ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สรรพากรเข้มรีดภาษีเอสเอ็มอีทั่วประเทศ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 เม.ย 2556 เวลา 14:59:47 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"สรรพากร" เดินนโยบายเข้มตรวจสอบประเภทธุรกิจที่มาแรง จับตาธุรกิจอสังหาฯ-คอนโดฯที่กำลังเบ่งบานในต่างจังหวัด รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แจงไล่บี้ "เอสเอ็มอี" เพราะมีจำนวนมากเสียภาษีไม่ถูกต้องเผยครึ่งปีงบประมาณจัดเก็บรายได้เกินเป้า 3.6 หมื่นล้าน ฟากผู้ประกอบการรายย่อยหลายจังหวัดโอด โดนคำนวณภาษีเพิ่ม 20-30%

นางจิตรมณี สุวรรณพูล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ผ่านมาครึ่งปี งบประมาณ 2556 (ต.ค. 2555-มี.ค. 2556) กรมสรรพากรยังจัดเก็บรายได้ภาษีได้เกินเป้าหมาย โดย ณ วันที่ 8 เม.ย. จัดเก็บได้ 702,632 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 100,735 ล้านบาท หรือ 16.74% ซึ่งสูงกว่าประมาณการ 36,155 ล้านบาท หรือ 5.42%

โดยภาษีตัวหลัก ๆ สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายทุกตัว ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเก็บได้ 152,861 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 19,318 ล้านบาท หรือ 14.52% และสูงกว่าประมาณการ 15,175 ล้านบาท หรือ 1.02% ขณะที่ภาษีนิติบุคคลจัดเก็บได้ 152,126 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 23,870 ล้านบาท หรือ 18.61% และสูงกว่าประมาณการ 3,881 ล้านบาท หรือ 2.62%

ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จัดเก็บได้ 354,021 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 47,424 ล้านบาท หรือ 15.47% และสูงกว่าประมาณการ 7,879 ล้านบาท หรือ 2.28%

แนวโน้มการจัดเก็บภาษีครึ่งปีหลังนั้น นางจิตรมณีเชื่อว่า จะเก็บได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1.774 ล้านล้านบาท แต่ต้องรอดูผลการเก็บภาษีนิติบุคคลในเดือน พ.ค. ที่จะเป็นผลจากการลดภาษีเหลือ 23% ในปี 2555 และเดือน มิ.ย.-ส.ค. ที่จะเป็นผลจากการลดภาษีเหลือ 20% ในปี 2556 อีกที

"ที่ประเมินไว้การลดภาษีนิติบุคคลก็จะมีผลกระทบหลายหมื่นล้านบาท แต่ตัวอัตราภาษีลดลงก็ทำให้การค้าขายมีกำไรมากขึ้น ธุรกิจดีขึ้น ก็จะทำให้สรรพากรจัดเก็บภาษีจากกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย" นางจิตรมณีกล่าวและว่า นโยบายของกรมสรรพากรในปีนี้ได้มีการวิเคราะห์ธุรกิจว่า ธุรกิจใดมีการเติบโตที่ดี แต่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้อง รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งต้องยอมรับว่า ยังมีอีกมากที่เสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยต้องทำให้เสียภาษีถูกต้องมากขึ้น

"เราต้องเข้าไปดูการจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งมีหลายธุรกิจที่ต้องจับตา เช่น อสังหาฯ บ้านจัดสรรที่ขึ้นโครงการตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งบางบริษัทคำนวณราคาซื้อขายต่ำกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ที่ค่อนข้างบูม"

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตส่วนประกอบรถยนต์ที่ต้องจับตา เป็นผลสืบเนื่องจากโครงการรถคันแรก ซึ่งหลายรายยังเสียภาษีไม่ถูกต้องเช่นกัน

การเข้าไปเก็บภาษีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะต่างจังหวัดนั้น โฆษกกรมสรรพากรยืนยันว่า คงไม่ถึงกับเข้มงวดเป็นพิเศษ เพียงแต่กรมสรรพากรต้องการสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

"คนที่เสียภาษีถูกต้องจะรู้สึกว่า ทำไมกรมสรรพากรไม่เข้าไปตรวจคนที่ยังเสียไม่ถูกต้อง ดังนั้นคนที่ถูกตรวจสอบมากหน่อย ก็คือคนที่อาจจะยังเสียไม่ถูกต้อง โดยเอาหลักการเข้าไปจับว่าธุรกิจนั้น ๆ มีการซื้อขายที่ยังดีหรือไม่ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มาวิเคราะห์เงินได้ ก็จะเห็นความแตกต่าง ถ้าดูแล้วอาจจะไม่ถูกต้อง เราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ" โฆษกกรมสรรพากรกล่าว

