ประชาชาติธุรกิจ
พร็อพเพอร์ตี้

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

กบอ.โรดโชว์โปรเจ็กต์น้ำตามคำสั่งศาลปกครอง เซ็นสัญญารับเหมา ธ.ค.

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 05 ก.ย. 2556 เวลา 19:27:23 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โรดโชว์-ประชาพิจารณ์โปรเจ็กต์น้ำ 37 จังหวัด ตามคำสั่งศาลปกครอง 4-12 ก.ย.ยึดสยามดิสคัฟเวอรี่จัดนิทรรศการ "น้ำเพื่อชีวิต" ดึง 4 บริษัทรับเหมาออกบูท ขีดเส้น 3 เดือนเคลียร์ชาวบ้านจบ ธ.ค.เซ็นสัญญาเดินหน้าก่อสร้าง ด้าน เค. วอเตอร์มั่นใจไม่ล่มกลางคัน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รัฐบาลเตรียมจัดงานนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดโครงการก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทอีกครั้ง เพื่อยืนยันความพร้อมในภาพรวมโครงการทั้งหมดให้ประชาชนมั่นใจ โดยได้เชิญให้ภาคเอกชนที่ชนะการประมูลทั้ง 9 โมดูล นำโมเดลการก่อสร้างทุกโครงการนำมาจัดแสดงในงานจัดนทรรศกร น้ำเพื่อชีวิต นิทรรศการดังกล่าวจะจัดภายใต้ชื่องาน "น้ำเพื่อชีวิต" (Water For Life) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยงานจะมีขึ้นระหว่าง 4-12 ก.ย.นี้ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และหัวหน้าส่วนราชการเข้าเยี่ยมชมงานในวันแรกด้วย

นายชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเครือข่ายและมวลชนสัมพันธ์ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เปิดเผยว่า หลังนิทรรศการดังกล่าวเสร็จสิ้น ช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ กบอ.ได้เตรียมแผนโรดโชว์เวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 37 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง เบื้องต้นคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 80,000 คน เมื่อรวมกับแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เชื่อว่าจะมีประชาชนรับฟังความคิดเห็นรวมทั้งสิ้น 200,000 ราย

การเปิดเวทีดังกล่าว เป็นการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นจากภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะสามารถระบุพื้นที่ก่อสร้างโครงการทั้งหมดได้บางส่วนเท่านั้น หลังจากที่ภาคเอกชนมีการเซ็นสัญญาโครงการเรียบร้อยแล้ว ผู้รับผิดชอบแต่ละโครงการยังต้องจัดทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง เพื่อระบุพิกัดพื้นที่การก่อสร้างและชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยจะใช้เวลา 2 เดือน จากนั้น กบอ.จะวิเคราะห์ความเห็นจากภาคประชาชน จำแนกโครงการที่สามารถก่อสร้างได้ทันที จะสามารถเซ็นสัญญากับภาคเอกชนกลางเดือน ธ.ค.นี้

เดินสายชี้แจง 37 จังหวัด

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ กบอ.เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเดินสายจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 9 โมดูล จำนวน 37 จังหวัด ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง ลพบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ชัยภูมิ สกลนคร และสงขลา จะใช้เวลาดำเนินการ 3 เดือน เริ่มจากเดือนก.ย.ถึงสิ้นเดือนพ.ย.คาดว่าจะเริ่มเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2556

"โครงการล่าช้ามาร่วม 3 เดือนแล้ว นับจากวันเปิดซองราคาประมูล และรออีก 3 เดือนจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ล่าช้า 6 เดือน ครบพอดีกับราคาที่ผู้รับเหมายืนราคาก่อสร้าง และทั้ง 4 บริษัทได้ทำหนังสือมายัง กบอ.เพื่อสอบถามความคืบหน้าโครงการ ทางรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องทำตามคำสั่งศาลปกครองก่อน"

ITD ให้ที่ปรึกษาพรีเซนต์โครงการ

นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รัฐบาลให้บริษัทที่ชนะประมูลแต่ละโมดูล จัดเตรียมจัดบูทและข้อมูลโครงการเพื่อชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ในส่วนของกลุ่มบริษัทก็อยู่ระหว่างเตรียมการทั้งข้อมูลและการจัดบูทโครงการ จะให้บริษัทที่ปรึกษาชี้แจงโครงการทั้งหมดที่ชนะประมูล เช่น อ่างเก็บน้ำ การปรับปรุงลำน้ำ โครงการพื้นที่ปิดล้อม เป็นต้น

เค. วอเตอร์ยังไม่ถอดใจ

ด้านนายบยอง ฮุน บุน รองประธานฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอร์สเซส คอร์เปอเรชั่น (เค-วอเตอร์) เปิดเผยว่า บริษัทยังเชื่อมั่นว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3 แสนล้านบาท ยังเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่จำเป็นสำหรับประเทศไทย หลังผ่านน้ำท่วมครั้งใหญ่ปลายปี 2554 ปัจจุบันกำลังรอคำตอบวันลงนามสัญญาก่อสร้างกับรัฐบาลไทย จากที่ชนะประมูลงาน 2 โมดูล คือโมดูล A 3 หรือจัดหาพื้นที่แก้มลิง มูลค่างาน 9,863.62 ล้านบาท และโมดูล A 5 สร้างฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 150,484.49 ล้านบาท

จ้างที่ปรึกษ กม.รับมือมวลชน

ก่อนหน้าจะเข้าร่วมประมูลได้ส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัท เค-วอเตอร์ สำนักงานใหญ่ เข้าไปศึกษาพื้นที่ภูมิศาสตร์ประเทศไทย และโครงการป้องกันน้ำท่วมอยู่ 1 ปี ดูว่าจะสามารถบูรณาการร่วมกับประเทศไทยยังไงได้บ้าง ล่าสุดได้จ้างที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้ข้อมูลด้านกฎหมาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำงาน เช่น การเวนคืนที่ดิน

"เราไม่ได้มาแค่ก่อสร้างงานให้เสร็จเท่านั้น แต่จะช่วยประเทศไทยในระยะยาวด้วย ทั้งเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ และการบริหารจัดการหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ และในอนาคตอาจร่วมกับรัฐบาลไทยต่อยอดแผนบริหารจัดการน้ำไปยังกลุ่มประเทศแถบอาเซียน"

ถ้าไม่ได้งานนี้ เค. วอเตอร์ยังมีอีกหลายงานทำร่วมกับประเทศไทย เราจะปรับแผนงานมาเน้นเรื่อง R&D หรือการวิเคราะห์และวิจัยมากขึ้น ปีที่แล้วก็เซ็นบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ร่วมกับกรมชลประทาน การประปานครหลวง (กปน.) และในอนาคตอาจเห็นความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วย

ขณะที่นายมณฑล ภาณุโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค. วอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เพื่อขอความชัดเจนถึงโครงการจะเดินหน้ายังไงต่อไป หลังจากศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และเรื่องเงียบหายไปร่วม 1-2 เดือน


ร่วมเป็นเฟซบุ๊คแฟนเพจประชาชาติธุรกิจออนไลน์

www.facebook.com/prachachatonline

ทวิตเตอร์ @prachachat