ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

แบงก์ตุนเงินตัดหน้ารัฐ ถล่มแคมเปญดอกเบี้ยสูงรับมือสินเชื่อพุ่ง16%

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 07 มี.ค. 2556 เวลา 14:10:19 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

4 แบงก์ใหญ่เร่งตุนสภาพคล่อง พร้อมใจอัดแคมเปญเงินฝากพิเศษ แบงก์กรุงเทพฝาก 10 เดือน ดอกเบี้ย 3%-กสิกรไทย 13 เดือน 3.1% วงในเผยชิงจังหวะดูดเงินฝาก รับเทรนด์สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง หวั่นกลางปีภาครัฐระดมทุนลอตใหญ่ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ ดันต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจแห่ออกหุ้นกู้ นักวิเคราะห์ชี้เศรษฐกิจยังสดใส ดีมานด์เงินกู้มีสูง



4 แบงก์ถล่มแคมเปญเงินฝาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พบว่า 4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้พร้อมใจกันออกแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษ อัตราดอกเบี้ยสูงในช่วงเดือนมีนาคมนี้ เริ่มจากธนาคารกรุงเทพที่ออกเงินฝากประจำพิเศษ 10 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี และเงินฝากประจำพิเศษ 4 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2556 โดยยอดเงินเปิดบัญชีตั้งแต่ 200,000 บาท ขึ้นไป

ขณะที่ธนาคารกรุงไทยฉลองครบรอบ 47 ปี ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูง ประกอบด้วยเงินฝากประจำ KTB Birthday อัตราดอกเบี้ย 3.47% ต่อปี เงินฝากประจำ KTB Birthday @ Netbank อัตราดอกเบี้ย 3.77% ต่อปี และเงินฝากประจำ KTB Precious Plus Invite อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน รับฝากขั้นต่ำครั้งละ 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ออกเงินฝากประจำได้กับได้ 5 เดือน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.85% ต่อปี และแบบ 10 เดือน ดอกเบี้ย 3% ต่อปี และธนาคารกสิกรไทยก็จัดแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษ "ถอนก็ได้ ดอกก็ดี" ฝาก 13 เดือน ดอกเบี้ย 3.1% ต่อปีสำหรับฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และ 2.9% สำหรับวงเงินมากกว่า 5 ล้านบาท

นอกจากนี้ทางธนาคารทิสโก้ก็ฉลองครบรอบ 44 ปี เสนอโปรโมชั่นพิเศษ "เงินฝากประจำ 4 เดือน ดอกเบี้ย 3.25%" วงเงินฝากตั้งแต่ 5 แสนถึง 10 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค. 56

ชิงตุนเงินก่อนรัฐระดมทุน

นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์สภาพคล่องในเวลานี้ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้ตึงตัวขึ้นมากนัก ซึ่งเป็นผลจากสภาพคล่องที่ล้นมาตั้งแต่ปลายปีแล้ว จนกระทั่งมาถึงจังหวะนี้ก็เป็นช่วงที่ธนาคารพาณิชย์วางแผนว่าจะต้องระดมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อมารองรับเป้าหมายการขยายสินเชื่อในปีนี้

ที่ส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายเติบโตเกิน 10% ทำให้ปริมาณเงินฝากก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกฤษณ์เห็นว่า จังหวะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการระดมสภาพคล่อง เนื่องจากสถานการณ์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันทิศทางตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และน่าจะดีไปจนถึงกลางปี บวกกับแนวโน้มในไตรมาส 2-3 น่าจะเห็นการระดมทุนของภาครัฐเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่าง ๆ ก็จะมีพันธบัตรและหุ้นกู้ต่าง ๆ ออกมาดูดซับสภาพคล่องออกไปอีก ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนการเงินในจังหวะดังกล่าวสูงขึ้นกว่าตอนนี้ ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจึงเห็นว่าน่าจะเร่งตุนสภาพคล่องไว้ก่อน

