ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แห่คืนสิทธิ์ BOI ขอใช้แรงงานต่างด้าว

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 ม.ค. 2556 เวลา 12:40:04 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นโยบายผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวแบบมีเงื่อนไขของ BOI พ่นพิษ ส.อ.ท.เต้น หลังได้รับข้อมูลผู้ประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-แปรรูปอาหารเตรียมขอคืนบัตรส่งเสริม เหตุจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวเต็มกำลังผลิตต่อไป วอน BOI ทบทวนเงื่อนไข ส่วนผู้ขอคืนบัตรขอยกเว้นไม่ต้องคืนสิทธิประโยชน์ในการถือครองที่ดิน-อำนวยความสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มีมติผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมต่อไปอีก 2 ปี หลังมาตรการผ่อนผันเดิมสิ้นสุดลงเมื่อ 31 ธันวาคม 2555 เป็นผลมาจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมทั้ง 101 รายเห็นว่า ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ โดย BOI มีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องเสนอ "แผนขั้นบันได" ลดจำนวนคนงานต่างด้าวลง โดยให้ส่งแผนการดังกล่าวภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

ทั้งนี้ผู้ขอผ่อนผันจะต้องลดการใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือลงร้อยละ 25 จากจำนวนแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานทุก ๆ 6 เดือน จนไม่มีการใช้แรงงานต่างด้าวตามที่กำหนดคือ ในวันที่ 1 มกราคม 2558 หากบริษัทใดไม่สามารถทำได้ตามแผนที่เสนอไว้ ก็จะถูก BOI ตัดสิทธิประโยชน์ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลในปีนั้น

ค้านลดแรงงานทุก 6 เดือน

นายมังกร ธนสารศิลป์ รองประธานงานส่งเสริมการค้า การลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" เรื่องเดียวกันนี้ว่า การขยายเวลาอีก 2 ปีถือเป็นนโยบายที่ดี เนื่องจากขณะนี้มีภาคเอกชนที่ยังใช้แรงงานต่างด้าวค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นงานประเภทที่แรงงานไทยไม่สนใจทำ เช่น แรงงานหน้าเตา

สำหรับเงื่อนไขการลดการใช้แรงงานต่างด้าวลงแบบขั้นบันไดร้อยละ 25 ในทุก 6 เดือนมองว่า ในปีนี้อาจจะไม่สามารถทำได้ เพราะการเร่งลดแรงงานลงจะต้องนำเข้าเครื่องจักรมาทดแทน เวลาแค่ 6 เดือนไม่สามารถดำเนินการได้ทันแน่นอน

ล่าสุด ส.อ.ท.เตรียมเสนอ BOI พิจารณาผ่อนปรน 2 ข้อคือ 1)ในปีแรก ขอให้ไม่ต้องลดการใช้แรงงานต่างด้าวลงร้อยละ 25 เนื่องจากผู้ประกอบการต้องใช้เวลาสั่งนำเข้าเครื่องจักร แต่ในปีถัดไปจะลดการใช้

แรงงานต่างด้าวลงร้อยละ 50 ในทุก ๆ 6 เดือนแทน 2)ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวต่อไปและไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขผ่อนผันของ BOI ได้ และยอมที่จะคืนบัตรส่งเสริมการลงทุนนั้น ขอให้ BOI พิจารณาคงสิทธิประโยชน์บางอย่างที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การถือครองที่ดินและการอำนวยความสะดวกในการลงทุนต่อไป โดยโรงงานประเภทที่ประสงค์จะคืนบัตรส่งเสริม ได้แก่ โรงงานผลิตชิ้นส่วนและอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แรงงานมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป

"ไม่มีผู้ประกอบการรายใดอยากฝืนข้อกำหนดเพื่อใช้แรงงานต่างด้าว ผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กก็เตรียมจะลดการผลิตเพราะไม่มีแรงงาน ส่วนรายใหญ่ก็ชัดเจนว่าจะคืนบัตรส่งเสริมแน่ เพราะเห็นสัญญาณแล้วว่าปัญหาขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมือไม่น่าจะคลี่คลายได้ในช่วง 2 ปีนี้แน่นอน"

นายมังกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ส.อ.ท.ต้องการให้ภาครัฐคำนึงถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ก่อนที่จะชักจูงนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศ หากรัฐบาล หรือ BOI ยังไม่มีแนวทางเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนแรงงาน โรงงานที่เข้ามาแล้วหรือกำลังจะเข้ามาก็อาจจะตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารกับอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงความประสงค์จะขอคืนบัตรส่งเสริม เพื่อให้สามารถจ้างแรงงานต่างด้าวต่อได้ โดยผู้ประกอบการกลุ่มนี้ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนให้มีกระบวนการกำกับดูแลการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

BOI ชี้เอกชนต้องร่วมมือ

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า มติของบอร์ด BOI ที่ผ่านมา ถือว่าได้ผ่อนผันให้ใช้แรงงานต่างด้าวมาแล้วรวม 4 ปี ปรากฏระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ประกอบการยังไม่ยอมลดการใช้แรงงานต่างด้าว ดังนั้น BOI จึงต้องกำหนดเงื่อนไขให้ลดการใช้ลงร้อยละ 25 ทุก ๆ 6 เดือน ตลอดระยะเวลาการผ่อนผันในรอบนี้

ก็เพื่อต้องการให้ "มีการลดแรงงานต่างด้าวเกิดขึ้นจริง"

ส่วนที่จะมีผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอคืนบัตรส่งเสริมนั้นเบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นกิจการที่จะครบกำหนดการส่งเสริมอยู่แล้ว ดังนั้น BOI เชื่อว่าในแง่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยคงไม่ลดลงไป

"ผมยังยืนยันตามมติของบอร์ด BOI เพราะเหตุผลสำคัญก็คือ ต้องการให้ยกเลิกการใช้แรงงานต่างด้าว ถ้า BOI ไม่จริงจังกับเรื่องนี้ก็จะมีโรงงานบางส่วนใช้แรงงานต่างด้าวต่อไป เราต้องให้ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่เขาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ดีมาโดยตลอด หากทาง ส.อ.ท.จะเข้ามาหารือในประเด็นดังกล่าวก็พร้อมจะรับฟัง และหากมีรายละเอียดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่มีน้ำหนักมากพอ อาจจะมีการพิจารณาเพื่อช่วยเหลือในอนาคตได้" นายอุดมกล่าว