ประชาชาติธุรกิจ
ซีเอสอาร์ - เอชอาร์

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พัฒนาศักยภาพเด็กรายบุคคล โมเดลใหม่ "ร.ร.ประสานมิตร"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 17 มี.ค. 2557 เวลา 11:50:47 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ในแวดวงจิตวิทยา ชื่อของ "ดร.โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์" นักจิตวิทยาพัฒนาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นที่รู้จักในแง่เจ้าของทฤษฎีพหุปัญญา โดยเขาเชื่อว่าแต่ละคนมีอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ในตัวเอง แต่จะมีอัจฉริยภาพบางประการเท่านั้นที่สามารถพัฒนาขึ้นได้มากกว่าด้านอื่น และจำเพาะกับคนๆ นั้นเท่านั้น ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นที่รู้จักและถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดหลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล

เช่นเดียวกันกับโรงเรียนประสานมิตร ที่ได้นำทฤษฎีของ "ดร.โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์"มาผนวกกับการพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพเต็มความสามารถ และพร้อมก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ

จับมือ P-Pac ในเครือซีพี ออลล์

"พัชรี เวชยันต์วิวัฒน์" ผู้อำนวยการโรงเรียนประสานมิตร กล่าวว่า โรงเรียนได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาศักยภาพปัญญธารา (P-Pac) บริษัทในเครือซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นำนวัตกรรมการวิเคราะห์ลายผิว (Finger Scan) มาใช้ในแวดวงการศึกษาไทยเป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อค้นหาศักยภาพที่โดดเด่นของเด็กแต่ละคนตามทฤษฎีพหุปัญญา

"ด้วยความที่เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา คงเป็นเรื่องลำบากหากให้เด็กสแกนนิ้วเพื่อทราบผลในทุกเรื่อง เพราะจะมีค่าใช้จ่ายสูง เราอยากให้เด็กทุกคนมีสิทธิ์ระดับเดียวกันในการเข้าถึงการวิเคราะห์นี้ จึงไปคุยกับ P-Pac และเกิดเป็นโครงการ P-Pac in Education ทำให้ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป โดยจะวิเคราะห์เกี่ยวกับผลด้านการศึกษาเท่านั้น ซึ่งผลสแกนจะทำให้ทราบถึงลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ วิธีการเรียนรู้ และความสามารถเฉพาะของเด็ก ทำให้ครูมีแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กคนนั้น ๆ รวมถึงเสาะหาเทคนิคกระตุ้นการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเด็กแต่ละคน และสามารถแนะแนวแผนการเรียนระยะยาวให้กับผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง"

นอกจากนี้ ครูก็ต้องได้รับการวิเคราะห์ลายผิวด้วย เพื่อให้รู้พฤติกรรมและศักยภาพตัวเองว่าควรทำงานแบบไหน ขณะเดียวกัน เป็นประโยชน์ในด้านการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน เพราะสามารถมอบหมายงานกับครูได้อย่างชัดเจน และรู้แนวทางในการพัฒนาครูแต่ละคนให้มีคุณภาพมากขึ้น

สร้างเด็กตามหลักสูตร GOLD

การวิเคราะห์ลายผิวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GOLD Curriculum ที่โรงเรียนจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความเป็นอัจฉริยะในตัวเด็ก ให้เด็กเห็นคุณค่าและศักยภาพของตัวเอง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และรักผู้อื่น ทั้งนี้ ความหมายของตัวอักษรที่นำมาเป็นชื่อโครงการมาจาก G = Genius เด็กทุกคนมีความเป็นอัจฉริยภาพในตนเอง,O = Objective เด็กสามารถสร้างเป้าหมายชีวิตและสามารถไปสู่เป้าหมายนั้นได้ด้วยตนเอง, L = Love เด็กทุกคนจะรักตัวเอง เข้าใจตัวเอง และได้รับความรัก ความเข้าใจจากพ่อแม่ ครู เพื่อน และ D = Developing เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในตนเองได้เสมอ