"ด้วยปัจจัยเรื่องการเติบโตสินเชื่อเป็นตัวค้ำคออยู่แล้ว ทำให้ทุกแบงก์ต้องระดมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นและแข่งขันกันในกลุ่มแบงก์ระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงจังหวะนี้คู่แข่งและทางเลือกการออมยังมีน้อย ก็เป็นจังหวะดีที่แบงก์จะระดมเงินด้วยต้นทุนที่ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่จะระดมเงิน 2 กลุ่มคือ ระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน และระยะที่ยาวขึ้นมาอีกระดับหนึ่งให้คร่อมปี เพื่อให้แบงก์จัดการสภาพคล่องช่วงปลายปีได้ง่ายขึ้น"

สำหรับธนาคารกรุงศรีฯเองนั้น นายกฤษณ์กล่าวว่า อยู่ในระหว่างพิจารณาเรื่องผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่สำหรับปีนี้ คาดว่าจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

SCB ช้ส"นเชื่อขย"ยตัวต่อเนื่อง

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ในระยะสั้นอาจค่อย ๆ ตึงตัวขึ้นในไตรมาส 2 ซึ่งสัญญาณจากเดือน ม.ค. พบว่าปริมาณเงินในระบบเติบโตช้ากว่าปกติด้วย ฉะนั้น ธนาคารจึงมองว่าเป็นจังหวะที่ควรต้องระดมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปริมาณสินเชื่อในไตรมาส 2 ซึ่งยังมีแรงเติบโตที่ดีอยู่

"เรามองว่าทิศทางเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี และมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดก็ออกมาเอกฉันท์ในทิศทางนี้ ทำให้ภาคธุรกิจเอกชนก็น่าจะยังขยายตัว ทั้งตลาดรถยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค ฉะนั้นสินเชื่อก็น่าจะยังเติบโตด้วย จึงเป็นจังหวะที่ต้องทยอยระดมสภาพคล่องเพิ่ม ซึ่งเวลานี้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของเราก็ยังอยู่ในกรอบ 94-96% และช่วงนี้ก็

จะเริ่มเห็นธนาคารเริ่มระดมเงินมากขึ้น อาจจะขายสินทรัพย์ออกไปหรือออกโปรดักต์เงินฝากโดยตรงก็ได้" นายสมิทธ์กล่าว

ด้านนายชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ออกมาใหม่ถือเป็นจุดขายเพื่อรับเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นเดือนเกิดของธนาคาร และจะมีผลิตภัณฑ์การเงินพิเศษลักษณะนี้ออกมาทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งการออกเงินฝากครั้งนี้ตั้งเป้าหมายไว้ราว 2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการตึงตัวของสภาพคล่องแต่อย่างใด โดยนโยบายของธนาคารจะระดมเงินเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อในแต่ละช่วงมาก

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า สภาพคล่องในปัจจุบันยังมีค่อนข้างสูง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละธนาคารว่าจะตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อเพียงใดด้วย เพราะจะต้องระดมเงินฝากเข้ามารองรับในทิศทางที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะธนาคารใหญ่ที่ตั้งเป้าหมายเติบโต 10-12% ก็ถือว่าสูงพอสมควร

รัฐ-เอกชนแข่งดูดสภ"พคล่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ช่วงปลายไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2 ทิศทางสภาพคล่องอาจเผชิญกับปัจจัยกดดันมากขึ้น ทั้งแนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยที่น่าจะยังโมเมนตัมการเติบโตได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจและการบริโภค ขณะที่สินเชื่อธุรกิจก็น่าจะต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรวมถึงการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรในจังหวะที่ค่าเงินบาทยังแข็งค่า ขณะเดียวกันก็จะมีความต้องการระดมเงินของภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ภาครัฐและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมถึงเอกชนที่อาจจะระดมทุนจากการออกหุ้นกู้เอง ก็จะดูดซับสภาพคล่องออกไปจากระบบ

