครั้ง เราสามารถเห็นราคาพืชผลที่สูงขึ้นจนถึงระดับที่ก่อให้เกิดการจลาจลได้ทุกๆ 2 ปี ในตอนนี้ และนักลงทุนจะมองหาบริษัทที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้ ไม่ว่าจะในกระบวนการเก็บเกี่ยวหรือผลิต หรือบริษัทที่มาพร้อมกับสิ่งทดแทนของทรัพยากรที่ขาดแคลน เช่น ทองแดงหรือสินแร่หายาก (แรร์เอิร์ธ)

บูรณาการทางการเงิน

ทุก วันนี้ประเทศเศรษฐกิจใหม่เริ่มมีความใกล้ชิดกับระบบการเงินโลกมากยิ่งขึ้น ประเทศเหล่านี้เป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ทว่าไม่ง่ายนักสำหรับชาวต่างชาติที่จะเข้าถึงตลาดเหล่านี้ การออกหุ้นและพันธบัตรเพิ่มมากขึ้นเป็นการค่อยๆ เปิดตลาดเหล่านี้ออก เชื่อมต่อเงินทุนจากทั่วโลกกับโอกาสทำกำไร การออกตราสารหนี้ในประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงในช่วงไม่กี่ปีที่ ผ่านมา แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกประสบความยากลำบากในการขยายตัว และกองทุนลงทุนในพันธบัตรที่ครอบคลุมตลาดของประเทศกำลังพัฒนามีผลตอบแทนที่ ค่อนข้างดี แนวโน้มนี้ยังมีที่ว่างให้เติบโตอีกมาก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การให้คนงานนับพันล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ในกรณีนี้คือ การนำเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาซื้อเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการทำให้พวกเขามี ผลิตภาพสูงขึ้น ช่วยให้พวกเขาได้ค่าแรงมากขึ้น และการใช้จ่ายของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นด้วย เรื่องทำนองนี้จะเกิดมากขึ้นในปี 2013 และจะยิ่งมากขึ้นในปี 2014, 2015 และปีต่อๆ ไปหลังจากนั้น

ที่มา มติชนรายวัน