กรณีเอสเอ็มอีนั้น โฆษกกรมสรรพากรกล่าวว่า ในแต่ละจังหวัดจะมีธุรกิจเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงต้องขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจแต่ละช่วง ว่าช่วงไหนธุรกิจตัวใดเติบโตได้ดี ซึ่งกรมสรรพากรก็ต้องเข้าไปสำรวจ อย่างเช่นช่วงนี้ที่ธุรกิจอสังหาฯ และบริษัทผลิตส่วนประกอบรถยนต์ขยายตัวได้ดี ก็ต้องเข้าไปดูส่วนนี้ว่าเสียภาษีถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน

"ต้องยอมรับว่าที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้องยังมีอีกเยอะ ซึ่งขณะนี้ทางกรมสรรพากรกำลังรวบรวมว่ามีประเภทธุรกิจใดที่ยังแข็งแรง แข่งขันได้ และประเภทใดที่แข่งขันไม่ได้ ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ออกมาก่อน รวมทั้งต้องให้ความรู้กับเขาด้วยว่าต้องเสียอย่างไรให้ถูกต้อง"

ด้านแหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นโยบายเก็บภาษีที่กรมสรรพากรเน้นในปีงบประมาณ 2556 คือการเข้าไปขุดคุ้ยกลุ่มที่ยังอยู่นอกระบบ หรือกลุ่มที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้องเป็นหลัก ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี เม็ดเงินลงทุนยังไหลเข้าประเทศไทย และไม่เกิดเหตุการณ์อย่างสงครามคาบสมุทรเกาหลีขึ้น ก็มั่นใจว่าปีนี้การเก็บรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน

ด้านนายอาคม เครือวัลย์ ประธานชมรมแปรรูปอาหารทะเล จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เริ่มเห็นสัญญาณการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2556 ซึ่งทำให้สมาชิกของสมาคมกว่า 300 ราย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและสรรพากรมีการคำนวณการจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 20-30% ขณะที่ยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ต้นทุนค่าแรงจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ค่าไฟฟ้า และวัตถุดิบอื่น ๆ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลช่วยเข้ามาควบคุมเรื่องภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี รวมทั้งมีการอบรมให้ความรู้เรื่องระบบการจัดทำบัญชีด้วย

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการแปรรูปเนื้อสุกรในจังหวัดนครปฐมเปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 เป็นต้นมา มีการคำนวณการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 35-40% ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่มีกำไร ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพากรจะมีการออกตรวจร้านค้าปลีกค้าส่งบ่อยครั้งขึ้น เพื่อสำรวจว่าร้านค้าไหนที่ขายดีก็จะมาเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกรที่รับซื้อและแปรรูปยางพาราก็มีปัญหาถูกสรรพากรเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับสถานการณ์ที่จังหวัดหนองคายนั้น สรรพากรจังหวัดหนองคายได้เข้มงวดในการเก็บภาษี โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้าชายแดน ทุกเดือนจะมีเจ้าหน้าที่สรรพากรติดตามอย่างใกล้ชิด และนับวันจะยิ่งเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องรับภาระในการเสียภาษีค่อนข้างสูง

ผู้ประกอบการค้าชายแดนรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนประกอบธุรกิจค้าชายแดนกับลูกค้าที่อยู่ใน สปป.ลาว มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ที่ผ่านมามีการเสียภาษีตามปกติ แต่มาในระยะหลัง ๆ นี้ มี

เจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามาเข้มงวดตรวจสอบมากขึ้น เช่น มีการเข้ามาดูราคาขายสินค้าอย่างละเอียด เมื่อพบว่ามีการขายในราคาที่ต่ำกว่าในประเทศก็จะมีการสอบถามให้ชี้แจง ความเป็นจริงแล้ว สินค้าที่ขายไป สปป.ลาว ส่วนใหญ่จะขายถูกกว่าในไทย เพราะได้คืนภาษี และจะได้โควตาพิเศษ หรือขอเป็นโปรเจ็กต์ก็จะได้ราคาพิเศษ

"ความเข้มงวดจะมากยิ่งขึ้นและ้ต้องเสียภาษีมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าจะต้องเก็บภาษีให้ได้เพิ่มมากขึ้นทุกปี"

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า มีผู้ประกอบการค้าชายแดนหลายรายที่พากันยกเลิกกิจการที่หนองคาย แล้วไปจดทะเบียนที่จังหวัดอื่นโดยเฉพาะกรุงเทพฯ และให้ร้านที่หนองคายเป็นร้านสาขาเท่านั้น เพื่อหนีการเก็บภาษี คาดว่าในไม่ช้านี้ ผู้ประกอบการส่งออกเกือบทั้งหมดจะเลือกใช้วิธีการนี้