สำหรับตัวเลขเดือน ม.ค. 2556 เทียบกับสิ้นเดือน ธ.ค. 2555 พบว่า 14 ธนาคารพาณิชย์มียอดสินเชื่อสุทธิ 8.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.38 หมื่นล้านบาท และเงินฝากสุทธิ 9.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับตราสารหนี้และเงินกู้ยืมอื่น ๆ แล้ว มีจำนวน 10.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.37 หมื่นล้านบาท ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากที่รวมกับตราสารหนี้และเงินกู้ยืม ขยับมาอยู่ที่ 88.35% จากเดิม 88.28%

เอกชนชักแถวแห่ออกหุ้นกู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในภาคธุรกิจได้เริ่มมีการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนหลากราย โดยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ ก็เพิ่งออกขายหุ้นกู้ 8.5 พันล้านบาท อายุ 3-5 ปี ดอกเบี้ย 5.50-

6.0% ขยายการลงทุน หลังเทกฯโรงกระดาษอลิเซ่จากรัฐบาลฝรั่งเศส, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เตรียมออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีประกัน อายุ 4 ปี วงเงินไม่เกิน 7,800 ล้านบาท เปิดขาย 1-4 เม.ย. 56 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.8% ต่อปี โดยมีเป้าหมายเพื่อชำระหนี้เดิม

นอกจากนี้ บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ยื่นแบบไฟลิ่งเสนอขายหุ้นกู้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี จำนวนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 4.03% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี 1,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 4.36% ต่อปี โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ 4-5 มี.ค. 56

ขณะที่อีกหลาย ๆ บริษัทก็เตรียมเสนอแผนออกหุ้นกู้ในการประชุมผู้ถือหุ้นเดือนนี้ อาทิ บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) และ บมจ.บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) เตรียมเสนอวาระการออกหุ้นกู้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท, บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) เตรียมเสนอวาระออกหุ้นกู้วงเงินรวม

ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท รวมทั้ง บมจ.หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) วงเงินรวมไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และ บมจ.แสนสิริ (SIRI) มีแผนเสนอขายหุ้นกู้วงเงินรวมไม่เกิน 4,000 ล้านบาท โดยนางสาวอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า จากต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน

มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 15,750 ล้านบาท ซึ่งเป็นผู้ประกอบการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ออกหลัก มีสัดส่วน 50% ของมูลค่าดังกล่าว

แนวโน้มเศรษฐกิจดีดันสินเชื่อพุ่ง

นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ให้ความเห็นว่า เนื่องจากหลายธนาคารมีเป้าหมายสินเชื่อปี 2556 เพิ่มขึ้น จึงต้องการระดมเงินฝากเข้ามาเสริมสภาพคล่อง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ให้ข้อมูลว่าเมื่อปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัว 6.4% และปีนี้คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในระดับ 4.5-5.5% ด้วยแล้ว ยิ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

โดยสำนักวิจัยซีไอเอ็มบี ไทย จึงคาดการณ์ว่า ตลาดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในปี 2556 ทั้งระบบจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 15-16% ส่วนเงินฝากก็น่าจะอยู่ในอัตราเดียวกัน

ด้านนายพชรพจน์ นันทรามาศ นักเศรษฐศาสตร์การเงิน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB EIC ระบุว่า ในปี 2556 เงินฝากในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 11% เนื่องจากในปีก่อนทิศทางตลาดเงินฝากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องอัตราดอกเบี้ย กระทั่งปี 2556 ที่ตลาดเห็นแนวโน้มดอกเบี้ยมีทิศทางคงที่ไปถึงไตรมาส 3/56 จึงทำให้หลายธนาคารมีความมั่นใจในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเพื่อการระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น

"ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจปีนี้ น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/55 ทำให้การเติบโตของสินเชื่อในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะโตในระดับ 12%" นายพชรพจน์กล่าว