เพื่อให้เด็กก้าวไปสู่เป้าหมายตามโครงการข้างต้น "พัชรี" บอกว่า ได้เสริมหลักสูตรภาษาสมอง หรือ NPL (Neuro Linguistic Programming) เข้ามา เป็นการปลูกฝังวิธีคิด วิธีการใช้ภาษาตอบสนองการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ของสมองที่ผ่านตา หู จมูก ลิ้น และการสัมผัส เพื่อสร้างรูปแบบการคิดที่ก่อให้เกิดการแสดงอารมณ์และพฤติกรรม โดยการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการตอบสนองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วสื่อไปยังตนเองและผู้อื่นอย่างมีคุณภาพ



"หลักสูตร NPL ครอบคลุมถึงการฟังพูดอ่านเขียน ทำให้เด็กอ่านหนังสือแล้วเข้าใจมากขึ้น โดยจะมีเทคนิคที่ช่วยให้เด็กลบบางอย่างทิ้ง และทำให้เด็กจำได้แม่น ซึ่งที่ต่างประเทศก็มีการสอนรูปแบบนี้ และบูรณาการกับการที่ตัวเองไปเข้าคอร์สเข็มทิศชีวิตของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนความคิดและมุมมอง อีกทั้งเมื่อนำไปทดลองใช้กับลูกแล้วเห็นผลจริง จึงนำมาใช้กับเด็กในโรงเรียนด้วย โดยคุณฐิตินาถเข้ามาช่วยและไกด์ไลน์ให้เราต่อเนื่อง"

ตอนนี้มีเด็ก 107 คนเข้าร่วมโครงการนำร่อง และในปีการศึกษา 2557 ร.ร.ประสานมิตรจะนำโครงการ GOLD Curriculum เข้ามาปรับเป็นหลักสูตรของโรงเรียนเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากค่าเรียนปกติปีละ 3,000 บาท

วางรากฐานชีวิตระยะยาว

ทั้งนี้ "พัชรี" มองว่าโครงการ GOLD Curriculum เป็นการวางรากฐานชีวิตที่ดีให้กับเด็ก และเนื่องจากภาพความจำของบุคคลจะอยู่ในระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา ดังนั้น เมื่อโรงเรียนวางรากฐานที่แม่นยำให้แล้ว พอเด็กก้าวสู่ชั้นมัธยมศึกษา สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังมาก่อนหน้าก็จะยังคงอยู่ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจโลกและอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างมีความสุข

"ผลจากการวิเคราะห์ลายผิวจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูก เหมือนเขามีคัมภีร์ชีวิตลูกหรือคู่มือเลี้ยงลูกอยู่ในมือแล้ว บวกกับการวางรากฐานจากโรงเรียน จะทำให้ทราบถึงแนวทางการศึกษาระยะยาว ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหนก็สามารถยึดคัมภีร์ที่มีอยู่เป็นหลักในการเลี้ยงดู อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแผนที่ไกด์ไลน์ชีวิตของลูกเท่านั้น อาจมีรายละเอียดอย่างอื่นที่อ่านไม่ออก ผู้ปกครองก็ต้องยอมรับด้วย"

ปัจจุบัน ร.ร.ประสานมิตรมีนักเรียนประมาณ 300 คน และในปีการศึกษา 2557 จะรับเด็กใหม่ประมาณ 200 คน รวมเป็น500 คน โดย "พัชรี" บอกว่า ตั้งเป้ารับนักเรียนใหม่ปีละ 200 คน ซึ่งโครงการ GOLD Curriculum เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำหรับการดึงดูดนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจากเป็นโรงเรียนแห่งเดียวของประเทศที่มีการเรียนการสอนรูปแบบนี้ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนที่อยู่ในเขต จ.ปทุมธานี และรอบนอกของกรุงเทพมหานคร