ประชาชาติธุรกิจ
ซีเอสอาร์ - เอชอาร์

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เอพีเอ็มฯผนึกผู้บริหาร ก.พ. ปั้นข้าราชการไทยขึ้นผู้นำโลกปี 2020

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 ก.ย. 2556 เวลา 20:28:02 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผลการวิจัยคุณสมบัติผู้นำในอนาคตของไทยโดยเอพีเอ็ม กรุ๊ป เปิดเผยว่าผู้บริหารระดับสูง 8 ใน 10 คนมักเผชิญปัญหาเรื่องการแปลงกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ เมื่อเริ่มดำเนินกลยุทธ์แล้วมักมีอุปสรรคหรือขับเคลื่อนไปได้ยากผลเช่นนี้ จึงทำให้บริษัทที่ปรึกษาเอพีเอ็ม กรุ๊ป หนึ่งในองค์กรที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร และบุคลากรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย จึงได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน ก.พ.ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการแก่ผู้บริหารระดับสูงภาครัฐภายใต้กรอบแนวคิด "รู้ คิด ดู ทำ"

ทั้งนี้ระหว่างโครงการเอพีเอ็ม กรุ๊ป ร่วมกับ ศ.บรูซ แม็คเคนซี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Systems Thinking ของโลก ซึ่งอยู่ในทีมที่ปรึกษาของประธานาธิบดีบารัก โอบามา จัดทำโครงการวิจัยร่วมกันเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้นำในอนาคตของไทย เพื่อหาคุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำไทยในยุค 2020 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า

โดยรวบรวมความคิดและมุมมองของคนไทยที่ทำงานในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงคนไทยที่ศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไปในต่างประเทศ อาทิ แคนาดา, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์ และมาเลเซีย ฯลฯ เพื่อหาคุณลักษณะผู้นำที่จะสามารถนำพาองค์กรไทยสู่สากล

 

สำนักงาน ก.พ.ให้ความสำคัญกับงานวิจัยชิ้นนี้เป็นอย่างสูง เพราะเป็นงานวิจัยเชิงลึกชิ้นแรกที่สอบถามความคิดเห็นคนไทยในต่างประเทศที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี, โท, เอก และคนไทยที่ทำงานกับต่างชาติในประเทศไทย

โดยผลวิจัยมีความน่าสนใจหลายประเด็น และเห็นควรว่าน่าจะนำมาปฏิบัติโดยเร็ว เช่น ผลวิจัยพบว่าในอนาคตเด็กรุ่นใหม่จะแยกคำว่า เคารพ และเชื่อฟัง ออกจากกัน กล่าวคือ ความเคารพในระบบอาวุโสจะยังมี เพราะถือเป็นวัฒนธรรมอันดี แต่เขาจะไม่เชื่อฟังหรือปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ๆ รูปแบบเดิมที่หัวหน้า/เจ้านายสั่งอีกต่อไป เพราะพวกเขาจะมีวิธีคิดในแบบของตัวเอง มีข้อมูล มีรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนคนรุ่นก่อน

การที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่ "เชื่อ" แล้ว "ฟัง" จนไปปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยทำไว้ จะทำให้เกิดการ "ไม่เชื่อ" แต่ "ทำ" ซึ่งจะเกิดปัญหาในการทำงาน ทำให้ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เป็นต้น ดังนั้น ระบบราชการจะต้องเข้าใจและเตรียมปรับตัวเพื่อรับกับแนวโน้มนี้

"อริญญา เถลิงศรี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทที่ปรึกษาเอพีเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้นโครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ได้ยึดหลักของการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่นำเอาการบูรณาการองค์ความรู้แบบที่จับต้องได้ และเห็นภาพชัดเจนอันจะนำไปสู่การจดจำและลงมือปฏิบัติในการทำงานจริงอย่างสัมฤทธิผล

อันประกอบด้วยกิจกรรมการพัฒนาที่หลากหลาย มีมาตรฐานเป็นสากลทัดเทียมกับการพัฒนาในต่างประเทศ มุ่งเน้นบริบทที่ตรงกับบทบาทภารกิจของผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย อันมีองค์ประกอบ ดังนี้

"รู้" - หลักสูตรอบรมระยะสั้น (1-3 วัน) เพื่อเสริมสร้างและเพิ่มพูนทักษะทางการบริหารจัดการด้วยหลักสูตรฝึกอบรมชั้นเลิศ โดยแบ่งเป็น (1) กลุ่มหลักสูตรการเป็นผู้นำที่เน้นการทำงานโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเน้นเป้าหมายปลายทางเป็นสำคัญ (2) กลุ่มหลักสูตรการคิด และการบริหารจัดการที่เน้นทำงานเชิงบูรณาการที่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถในการปรับวิธีการเพื่อให้การปฏิบัติงานมีความคล่องตัว และการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ เป็นต้น

"คิด" - การเสวนาและการบรรยายพิเศษ (Talk & Lecture) เพื่อเสริมสร้างมุมมองความรู้และพัฒนาวิสัยทัศน์ผู้นำแก่นักบริหารระดับสูง ระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิระดับสากลจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

"ดู" - การศึกษาดูงาน (Study Trips) เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาวิสัยทัศน์ผู้นำ อีกทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างประเทศ โดยจะเน้นด้านการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับภัยพิบัติ ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้านความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านและการค้าชายแดน เป็นต้น

"ทำ" - การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาเชิงระบบและการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยจะดำเนินการต่อจากการศึกษาดูงานเพื่อให้ได้ร่างแผนงาน/โครงการ หรือแนวทางการดำเนินการของจังหวัด/กลุ่มจังหวัดที่เกี่ยวข้องในแต่ละหัวข้อซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการบูรณาการความคิดของคนภาครัฐเพื่อก้าวไปสู่ผู้นำโลกในปี 2020 อย่างแท้จริง

 

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/prachachat
หรือติดตามผ่านทวิตเตอร์ @prachachat